การส่งออกยุทโธปกรณ์ของอินเดียเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี

ถ้อยแถลงของนายราชนาถ สิงห์ รมว.กห.อินเดีย เมื่อ 30 ธ.ค.67 ว่า การส่งออกยุทโธปกรณ์ของอินเดียเติบโตมากถึง 2,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567 สูงสุดในรอบ 10 ปี อินเดียตั้งเป้าหมายการส่งออกยุทโธปกรณ์ที่มูลค่า 5,841 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572   รมว.กห.อินเดียกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำสงครามในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสงครามข่าวสาร สงครามจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สงครามตัวแทน สงครามอวกาศ และสงครามทางไซเบอร์ เป็นความท้าทายของกองทัพ ที่ต้องฝึกฝนบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ ควบคู่กับการคำนึงถึงนโยบายอินเดียพึ่งพาตนเอง (AatmaNirbhar Bharat)  โดยรัฐบาลอินเดียต้องการให้อินเดียเป็นประเทศที่แข็งแกร่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหารในระดับโลก

ญี่ปุ่นประสงค์พัฒนาเรือฟริเกตร่วมกับอินโดนีเซีย

นายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น จะเยือนอินโดนีเซียระหว่าง 5-8 ม.ค.68 เพื่อพบหารือกับ พล.ท. Sjafrie Sjamsoeddin รมว.กห.อินโดนีเซีย  นายนากาทานิจะเชิญอินโดนีเซียร่วมพัฒนาเรือฟริเกตของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) ตามที่อินโดนีเซียเคยแสดงความสนใจ ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นและอินโดนีเซียหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาเรือดำน้ำร่วมกัน แต่การหารือชะงักลงเมื่อห้วงนายโจโก วิโดโด ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เนื่องจากรัฐบาลอินโดนีเซียจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากสำหรับย้ายเมืองหลวง

จีนเริ่มใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เทคโนโลยีรุ่นที่ 3 อย่างเป็นทางการ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 1 ม.ค.68 อ้าง สนข.Xinhua ว่า จีนเริ่มใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นหัวหลง-1 (Hualong-1) ที่ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์รุ่นที่ 3 ของจีนที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน  โดยตั้งเป้าหมายการใช้งานในเชิงพานิชย์  โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองจางโจวได้รับการออกแบบให้สามารถติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นหัวหลง-1 ได้ 6 เครื่อง (ปัจจุบันมี 4 เครื่อง) ทางการจีนระบุว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นหัวหลง-1 มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล และจีนมีโครงการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นหัวหลง-1 ทั้งในและต่างประเทศรวม 33 เครื่อง สะท้อนความสำเร็จของจีนในการพัฒนาและเป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ศาลเกาหลีใต้อนุมัติหมายจับประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล

เว็บไซต์ สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 31 ธ.ค.67 ว่า ศาลแขวงกรุงโซลได้อนุมัติหมายจับประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ พร้อมหมายค้นทำเนียบประธานาธิบดี หลังจากประธานาธิบดียุนไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกถึง 3 ครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองเกาหลีใต้ที่ประธานาธิบดีถูกออกหมายจับระหว่างดำรงตำแหน่ง  ทั้งนี้ หมายจับมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 7 วัน ขณะเดียวกัน ทีมกฎหมายของประธานาธิบดียุนได้ออกแถลงการณ์ด่วนปฏิเสธการยอมรับหมายจับดังกล่าว โดยอ้างว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาก่อกบฏหรือเป็นกบฏตามที่กฎหมายกำหนด

อาคเนย์และเอไอ 2024 …ไปอีกไกลแค่ไหน !?

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือภูมิภาคที่ประเทศไทยเราตั้งอยู่นี้ ถือว่าเป็นจุดได้รับความนิยมอย่างมากจากนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เห็นได้จากการที่บบริษัทผู้พัฒนารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia ผู้ให้บริการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และกราฟิกของสหรัฐฯ หรือ Microsoft ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ต่างก็ทยอยเดินทางเข้าไปดูงานกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเตรียมทุ่มทุนสร้างศูนย์บริการคลาวด์และการเก็บข้อมูล (data) ขนาดใหญ่กันแล้ว โดยทาง Nvidia เลือกลงทุนที่เวียดนาม ส่วน Microsoft เลือกมาเลเซียเป็นฐานการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในภูมิภาคต่อไป เหตุผลที่เชิญชวนให้ทั้ง 2 บริษัทตกลงที่จะลงทุนในภูมิภาคนี้ เป็นเพราะประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มผู้ใช้บริการเทคโนโลยีของพวกเขามากที่สุด โครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม middle-class ที่มีกำลังซื้อและนิยมใช้การเทคโนโลยี ทั้งการสตรีมเกมส์ออนไลน์ ชอปปิ้งออนไลน์ และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลิตข้อมูล (generative AI) เท่ากับว่าเป็นตลาดใหญ่ และมีกลุ่มผู้ใช้งานพร้อมทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ บรรยากาศการลงทุนที่คึกคักขึ้นมาในปี 2567 นี้ ทำให้เราสงสัยว่า นี่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาคเนย์ของเรากำลังเข้าใกล้การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยี AI แล้วจริงหรือไม่! และในปี 2568 จะเป็นอย่างไร? แม้ว่าบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศจะสนใจลงทุนพัฒนา AI และเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กลับมีข้อมูลที่เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการและบริษัทรายเล็กในภูมิภาคอาจจะไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้สักเท่าไรเพราะอัตราการเติบโตและกำไรของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคที่ดำเนินธุรกิจ…

