เลขาธิการอาเซียนต้อนรับ นรม.ติมอร์-เลสเต เยือนอาเซียน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน พบหารือนายซานานา กุสเมา นรม. ติมอร์-เลสเต ที่เยือนสำนักเลขาธิการอาเซียนกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ เมื่อ 11 ธ.ค.68 โดยการหารือระดับสูงระหว่างเลขาธิการอาเซียน  นรม.ติมอร์-เลสเต และคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (Committee of Permanent Representatives to ASEAN-CPR) เน้นย้ำบทบาทและความมุ่งมั่นของติมอร์-เลสเต ในการบูรณาการและสร้างประชาคมอาเซียน รวมทั้งการดำเนินงานต่าง ๆ ของอาเซียน เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 ขณะที่เลขาธิการอาเซียนยืนยันการสนับสนุนของสำนักเลขาธิการอาเซียนต่อการบูรณาการติมอร์-เลสเต เข้าสู่อาเซียน

จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.68 ว่า จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (Latin America and the Caribbean-LAC) ฉบับที่ 3 โดยจีนพร้อมร่วมมือกับภูมิภาคดังกล่าวเพื่อส่งเสริมโครงการ 5 ด้านเกี่ยวกับความสามัคคี การพัฒนา อารยธรรม สันติภาพ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและการฟื้นฟู และสนับสนุนการสร้างประชาคมจีน-LAC ที่มีอนาคตร่วมกัน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับ LAC และมุ่งมั่นที่จะแสวงหาการพัฒนาร่วมกัน อีกทั้งจะเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ LAC ในยุคใหม่ ก่อนหน้านี้ จีนเผยแพร่เอกสารนโยบายต่อ LAC ฉบับแรกเมื่อ พ.ย.51 และฉบับที่ 2 เมื่อ พ.ย.59

G7 เรียกร้องทั่วโลกเสริมเสถียรภาพการผลิตและหาแร่ธาตุสำคัญ

สนข. Anadolu รายงานอ้างการแถลงของกลุ่ม G7 ในการประชุมทางไกล เมื่อ 8 ธ.ค.68 เรียกร้องทั่วโลกเร่งเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิตและจัดหาแร่ธาตุสำคัญอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงร่วมทบทวนความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการแร่ธาตุสำคัญของ G7 ที่เน้นมาตรฐานด้านความโปร่งใส มีความหลากหลาย มั่นคง และยั่งยืน พร้อมแสดงความกังวลต่อการใช้มาตรการที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด เช่น การควบคุมการส่งออก ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยแจ้งเตือนความปลอดภัยจากกรณีไทย-กัมพูชา

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยณ กรุงเทพฯ เผยแพร่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 8 ธ.ค.68 ว่า  สหรัฐฯ ได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  พบว่าทวีความรุนแรงมากขึ้น และใช้อาวุธตอบโต้กัน ส่งผลให้สถานการณ์มีความอ่อนไหว และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงเตือนให้ชาวอเมริกัน หลีกเลี่ยงการเดินทางในระยะ 50 กม. จากชายแดนไทย-กัมพูชา และว่าสหรัฐฯ มีศักยภาพจำกัดในการให้การช่วยเหลือในสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ดังกล่าว  ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่หรือเดินทางใกล้พื้นที่ได้รับผลกระทบ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทย ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงกำหนดให้สถานะความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยอยู่ในระดับ 2 (level 2 – Exercise increased caution) เช่นเดิม

จีนเตรียมปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 ธ.ค.68 อ้างนายซุน เยหลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนว่า จีนจะปรับปรุงการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ภายในระยะเวลา 5 ปี  เช่น การให้วีซ่า การขอคืนภาษี การให้บริการที่พัก และการคมนาคมภายในประเทศ อีกทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง และจะจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เลขาธิการ UN กังวลการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงผ่านแอปพลิเคชัน X เมื่อ 9 ธ.ค.68 กังวลต่อการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหม่ระหว่างกัมพูชากับไทย โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ และกลับมายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งใช้กลไกการเจรจาทั้งหมด เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ยั่งยืนผ่านวิถีทางที่สันติ ทั้งนี้ UN พร้อมสนับสนุนความพยายามทุกประการที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาค

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ ออกประกาศเมื่อ 8 ธ.ค.68 เรื่อง แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ฉบับที่ 7)  นอกจากนี้ ขอให้ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นปรับเพิ่มการแจ้งเตือนความเสี่ยงการเดินทางไปไทยเป็นระดับ 3 สำหรับพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ในรัศมี 50 กม. จากชายแดนกัมพูชา นับแต่ไทยและกัมพูชาเริ่มสู้รบเมื่อ ก.ค.68 ซึ่งการแจ้งเตือนดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน  ในกรณีฉุกเฉิน ให้ติดต่อฝ่ายกงสุล สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ

อินเดียเรียกร้องให้จีนปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ขณะเดินทางไปจีน

ถ้อยแถลงของโฆษก กต.อินเดีย ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ มื่อ 8 ธ.ค.68 กรณีทางการจีนกักขังพลเมืองอินเดียจากรัฐอรุณาจัลประเทศโดยพลการ โดยอ้างว่าบุคคลดังกล่าวถือหนังสือเดินทางที่เป็นโมฆะ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 21 พ.ย.68 ว่า อินเดียขอเรียกร้องให้ทางการจีนและท่าอากาศยานนานาชาติจีนทุกแห่ง ปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กักขังโดยพลการหรือคุกคาม รวมถึงเคารพอนุสัญญาด้านการควบคุมการบินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อพลเมืองอินเดียในการเดินทางไปจีนหรือเดินทางผ่านจีน อย่างไรก็ดี กต.อินเดีย ขอแนะนำให้พลเมืองอินเดียใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม ขณะเดินทางเยือนจีนหรือเดินทางผ่านจีน พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่า “รัฐอรุณาจัลประเทศ” เป็นส่วนหนึ่งของอินเดียและเป็นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากอินเดียได้

เศรษฐกิจในอำเภอแม่สอดกลับมาฟื้นตัว

The Business Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจใน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กลับมาฟื้นตัว สะท้อนจากการเข้ามาของแฟรนไชส์นานาชาติ โดยเฉพาะจีน และความต้องการของคนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2558 รัฐบาลไทยได้กำหนดให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และต้องการให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทยกับเมียนมา แต่ต้องเผชิญทั้งสถานการณ์ COVID-19 การรัฐประหารในเมียนมา และการเกิดขึ้นของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมืองเมียวดี ทำให้การพัฒนาหยุดชะงัก ขณะที่เศรษฐกิจในแม่สอดส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ  การที่อำเภอแม่สอดจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของเมียนมา และความเต็มใจของไทยที่จะทำให้กิจกรรมที่อยู่ใต้โต๊ะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมผลประโยชน์ตามนโยบาย America First

สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ (NSS) เมื่อ 4 ธ.ค.68  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐฯ เพื่อรักษาบทบาทมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ตามนโยบาย America First  โดยปรับการดำเนินนโยบายต่อทวีปอเมริกาเป็นอันดับแรก เน้นการปกป้องชายแดนด้วยการเพิ่มกำลังการทหาร เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพและการค้ายาเสพติด ขณะที่โจมตีการดำเนินนโยบายที่อ่อนแอของประเทศพันธมิตรในยุโรป ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การรับผู้อพยพ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ขณะเดียวกัน NSS ฉบับใหม่ ยังคงความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยสหรัฐฯ มุ่งรักษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ควบคู่กับเรียกร้องให้พันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่ม QUAD เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคร่วมกับสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการป้องปรามความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวัน