โลกจะร้อน จะเดือด จะรวนเพิ่มขึ้นหรือไม่ใน ปี 2568 : รัฐบาลทรัมป์ 2.0

โลกจะร้อน จะเดือด จะรวน เพิ่มขึ้นหรือไม่ในในปี 2568 ?  เป็นคำถามที่แวดวงสภาวะแวดล้อมทั่วโลกรู้คำตอบอยู่แล้วว่าค่อนข้างออกมาเชิงลบ เพราะว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะดำเนินนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ สวนทางกับรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนที่จะสิ้นสุดการเป็นประธานาธิบดี ในวันที่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง (20 มกราคม 2568) ทำไมนโยบายเรื่องนี้ของโลกเรา ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลทรัมป์ 2.0  ก็เพราะต้องอาศัยความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในการขับเคลื่อน และสหรัฐฯ ก็เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (อันดับ 1-3 ได้แก่ จีน สหรัฐฯ และอินเดีย) ด้วยเช่นกัน สถานะภาวะโลกรวนตอนนี้เป็นอย่างไร ? ทำให้โลกของเราน่ากังวลเป็นอย่างมากไหม ? …..รายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) ที่เสนอต่อที่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Conference of Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change: COP) ครั้งที่…

เส้นทางรถไฟลาว-จีน ให้บริการครบรอบ 3 ปี

นสพ.เวียงจันทน์ไทม์ และสำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 3 ม.ค.68 ว่า เส้นทางรถไฟลาว-จีน ให้บริการครบรอบ 3 ปี หลังจากเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2564 และได้พัฒนาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2567  ให้บริการขนส่งสินค้า 19.6 ล้านตัน ปริมาณการขนส่งเฉลี่ยวันละ 50,000 ตัน เพิ่มรอบให้บริการเส้นทางจากวันละ 2 เที่ยว เป็นวันละ 18 เที่ยว สามารถดึงดูดธุรกิจ 71 แห่ง และรักษาสินเชื่อประมาณ 96.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการบริการการขนส่งระบบรางในปี 2568

รมว.กต.จีนจะเดินทางเยือนภูมิภาคแอฟริการะหวา่ง 5-11 ม.ค.68

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 3 ม.ค.68 ว่า นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน จะเยือนนามิเบีย สาธารณรัฐคองโก ชาด และไนจีเรีย ระหว่าง 5-11 ม.ค.68 ซึ่งเป็นปีที่ 35 ติดต่อกันที่ รมว.กต.จีน เยือนภูมิภาคแอฟริกาเป็นพื้นที่แรกของปี โดยทั้ง 4 ประเทศ เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่เป็นมิตรของจีน การเยือนของ รมว.กต.จีนเพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดความร่วมมือจีน-แอฟริกา (Forum on China-Africa Cooperation) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อ ก.ย.67 ตามที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอให้ยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับทุกประเทศในภูมิภาคแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนไปสู่ระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์

ชาวบังกลาเทศเข้ารับการรักษาพยาบาลในไทยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40

เว็บไซต์ นสพ.The Daily Star ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 3 ม.ค.68 อ้างการศึกษาร่วมกันระหว่างศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธากา กับมหาวิทยาลัย Central Queensland ออสเตรเลีย เกี่ยวกับคุณภาพระบบสาธารณสุขในบังกลาเทศ และการรับบริการทางการแพทย์ในไทย ระบุว่า ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา ชาวบังกลาเทศที่ขอรับการตรวจลงตรา (Visa) เพื่อรักษาทางการแพทย์ในไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ แม้ว่าค่ารักษาพยาบาลจะสูงกว่า  แต่มีคุณภาพ และมีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก   ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มดังกล่าวคือ ยังอาจเกิดจากการที่อินเดียได้จำกัดการออก Visa สำหรับชาวบังกลาเทศ ทำให้ไทยเป็นตัวเลือกสำหรับการรักษาพยาบาล

สหรัฐฯ เปิดรับฟังภาคเอกชนเพื่อคว่ำบาตรบริษัทผลิตโดรนของจีนและรัสเซีย

สนข.Bloomberg รายงานเมื่อ 3 ม.ค.68 ว่า สหรัฐฯ พิจารณาการควบคุมหรือคว่ำบาตรบริษัทผลิตโดรนของจีนและรัสเซีย โดยเปิดรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลกระทบจนถึง 4 มี.ค.68 เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาด หลังจีนและรัสเซียพัฒนาเทคโนโลยีโดรนอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งบริษัท Da Jiang Innovations และบริษัท Autel Robotics ของจีน ที่ครอบครองส่วนแบ่งตลาดโดรนโลกกว่าร้อยละ 90  กับทั้งเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ จากการจารกรรมข้อมูลและใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด มาตรการดังกล่าวจะพิจารณาอีกครั้ง หลังว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งใน 20 ม.ค.68

เกิดเหตุจลาจลในเยอรมนีและเบลเยียมห้วงเทศกาลปีใหม่

  มีรายงานเหตุจลาจลในหลายเมืองของเยอรมนี และเบลเยียม ห้วง 31 ธ.ค.67 – 1 ม.ค.68 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยในเยอรมนี เกิดเหตุจลาจลในกรุงเบอร์ลิน เมืองไลพ์ซิก และมิวนิก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และ จนท.ตร.สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้กว่า 600 คน ขณะที่ในเบลเยียม เกิดเหตุจลาจลในหลายเมือง อาทิ กรุงบรัสเซลส์ และเมืองแอนต์เวิร์ป โดย จนท.ตร.สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ประมาณ 200 คน และมีรถยนต์อย่างน้อย 60 คันถูกเผา

FBI ตรวจสอบความเขื่อมโยงกลุ่ม IS กรณีคนร้ายขับรถยนต์พุ่งเข้าใส่ประชาชนในรัฐลุยเซียนา

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ​ (FBI) แถลงถึงกรณีเมื่อ 010315 ม.ค.68 เหตุคนร้ายขับรถยนต์พุ่งเข้าใส่ประชาชนที่มาร่วมงานฉลองปีใหม่ บริเวณย่านท่องเที่ยว French Quarter ในเมืองนิวออลีนส์ มลรัฐลุยเซียนาว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน เเละบาดเจ็บหลายสิบคน (สื่อในสหรัฐฯ​ ระบุว่าผู้เสียชีวิตจำนวน 15 คนและบาดเจ็บ 35 คน) จนท.ตร. ได้วิสามัญผู้ก่อเหตุคือ นาย Shamsud Din-Bahar Jabbar ชาวอเมริกันจากรัฐเทกซัส อายุ 42 ปี อดีตทหารผ่านศึก และพบอุปกรณ์ในที่เกิดเหตุ ได้แก่ ธง IS เเละระเบิด pipe bombs พร้อมที่จุดระเบิดระยะไกลซุกซ่อนใน cooler ทั้งนี้  FBI ระบุว่าเหตุดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย และเชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุโดยอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้อง CCTV เเละหาความเชื่อมโยงของผู้ก่อเหตุกับกลุ่ม IS รวมทั้งมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

คณะ จนท.อาวุโสประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยื่นลาออกเพื่อประท้วงรักษาการประธานาธิบดี

เว็บไซต์ สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ม.ค.68 ว่า คณะ จนท.อาวุโสประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยื่นลาออกจากตำแหน่ง อาทิ นาย Chung Jin-suk หน.คณะ จนท. นายชิน ว็อน-ชิก ทปษ.ด้านความมั่นคง นาย Sung Tae-yoon หน.คณะด้านนโยบาย นาย Chang Ho-jin ทปษ.ด้านการต่างประเทศ โดยการยื่นลาออกของคณะ จนท.มีขึ้นเพื่อประท้วงกรณีนายชเว ซัง-มก รอง นรม. รมว.กระทรวงเศรษฐกิจและการค้า และรักษาการประธานาธิบดี ใช้อำนาจรักษาการแต่งตั้งผู้พิพากษา 2 คน ในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้คณะตุลาการศาลฯ มีจำนวน 8 คน (ขาดเพียง 1 คน) สามารถพิจารณาและให้คำวินิจฉัยคำร้องถอดถอนประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ได้อย่างชอบธรรม

การส่งออกยุทโธปกรณ์ของอินเดียเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี

ถ้อยแถลงของนายราชนาถ สิงห์ รมว.กห.อินเดีย เมื่อ 30 ธ.ค.67 ว่า การส่งออกยุทโธปกรณ์ของอินเดียเติบโตมากถึง 2,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567 สูงสุดในรอบ 10 ปี อินเดียตั้งเป้าหมายการส่งออกยุทโธปกรณ์ที่มูลค่า 5,841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572   รมว.กห.อินเดียกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำสงครามในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสงครามข่าวสาร สงครามจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สงครามตัวแทน สงครามอวกาศ และสงครามทางไซเบอร์ เป็นความท้าทายของกองทัพ ที่ต้องฝึกฝนบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ ควบคู่กับการคำนึงถึงนโยบายอินเดียพึ่งพาตนเอง (AatmaNirbhar Bharat)  โดยรัฐบาลอินเดียต้องการให้อินเดียเป็นประเทศที่แข็งแกร่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหารในระดับโลก

ญี่ปุ่นประสงค์พัฒนาเรือฟริเกตร่วมกับอินโดนีเซีย

นายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น จะเยือนอินโดนีเซียระหว่าง 5-8 ม.ค.68 เพื่อพบหารือกับ พล.ท. Sjafrie Sjamsoeddin รมว.กห.อินโดนีเซีย  นายนากาทานิจะเชิญอินโดนีเซียร่วมพัฒนาเรือฟริเกตของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) ตามที่อินโดนีเซียเคยแสดงความสนใจ ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นและอินโดนีเซียหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาเรือดำน้ำร่วมกัน แต่การหารือชะงักลงเมื่อห้วงนายโจโก วิโดโด ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากสำหรับย้ายเมืองหลวง