วิกฤตความขัดแย้งใน ตอ.กลางส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทานการก่อสร้างสิงคโปร์

เว็บไซต์ channelnewsasia รายงานเมื่อ 16 มี.ค.69 ว่า อุตสาหกรรมการก่อสร้างของสิงคโปร์กำลังเผชิญกับภาระต้นทุนสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียมเคมี เช่น แผ่นกันซึม สี และยาแนว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20  ส่งผลให้ผู้รับเหมาจำนวนมากต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ความคืบหน้าของโครงการทันตามกำหนดการ   ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีปัญหาขาดแคลนวัสดุขั้นรุนแรง เนื่องจากสามารถจัดหาบางส่วนได้จากภายในภูมิภาค แต่หาก ความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทก่อสร้างที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด

สหรัฐฯ เรียกร้อง 7 ประเทศส่งเรือรบคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.AP รายงานเมื่อ อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ เรียกร้องอย่างน้อย 7 ประเทศ ให้สนับสนุนการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ จากการโจมตีอิหร่าน หลังการส่งเรือรบสหรัฐฯ  เข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นประเทศใด ก่อนหน้านี้ เคยระบุถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ประกอบทางนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประเทศข้างต้น และจีนจะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์

ลาวประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานภายในประเทศ

ประกาศเร่งด่วนของทางการลาว ลว.13 มี.ค.69 ว่า ด้วยมาตรการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับจัดตั้งคณะทำงานติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการที่จำเป็นซึ่งจะรายงานต่อ นรม.ทุกวัน  รวมทั้งระงับการเดินทางไปประชุมหรือศึกษาดูงานในประเทศ  ใช้การประชุมออนไลน์  หมุนเวียนวันเข้าสำนักงาน รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะจากเครื่องยนต์แบบสันดาป เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดค่าบริการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าลง ร้อยละ 30 แต่ปรับขึ้นที่ใช้เชื้อเพลิงลง ร้อยละ 30 กำหนดให้ผู้บริการขนส่งสาธารณะใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 10 ของยานพานะทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ ยังควบคุมราคาอาหารและสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ปลา และผัก  ควบคู่กับสนับสนุนเกษตรกรหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

IRGC ของอิหร่านประกาศจะตามไล่ล่าและสังหาร นรม.อิสราเอล

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงเมื่อ15 มี.ค.69 ว่า IRGC จะไล่ล่าและสังหารนายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งและการสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 และเป็นเหตุให้อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน เสียชีวิตเมื่อวันเดียวกัน

IDF เตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์

โฆษก กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 15 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลกำลังประสานงาน กับสหรัฐฯ เพื่อดำเนินแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อไป อย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือจนถึงช่วงเทศกาลปัสกา (Passover) ของชาวยิว ระหว่าง 1-9 เม.ย.69 เพื่อโจมตีเป้าหมายหลายพันแห่งของรัฐบาลอิหร่าน รวมทั้งมีแผนครอบคลุมไปถึงช่วงเวลาอีก 3 สัปดาห์ถัดไปหลังเทศกาลปัสกาด้วย และย้ำว่า IDF  จะปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย  ซึ่งไม่ได้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ในอนาคต ซึ่งการตัดสินใจขึ้นอยู่กับชาวอิหร่าน

ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ตอบกระทู้ถามในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 16 มี.ค.69 เกี่ยวกับการส่งเรือของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Self-Defense Forces-SDF) ไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง นรม.ญี่ปุ่น ระบุว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ร้องขอ แต่กำลังพิจารณามาตรการตอบสนองที่จำเป็น รวมทั้งจะสื่อสารมุมมองของญี่ปุ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการพบหารือที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ใน 19 มี.ค.69 ขณะที่นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น กล่าวในที่ประชุมเดียวกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนที่จะส่งกองกำลัง SDF ไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง ในขณะนี้

ผลสำรวจในอาเซียนชี้ว่าจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุด

สนข.Kyodo รายงานเมื่อ 13 มี.ค.69 อ้างผลสำรวจความคิดเห็นสาธารณะในอาเซียน  ซึ่งจัดทำโดย กต.ญี่ปุ่น ในห้วง ต.ค-พ.ย.68 พบว่า ร้อยละ 52 มองจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 45 มองว่าญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนสำคัญรองลงมา ทั้งนี้ ผลสำรวจเมื่อปีงบประมาณ 2566 พบว่า ญี่ปุ่นเคยเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของอาเซียนที่ร้อยละ 43 และจีนที่ร้อยละ 42

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธระหว่างเกาหลีใต้–สหรัฐฯ ฝึกร่วม Freedom Shield

แถลงการณ์ของคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ระบุว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ลูก จากเขตซุนอัน กรุงเปียงยาง เมื่อเวลา 13.20 น. เมื่อ 14 มี.ค.69 ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 11.20 น.ตามเวลาไทย โดยขีปนาวุธ มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการฝึกร่วมทางทหารประจำปี ภายใต้รหัส Freedom Shield ระหว่าง 9-19 มี.ค.69 ซึ่งเกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจต่อการฝึกดังกล่าวมาโดยตลอด พร้อมอ้างว่า เป็นการซ้อมรบพื่อรุกรานเกาหลีเหนือและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค

ญี่ปุ่นรวบรวมข่าวสารในภูมิภาค ตอ.กลางเพื่อความปลอดภัยของเรือญี่ปุ่น

เสนาธิการร่วมของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.69 ว่า กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นส่งเรือและเครื่องบินปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวสารเพื่อความปลอดภัยของเรือญี่ปุ่น เมื่อห้วง ก.พ.69 ดังนี้ 1) เรือพิฆาต JS Onami (กองเรือผิวน้ำเพื่อการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านโจรสลัด) ปฏิบัติภารกิจในเขตทะเลหลวงของอ่าวโอมาน และเขตทะเลหลวงของทะเลอาหรับเหนือ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจสามารถตรวจพบเรือทั้งสิ้น 180 ลำ และ 2) เครื่องบินลาดตระเวน P-3C (กองบินเพื่อการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านโจรสลัด) ปฏิบัติภารกิจในเขตทะเลหลวงของอ่าวเอเดน และเขตทะเลหลวงทางด้าน ตต.ของทะเลอาหรับเหนือ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจสามารถตรวจพบเรือทั้งสิ้น 598 ลำ

สอท.สหรัฐฯ / อิรักถูกโดรนโจมตี

โดรนที่ติดตั้งวัตถุระเบิดได้พุ่งชน สอท.สหรัฐฯ / กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อ 14 มี.ค.69 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ มุ่งเป้าไปยังพื้นที่อยู่อาศัยในย่านคาร์ราดา กรุงแบกแดด ส่งผลให้ผู้นำระดับสูง 1 คน และสมาชิกอีก 2 คน ของกองกำลัง Popular Mobilization Forces ของอิรักเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีพลเรือนที่อาศัยใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ 5 คน  สหรัฐฯ ยังโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์กของอิหร่านในวันเดียวกัน และข่มขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะนี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันสำคัญที่สุดของอิหร่าน หากอิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