การควบคุมคลองปานามาได้จะทำให้สหรัฐฯ มั่นคงในทุกด้าน

คลองปานามาซึ่งขุดเมื่อเร่มใช้งานเมื่อปี 2457 กำลังเป็นประเด็นการเมืองในสหรัฐฯ เนื่องจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ระบุว่า สหรัฐฯ จะควบคุมคลองปานามายาว ซึ่งมีความยาวประมาณ 82 กิโลเมตร อีกครั้ง  การสร้างคลองปานามา ทำช่วยย่นระยะเวลาบริเวณคอคอดปานามา ในประเทศปานามา เนื่องจากการเดินเรือระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก ไม่ต้องอ้อมช่องแคบเดรกและแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ประเด็นการควบคุมคลองปานามาถูกหยิบยกขึ้นมาโดยว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่

อินเดียและคูเวตยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 อ้างผลการเยือนคูเวตอย่างเป็นทางการของ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ระหว่าง 21-22 ธ.ค.67 ว่า ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เติบโตยิ่งขึ้น   นรม.โมดิ ยังพบหารือกับ เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวตเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยา และเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคง รวมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติสูงสุดของประเทศ “The Order of Mubarak Al-Kabeer” สำหรับบทบาทการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ อีกทั้งยังพบหารือกับมกุฎราชกุมาร Sabah Al-Khaled Al-Hamad Al-Mubarak Al-Sabah และเชค อะห์มัด นะวาฟ อัลอะห์มัด อาลเศาะบาฮ์ นรม.คูเวต นอกจากนี้ นรม.โมดิ เยี่ยมเยียนชุมชนอินเดียโพ้นทะเลซึ่งมีมากกว่า 1 ล้านคน และเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในคูเวต

ลาวจะปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนในแขวงจำปาสักเพื่อส่งออก

นสพ.Vientiane Times รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.67 ว่า นาย Somboun Heuangvongsa รองเจ้าแขวงจำปาสัก ลาว เป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างหัวหน้ากรมแผนการและการลงทุน แขวงจำปาสัก กับนาย Le Van Nha ผู้บริหารภาคเอกชน เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน 150 เฮกตาร์ (ประมาณ 937.5 ไร่) ในเมืองปากซ่อง แขวงจำปาสัก เพื่อปลูกแมคคาเดเมียและทุเรียนสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออก ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจเกษตรลาวระบุว่า ปัจจุบันลาวปลูกทุเรียนมากกว่า 10,000 ต้น ผลผลิตเฉลี่ย 900 ตัน/ปี และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 270,000 ต้นในปี 2572 ผลผลิตประมาณ 24,000 ตัน มูลค่ามากกว่า 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่เผยแพร่ข้อมูลการเสียชีวิตของพลเรือนจากการถูกโจมตี

สนข. Mizzima รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 อ้างรายงานของ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation-SHRF) เผยแพร่เมื่อ 20 ธ.ค.67 ระบุว่า ห้วง 9 ต.ค.-10 ธ.ค.67 กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศและโจมตีด้วยปืนใหญ่ลงพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ และเมืองโมโกกในภาคมัณฑะเลย์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 68 คน บาดเจ็บ 136 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน โรงพยาบาล วัด โบสถ์ และร้านค้า เมืองที่เป็นเป้าหมาย ได้แก่ เมืองสีป้อ เมืองโมงไย เมืองแสนหวี เมืองลาเสี้ยว เมืองกุนโหลง เมืองนองโช เมืองน้ำซาน เมืองโมโกก และเมืองจ๊อกแม

ความเปลี่ยนแปลงในการเมืองยุโรป: นายกรัฐมนตรีเยอรมันพ่ายมติไม่ไว้วางใจ

การเมืองในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของยุโรป กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากนาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมนีพ่ายแพ้ต่อมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงเป็นจุดเปลี่ยนในรัฐบาลเยอรมัน แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมในยุโรปที่น่าจับตามอง และมีข้อสังเกตเป็นที่วิจารณ์กันว่านายกรัฐมนตรีเยอรมนีเต็มใจให้มีการลงมติพ่ายแพ้ เพื่อพรรคคริสเตียนเดโมแครต จะได้กลับมาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี  2568 มติไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นกับนาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมันในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความขัดแย้งในนโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ยุโรปเผชิญกับวิกฤตพลังงานและภาวะเงินเฟ้อ หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีลดลง และเมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เริ่มมีแรงกดดันจากฝ่ายค้านและเสียงวิจารณ์จากพันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็เริ่มระส่ำระสายจากการที่นายกรัฐมนตรี Olaf Scholz ปลดนาย Christian Lindner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค Free Democratic Party (FDP) เพราะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีกระเตื้องขึ้นได้ การลงมติในรัฐสภาเยอรมันเป็นกระบวนการที่แสดงถึงความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย แต่บางครั้งก็เป็นจุดอ่อนในการบริหารประเทศเช่นในครั้งนี้ กลับสะท้อนถึงความไม่เป็นเอกภาพในรัฐบาลผสม ซึ่งประกอบด้วย พรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD), พรรค The Greens และพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ที่มีแนวคิดแตกต่างกัน…

สิงคโปร์ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนในเยอรมนี

กต.สิงคโปร์แถลงเมื่อ 22 ธ.ค.67 ประณามการก่อเหตุขับรถชนฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองมักเดอบวร์ก ของเยอรมนีเมื่อ 20 ธ.ค.67 ว่า เป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้  และขอแสดงความเสียใจไปถึงเหยื่อและครอบครัว รวมทั้งขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว ขณะที่ สอท.สิงคโปร์/เบอร์ลิน ได้ติดต่อชาวสิงคโปร์ที่ลงทะเบียนกับเว็บไซต์ กต. และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเยอรมนีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งยังไม่พบว่า มีชาวสิงคโปร์ได้รับผลกระทบโดยตรง หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี สอท.ฯ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์ในเยอรมนี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงสถานที่พลุกพล่าน โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ

สภานิติบัญญัติไต้หวันเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์จากจีน

นสพ.Taipei Times รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของสภานิติบัญญัติไต้หวันระบุว่า พบการโจมตีทางไซเบอร์จากจีนต่อสภานิติบัญญัติไต้หวันเฉลี่ย 900,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งหน่วยงานได้ทบทวนการป้องกันทางไซเบอร์เป็นประจำตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังพรรคพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP)  และพรรคก๊กมินตั๋งมีมติเรียกร้องให้แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดงบประมาณ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของสภานิติบัญญัติเพื่อความปลอดภัย

ออสเตรเลียเร่งค้นหาครูชีววิทยาถูกจับในยูเครน

เว็บไซต์เครือข่ายโทรทัศน์ ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.67 ว่า นาย Oscar Jenkins ชาวออสเตรเลีย อายุ 32 ปี ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อ 22 ธ.ค.67 ในสภาพถูกมัดมือ ใบหน้าเปื้อนดิน และมีบาดแผลที่ศีรษะ และกำลังถูกสอบถามด้วยภาษารัสเซียจากบุคคลที่อยู่นอกกล้อง โดยนาย Jenkins ตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษปนภาษายูเครน ระบุว่า เป็นครูสอนชีววิทยาที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียและยูเครน นาย Mark Dreyfus รักษาการ รมว.กต.ออสเตรเลียเรียกร้องให้รัสเซียปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมถึงการคุ้มครองเชลยศึก รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเร่งค้นหาตัวนาย Jenkins โดยด่วนที่สุด เพื่อยืนยันความปลอดภัย

ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหาร

นสพ.Financial Times รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า คณะทำงานด้านการต่างประเทศของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุกับ จนท.ของสหภาพยุโรปถึงนโยบายต่อยุโรปและการรุกรานยูเครนของรัสเซียว่า ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะยังคงสนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้ยูเครน ขณะเดียวกันจะโน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายเร่งยุติสงคราม กับทั้งต้องการให้สมาชิกเนโตเพิ่มงบประมาณทางทหารให้ถึงร้อยละ 5 ของ GDP จากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 2 ซึ่งมีสมาชิก 23 ประเทศจากทั้งหมด 32 ประเทศที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.1 ของ GDP ในปี 2567 ขณะที่ปี 2563 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่นายทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ได้จัดสรรงบประมาณทางทหารที่ร้อยละ 3.4 ของ GDP

ยูเครนใช้ขีปนาวุธโจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย

สนข.RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.67 ว่า ยูเครนใช้ขีปนาวุธ HIMARS ที่ผลิตในสหรัฐฯ โจมตีเมือง Rylsk ในแคว้นคุสค์ ของรัสเซีย เมื่อ 20 ธ.ค.67 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และก่อความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งเมือง   นาย Aleksandr Khinshtein รักษาการผู้ว่าการแคว้นคุสค์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ รวมให้ให้คำมั่นว่าผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ และจะเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย