รัสเซียโอนสินทรัพย์บริษัทผลิตรถยนต์กลุ่ม Renault Russia เป็นของรัฐ

สำนักข่าว.Tass และ นสพ.Kommersant ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 16 พ.ค.65 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย ว่า สินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Renault Russia ถูกโอนไปเป็นกรรมสิทธิของรัฐบาลรัสเซีย ส่วนโรงงาน Renault Russia โอนให้กับรัฐบาลท้องถิ่นมอสโก ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซีย ทำข้อตกลงแบบมีเงื่อนไขหากต้องการซื้อคืนกิจการต้องใช้สกุลเงินรูเบิล ด้านนาย Sergei Sobyanin นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก กล่าวว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ Moskvich ของรัสเซีย จะกลับมาผลิตอีกครั้งที่โรงงาน Renault Russia รวมถึงวางแผนผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ให้ได้สูงสุด อนึ่ง เมื่อ 23 มี.ค.65 Renault หยุดการผลิตในมอสโก เพื่อคัดค้านการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน และวางแผนโอนหุ้นใน AvtoVAZ ไปยังนักลงทุนท้องถิ่น เพื่อเป็นทางเลือกในการออกจากตลาดรัสเซีย ซึ่ง Renault ตั้งใจให้ส่วนแบ่งกับทางสหรัฐฯ

เบลารุสได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรห้ามส่งออกสินค้าไปยังอเมริกาเหนือและยุโรป

นสพ.Kommersant ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 15 พ.ค.65 อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนาย Roman Golovchenko นายกรัฐมนตรีเบลารุส ว่า เบลารุสได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรห้ามส่งสินค้าเบลารุสไปยังทวีปอเมริกาเหนือและสหภาพยุโรป (European Union-EU) ซึ่งมีมูลค่า 16,000-18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ทำให้เบลารุสต้องเปลี่ยนเส้นทางส่งออกสินค้า ไปยังตลาดในตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกาแทน ทั้งนี้ เบลารุสถูกประเทศตะวันตกดำเนินมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ.65

สมาคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมลาว-จีน สนใจลงทุนในพื้นที่แขวงอุดมไซ ลาว

เว็บไซต์ นสพ.เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 17 พ.ค.65 ว่า นางจันทะลา ไซบุนเฮือง หัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงอุดมไซ และนางแขวะลี วงสุทิ  ประธานสมาคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมลาว-จีน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นในการลงทุนหลายโครงการในพื้นที่ 5 เมืองของแขวงอุดมไซ ลาว เมื่อ 13 พ.ค.65 โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการทำฟาร์มโค และส่งเสริมการเลี้ยงโคในพื้นที่ 5 เมือง ได้แก่ เมืองไซ เมืองหลา เมืองนาหม้อ เมืองงา และเมืองแบง อีกทั้งยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น การก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพ โครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ และโครงการโลจิสติกส์ เป็นต้น

ผู้นำสหรัฐฯ อิตาลีและเอเชีย จะหารือเกี่ยวกับความมั่นคงพลังงานและคว่ำบาตรรัสเซียด้านพลังงานเพิ่ม

S&P Global Platts บริษัทข้อมูลพลังงานประเมินเมื่อ 9 พ.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ จะหารือกับผู้นำอิตาลีและประเทศในเอเชียที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 10 พ.ค.65 เกี่ยวกับประเด็นเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดพึ่งพารัสเซียด้านพลังงาน และแนวทางคว่ำบาตรรัสเซียด้านพลังงานเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดน จะเยือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ห้วงกลาง พ.ค.65 ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกลุ่ม G-7 เห็นพ้องเมื่อ 8 พ.ค.65 ที่จะยกเลิกการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ควบคู่กับจะค้ำประกันเสถียรภาพและความยั่งยืนด้านปริมาณและราคาพลังงานโลก โดยสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ให้คำมั่นยกเลิกนำเข้าพลังงานจากรัสเซียแล้ว อย่างไรก็ดี สมาชิกสหภาพยุโรปยังไม่เห็นพ้องในมาตรการดังกล่าว