ยูเครนประสงค์จะเข้าร่วมเป็นภาคี TAC

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 25 ก.ค.65 ว่า ยูเครนประสงค์จะลงนามสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 55 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แต่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนและเลขาธิการยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยูเครนยื่นคำขอล่าช้า อย่างไรก็ดี กระบวนการประเมินการยื่นสมัครเข้าเป็นภาคี TAC ของยูเครนน่าจะเสร็จสิ้นได้ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ใน ส.ค.65 ซึ่งอาเซียนจะตอบรับคำขอดังกล่าวได้ในปี 2566 ทั้งนี้ ประเทศที่จะลงนามเป็นภาคยานุวัติเข้าเป็นอัครภาคี TAC ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน กาตาร์ กรีซ เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก

ผู้นำสูงสุดอิหร่านพบผู้นำรัสเซียเพื่อประชุมแก้ไขปัญหาซีเรีย

สำนักข่าว Press TV และ สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 19 ก.ค.65 ว่า อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี ฮุซัยนี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเยือนอิหร่านเพื่อเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการแก้ไขปัญหาซีเรีย (Astana Talk) ระหว่างผู้นำรัฐบาลรัสเซีย ตุรกี และอิหร่าน ในวันเดียวกันนี้ การพบหารือดังกล่าว ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวในเชิงสนับสนุนผู้นำรัสเซียที่ตัดสินใจทำสงครามในยูเครนว่า อิหร่านไม่สนับสนุนการทำสงครามที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนในทุกรูปแบบ แต่กรณีสงครามในยูเครน หากรัสเซียซึ่งมีความเข้มแข็งและเป็นอิสระ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มทำสงครามก่อน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ก็อาจใช้ประเด็นไครเมียเป็นข้ออ้างเพื่อเริ่มทำสงครามในยูเครนเพื่อต่อต้านรัสเซียเช่นกัน นอกจากนี้ผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุด้วยว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ และชาติตะวันตก อ่อนแอลง เห็นได้จากการดำเนินนโยบายต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงซีเรีย อิรัก เลบานอน และปาเลสไตน์ ของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก มีประสิทธิภาพน้อยลง แม้ว่าจะมีการพยายามและสนับสนุนด้านการเงินอย่างมากก็ตาม ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า การดำเนินนโยบายแบบสับปลับของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ทำให้อิหร่านกับรัสเซียยังจำเป็นต้องระมัดระวังการดำเนินความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก

บริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 20 ก.ค.65

บริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิล (Petrobras) แถลงว่าบราซิลลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหน้าโรงกลั่น โดยลดราคาน้ำมันเบนซินร้อยละ 5 ตั้งแต่ 20 ก.ค.65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านพลังงานคาดว่าประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโรดำเนินมาตรการกดดันบริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงให้ลดราคาน้ำมันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในต.ค.65 รวมทั้งดำเนินมาตรการลดราคาน้ำมันอื่นๆ ได้แก่ ลดราคาภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง  และอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ผู้ขับขี่รถบรรทุก

กองทัพเมียนมาวางทุ่นระเบิดในรัฐคะยา ใกล้ชายแดนไทย

สำนักข่าว AP อ้างรายงานของ Amnesty International (AI) เมื่อ 20 ก.ค.​ 65 ว่า กองทัพเมียนมากำลังก่ออาชญากรรมสงคราม ด้วยการวางทุ่นระเบิดขนาดใหญ่รอบหมู่บ้านในรัฐคะยาใกล้ชายแดนไทย โดยทหารเมียนมาวางทุ่นระเบิดบนถนน ทุ่งนา และโบสถ์ ในหมู่บ้านกว่า 20 แห่ง ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจากการเหยียบทุ่นระเบิดแล้วอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ข้อมูลของ AI สอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (Karenni Human Rights Group) ที่ระบุเมื่อต้น ก.ค.65 ว่า กองทัพเมียนมาติดตั้งทุ่นระเบิดในหลายพื้นที่ของรัฐคะยา ทั้งนี้ การใช้ทุ่นระเบิดมีขึ้นในห้วงที่กองทัพเมียนมาต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์กะเหรี่ยงเข้มข้นขึ้น หลังจากการเกิดรัฐประหารเมื่อ ก.พ. 64 อย่างไรก็ตาม ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญความท้าทายในการกดดันเมียนมาประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเมียนมาไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) จึงยังมีการใช้ทุ่นระเบิดเพื่อปฏิบัติการทางการทหาร

ผู้นำรัสเซีย อิหร่าน และตุรเคีย หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค. 65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เยือนกรุงเตหะราน อิหร่าน เพื่อหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน และประธานาธิบดีตุรเคีย ทั้งในแบบทวิภาคีและไตรภาคี โดยผู้นำทั้งสามจะกระชับความสัมพันธ์ในด้านพลังงาน การขนส่ง การค้า และการพัฒนา รวมถึงการส่งออกธัญพืชของยูเครน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และส่งผลให้ทั่วโลกเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร อนึ่ง การเยือนอิหร่านครั้งนี้ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่สองของประธานาธิบดีปูติน ตั้งแต่บุกยูเครน ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาคมระหว่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนตะวันออกกลางเมื่อกลาง ก.ค.65 ส่งผลให้การเยือนของประธานาธิบดีปูติน ครั้งนี้ เหมือนเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่พยายามจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง

จีนเตือนว่าจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดหากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค. 65 ว่า นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน หากนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน และสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า นางเปโลซีจะเยือนไต้หวันใน ส.ค.65 ทั้งนี้ ไต้หวันเผชิญแรงกดดันจากจีนเพิ่มขึ้น และเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ สนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนห่วงกังวลและมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความเหมาะสมในการเยือนไต้หวันของนางเปโลซี เนื่องจากอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนทวีความตึงเครียด

เกาหลีใต้ทดสอบบิน บ.KF-21 เครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียงที่พัฒนาขึ้นเองเป็นครั้งแรก

หนังสือพิมพ์โชซ็อนของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 20 ก.ค.65 ว่า เกาหลีใต้ทดสอบการบินของเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียง KF-21 หรือ Boramae ครั้งแรกเมื่อ 19 ก.ค.65 โดยเครื่องบินต้นแบบใช้เวลาบินทดสอบระบบการทำงานพื้นฐาน 33 นาที และบรรทุกขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ Meteor ที่ผลิตในยุโรปจำนวน 4 ลูก ทำความเร็วประมาณ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ บ.KF-21 ติดตั้งระบบเรดาร์แบบ Electronically scanned array และระบบที่มีการทำงานคล้ายกับ บ.Stealth เกาหลีใต้มีแผนจะทดสอบบินเครื่องบินต้นแบบ KF-21 จำนวน 6 ลำ ทั้งหมด 2,200 เที่ยวภายในปี 2569 อนึ่ง เกาหลีใต้จะต้องจัดสรรงบประมาณ 8.8 ล้านล้านวอน หรือ 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 เหรียญสหรัฐ = 1,312 วอน) สำหรับการพัฒนาขั้นแรก และอีก 700,000 ล้านวอน…

ศาลอินโดนีเซียยกคำร้องการใช้กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค.65 ว่า ศาลรัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียมีมติยกคำร้องที่ขอให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้สามารถใช้กัญชาในการรักษาทางการแพทย์ โดยคำวินิจฉัยของศาล ระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดและน่าเชื่อถือเพียงพอสอดรับกับคำร้องดังกล่าว อย่างไรก็ดี ศาลได้เรียกร้องไปยังรัฐบาลอินโดนีเซีย ให้ดำเนินการศึกษาการใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการสาธารณสุขทันที ซึ่งรัฐสภาของอินโดนีเซียตอบรับว่าจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ คำร้องขอผ่อนคลายเพื่อใช้กัญชาทางการแพทย์เกิดขึ้นหลังจากสตรี 3 คน ซึ่งมีบุตรที่มีภาวะสมองพิการ ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2560 โดยอ้างเหตุผลว่า การไม่อนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิใช้ยาเสพติดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้บุคคลมีสิทธิเข้าถึงบริการสุขภาพ และได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่สำนักงานยาเสพติดแห่งชาติของอินโดนีเซีย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการผลักดันให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์อย่างถูกกฎหมายว่า แนวทางดังกล่าวจะทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นแหล่งดึงดูดผู้ลักลอบค้ายาเสพติด และทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันอินโดนีเซียกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ตามกฎหมายยาเสพติดปี 2552 และยังคงไม่อนุญาตให้ประชาชนบริโภคกัญชา รวมถึงการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สร้างกระแสให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นาย Nasser Kanani โฆษก กต.อิหร่าน แถลงเมื่อ 17 ก.ค.65 ตอบโต้ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ที่กล่าวว่า อิหร่านดำเนินกิจกรรมที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council -GCC) และประเทศอาหรับในตะวันออกลาง หรือ GCC+3 Summit ซึ่งมีผู้นำบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จอร์แดน อียิปต์ และอิรัก เข้าร่วมประชุมกับประธานาธิบดีไบเดน ที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 16 ก.ค.65 โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว ไร้เหตุผลและไม่สามารถยอมรับได้ พร้อมแถลงตอบโต้ที่ประชุม GCC+3 Summit ที่ออกแถลงการณ์ร่วม มีเนื้อหาย้ำถึงความพยายามทางการฑูตเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้เพิ่มขีดความสามารถในการป้องปรามภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับของอิหร่านที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาเท็จและใช้กระแสหวาดกลัวอิหร่าน (Iranophobia) ปลุกปั่นให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ นาย Kanani ระบุด้วยว่า สหรัฐฯ…

นรม.มองโกเลียระบุว่าจีนกับรัสเซียจะสร้างท่อส่งก๊าซ “Power of Siberia2” ในปี 2567

สำนักข่าว Financial Times รายงานอ้างการสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี Oyun-Erdene Luvsannamsrai ของมองโกเลีย เมื่อ 18 ก.ค. 65 ว่า มองโกเลียคาดว่ารัสเซียจะเริ่มสร้างท่อส่งก๊าซ “Power of Siberia2” ผ่านมองโกเลีย ไปยังจีนในปี 2567 ซึ่งมีระยะทาง 2,600 กิโลเมตร และสามารถขนส่งก๊าซ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คาดว่าเริ่มใช้บริการได้จริงในปี 2573 เนื่องจากรัสเซียต้องการเปลี่ยนช่องทางการส่งก๊าซจากยุโรปไปยังเอเชียและได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้เสร็จสิ้นแล้ว ส่งผลให้มองโกเลียจะได้รับค่าธรรมเนียมการขนส่ง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของมองโกเลียจากนโยบายปิดพรมแดนของจีน นายกรัฐมนตรี Oyun-Erdene Luvsannamsrai ยังคาดว่าเศรษฐกิจมองโกเลียจะขยายตัวขึ้น จากเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางใหม่มองโกเลีย-จีน ส่วนการส่งออกทองแดงคาดว่าจะขยายตัวขึ้นในเร็วๆ นี้  เนื่องจากมองโกเลียได้พัฒนาเหมืองแร่ทองแดงขนาดใหญ่ในทะเลทรายโกบี ส่วนโครงการเหมือง Oyu Toigoi ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนต่างประเทศขนาดใหญ่ของมองโกเลียจะเริ่มการผลิตในครึ่งแรกของปี 2566