สายการบิน Jeju Air เดินทางจากไทยไถลชนกำแพงสนามบินเกาหลีใต้

เว็บไซต์ นสพ.The Guardian รายงานเมื่อ 29 ธ.ค.67 ว่า สายการบิน Jeju Air ของเกาหลีใต้ เที่ยวบินที่ 7C 2216 ต้นทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน จ.ช็อลลาใต้ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ประสบอุบัติเหตุไถลออกนอกรันเวย์และชนเข้ากับกำแพงด้านนอกของสนามบินเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับ 07.00 น. ตามเวลาไทย) เบื้องต้น คาดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการบินชนฝูงนกระหว่างลดระดับการบิน เพื่อเตรียมลงจอด ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสาร 175 คน และลูกเรือ 6 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสายชาวไทย 2 คน และชาวเกาหลีใต้ 173 คน นายชเว ซัง-มก รอง นรม. และรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้ จนท.เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว  ทั้งนี้มีผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือ 2 คน ที่เหลืออาจเสียชีวิตทั้งหมด

ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศยุทธศาสตร์ตอบโต้สหรัฐฯ ในการประชุมใหญ่พรรค

เว็บไซต์ สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 29 ธ.ค.67 อ้าง สนข.KCNA ของทางการเกาหลีเหนือว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลี ระหว่าง 23-27 ธ.ค.67 ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ตอบโต้สหรัฐฯ ในระดับสูงสุด เพื่อตอบโต้ต่อการขยายความร่วมมือและการเป็นพันธมิตรนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของยุทธศาสตร์   เกาหลีเหนือยังมีแผนเพิ่มศักยภาพทางการทหาร โดยเน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามสมัยใหม่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ  พร้อมกับยังย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นมิตร ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้จัดการประชุมในลักษณะดังกล่าวในห้วงปลาย ธ.ค. เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2564 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศสำหรับปีต่อไป

นายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงแก่อสัญกรรม

นายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดี คนที่ 39 ของสหรัฐฯ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 29 ธ.ค.67 ด้วยอายุ 100 ปี นับเป็นอดีตประธานาธิบดีที่อายุยืนที่สุดของสหรัฐฯ  แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ เป็นมิตรที่รักยิ่งและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ส่วนว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ชาวอเมริกันเป็นหนี้บุญคุณอดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์อย่างยิ่ง ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีคาร์เตอร์ สังกัดพรรคเดโมแครต ดำรงตำแหน่งห้วง ปี 2520 – 2524 มีผลงานโดดเด่น คือ การเป็นคนกลางในการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพที่แคมป์เดวิดระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลเมื่อปี 2522 รวมทั้งสนับสนุนโครงพัฒนาด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก หลังพ้นตำแหน่ง และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2545

เลขาธิการ UN เตือนว่าโลกยังคงไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดครั้งต่อไป

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 27 ธ.ค.67 เนื่องในวันเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดสากล (International Day of Epidemic Preparedness) ว่า โลกยังคงไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดครั้งต่อไป แม้เคยเผชิญการระบาดของ COVID-19 มาแล้ว เห็นได้จากการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานร อหิวาตกโรค โปลิโอ และไวรัสมาร์บูร์ก เมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณสุขมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีน การรักษา และการวินิจฉัยโรคอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด

บทบาทของจีนในลาตินอเมริกาและความท้าทายอิทธิพลสหรัฐฯ

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระดับโลก ด้วยการขยายการลงทุนและการค้ามากขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเป็นตลาดสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในลาตินอเมริกายังส่งผลต่อความสัมพันธ์เชิงภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐฯที่มีอิทธิพลในภูมิภาคนี้มายาวนาน ดังนั้น การเข้ามาของจีนจึงเป็นการท้าทายอำนาจเดิมของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน จีนได้เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับหลายประเทศในลาตินอเมริกา มุ่งเน้นการลงทุนไปที่ในโครงสร้างพื้นฐาน การซื้อทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมการค้าระหว่างกัน การลงทุนรายใหญ่ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของลาตินอเมริกาของจีน เช่น การสร้างถนน สะพาน ท่าเรือ และเครือข่ายพลังงาน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคและเสริมศักยภาพในการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติไปยังจีน เช่น โครงการสร้าง เขื่อน Coca Codo Sinclair ซึ่งเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในเอกวาดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเอกวาดอร์ และเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 30% ของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในเอกวาดอร์  นอกจากนี้ จีนยังมุ่งเน้นการลงทุนในภาคพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของประเทศที่พึ่งพาการลงทุนจากจีนอย่างมาก เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน แม้ว่าจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง การค้าและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน จีนได้ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของหลายประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะในบราซิล ชิลี และอาร์เจนตินา ลาตินอเมริกาส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนมหาศาลไปยังจีน เช่น ถั่วเหลือง น้ำมัน ทองแดง และลิเทียม ในทางกลับกัน จีนส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร…