จีนและอิตาลีพร้อมกระชับความร่วมมือระหว่างกัน

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวในการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจอร์จา เมโลนี ของอิตาลี ซึ่งเยือนจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ต.ค.65 ว่า ทั้งสองประเทศควรสนับสนุนและส่งเสริมเจตนารมณ์ของเส้นทางสายไหม และผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง โดยจีนพร้อมยกระดับความร่วมมือและแสวงหาความร่วมมือด้านใหม่ ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งยินดีให้บริษัทอิตาลีเข้าไปลงทุนในจีน และจีนจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงจากอิตาลีมากขึ้น โดยจีนคาดหวังให้อิตาลีสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยุติธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ ด้านผู้นำอิตาลี ระบุว่า จีนมีบทบาทในการจัดการกับความท้าทายระดับโลก โดยอิตาลียังคงยึดมั่นต่อนโยบายจีนเดียว และหวังที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน เพิ่มการแลกเปลี่ยน และยินดีที่จะแสดงบทบาทเชิงรุกในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป

อดีตที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดียูเครนเสนอให้ยกเลิกกฤษฎีกาห้ามการเจรจากับรัสเซีย

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 29 ก.ค.67 ว่า นาย Oleg Soskin อดีตที่ปรึกษาของนาย Leonid Kuchma อดีตประธานาธิบดียูเครน แสดงความเห็นผ่านช่อง YouTube ว่า ควรยกเลิกกฤษฎีกาของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ห้ามการเจรจากับรัสเซีย และควรจัดตั้งทีมเจรจา โดยใช้กรอบการเจรจาตามที่เคยเสนอในการประชุมระหว่างผู้แทนรัสเซีย-ยูเครน ที่นครอิสตันบูล และแนะนําสถานที่จัดการเจรจาที่เป็นไปได้คือ บูดาเปสต์หรือบราติสลาวา รวมทั้งให้นาย David Arakhamia หัวหน้ากลุ่มย่อยภายใต้พรรค Servant of the People ในฐานะผู้เจรจาที่เป็นไปได้จากยูเครนแทนประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่รัสเซียเห็นว่ามีปัญหาความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง

ยุทธศาสตร์เครื่องประดับกับความมั่นคงทางทะเลของสองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย

ไม่เพียงต้องแข่งขันกับโลกตะวันตก ….จีนยังต้องต่อสู้กับเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่ที่มีพรมแดนติดกัน เช่น อินเดีย ที่มีกรณีพิพาทเขตแดนทางบก และต่างมุ่งขยายอิทธิพลทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทรอินเดีย และยิ่งเข้มข้นขึ้นหลังจีนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Belt & Road Initiative (BRI) ในหลายประเทศและภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงแต่สหรัฐฯ ที่หวั่นไหวกับการรุกออกนอกประเทศของจีน จนเร่งผลักดันความร่วมมือกับพันธมิตรและประเทศน้อยใหญ่ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อินเดียก็หวั่นเกรงไม่น้อยกับความพยายามโอบล้อมอินเดียของจีนผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย แม้ที่ผ่านมาไม่มีการเรียกชื่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีนในมหาสมุทรอินเดียอย่างเป็นทางการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนคงคุ้นหูด้วยศัพท์บัญญัติของนักวิชาการและสื่อมวลชนตะวันตกว่า…. ยุทธศาสตร์สร้อยไข่มุก หรือ String of Pearls เนื่องจากการสนับสนุนการสร้างและพัฒนาท่าเรือให้ประเทศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียกลายเป็นหมุดหมายของจีนในการเคลื่อนไหวทางทะเล ซึ่งกระตุ้นให้อินเดียวิตกกังวลเพิ่มขึ้นทุกทีถึงการขยับเข้าใกล้ของจีน จนนำไปสู่การริเริ่ม……..ยุทธศาสตร์สร้อยเพชร หรือ Necklace of Diamonds ที่มีการเอ่ยอ้างขึ้นครั้งแรกโดยนาย Lalit Mansingh อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเมื่อสิงหาคม 2554 จีนปักหมุดเม็ดไข่มุกตามที่บรรดาชาติตะวันตกเรียก กินพื้นที่ประเทศที่อยู่ริมชายฝั่งตั้งแต่ต้นถึงปลายมหาสมุทรอินเดีย เช่น เมียนมา บังกลาเทศ มัลดีฟส์ ศรีลังกา ปากีสถาน เซเชลล์ และจิบูตี และช่องแคบทางยุทธศาสตร์ ทั้งฮอร์มุซ มะละกา และลอมบอก การรุกขยายความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศเหล่านี้ในการพัฒนาท่าเรือและฐานทัพ แม้ทั้งจีนและประเทศผู้รับยืนยันตรงกันว่าเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่ไม่อาจลดความเคลือบแคลงให้ประเทศคู่แข่งขันหรือมีข้อพิพาทกับจีนทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า…..จะไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ด้านการทหาร โดยเฉพาะอินเดียที่เดิมนิ่งนอนใจจนเหมือนจะเฉยชากับการกระชับความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านที่ล้วนเป็นประเทศริมชายฝั่งเนื่องจากมั่นใจว่าพื้นที่แถบนี้เป็นเขตอิทธิพลของตนเอง…

ทำไมเกาหลีจึงแบ่งแยกดินแดนและความคิด

         การแบ่งแยกดินแดนบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลพวงของการแข่งขันอิทธิพล อำนาจและแย่งชิงผลประโยชน์เป็นระยะๆมายาวนานของจีน ญี่ปุ่น รัสเซีย รวมถึงสหรัฐอเมริกา ตลอดจนผลจากความแตกต่างทางความคิดของผู้นำทางการเมือง……… ทั้งนี้…..เมื่อปี ค.ศ. 1864 พระเจ้าโกจง แห่งราชวงศ์โซซอน ที่ครองราชย์ด้วยวัยเพียง 11 พรรษา ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์อย่างมาก แม้ว่าจะมีพระราชินีมินจายองเป็นผู้สำเร็จราชการแทนหลังบัลลังก์ แต่ก็ทำให้ราชสำนักขณะนั้นต้องเผชิญกับความท้าทายจาก 3 มหาอำนาจ คือ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย โดยความสัมพันธ์ของเกาหลีกับจีนอยู่ในแบบบรรณาการ ที่รับปากกันว่าเมื่อเกาหลีเกิดความวุ่นวายจีนต้องเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเนื่องจากญี่ปุ่นต้องการเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้นช่วง ค.ศ.1894-1895 ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ทำให้เกาหลีหลุดลอยไปจากอำนาจของจีน แต่สงครามก็ยังไม่จบเพราะในปี ค.ศ.1910 ญี่ปุ่นรุกหนักมากจนสามารถเอาชนะกองทัพรัสเซียได้ ทำให้ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีมาเป็นอาณานิคมได้อย่างเป็นทางการ จากนั้นได้ปลดพระเจ้าโกจงออกจากราชบัลลังก์  และสถาปนาพระเจ้าซุกจงซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโกจงเป็นจักรพรรดิเกาหลี แต่เพียงแค่ในนามเพราะว่าข้าหลวงใหญ่ของญี่ปุ่นต่างหากที่เป็นผู้ครองเกาหลี แต่แล้วในปี ค.ศ. 1945 ญี่ปุ่นก็แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม เกาหลีจึงได้รับเอกราชตามคำประกาศของฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 เขตการยึดครอง คือเขตการยึดครองของโซเวียตและเขตยึดครองของสหรัฐฯ โดยมีเส้นขนานองศาที่ 38…

สิงคโปร์เสี่ยงจากการก่อการร้ายมากขึ้นจากเหตุขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส

หน่วยข่าวกรองในประเทศสิงคโปร์ (Internal Security Department-ISD) เปิดเผยรายงานการประเมินภัยคุกคามการก่อการร้ายของสิงคโปร์ เมื่อ 25 ก.ค.67 ระบุว่า ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ เมื่อห้วง ต.ค.66 ถึงแม้ไม่พบสัญญาณการก่อเหตุในสิงคโปร์ในห้วงนี้ โดยกลุ่มก่อการร้ายต่าง ๆ รวมทั้ง กลุ่ม ISIS และกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ใช้สถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเหตุจูงใจ สมาชิกใหม่ และเรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกโจมตีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ซึ่งสร้างผลกระทบต่อหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ โดยเฉพาะกระแสต่อต้านสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นบนโซเชียลมีเดีย ในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคที่มองว่าสิงคโปร์สนับสนุนอิสราเอล รวมถึงยังพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มได้โพสต์ข้อความออนไลน์เพื่อยุยงให้สิงคโปร์ตกเป็นเป้าหมาย

สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ลงนาม MoU เกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหม

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 24 ก.ค.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายอึง เอ็น เฮน รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ และนาย Gilberto Teodoro Jr. รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหม ที่สิงคโปร์ ในโอกาสครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นกรอบกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ที่มีอยู่ และส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การศึกษาทางทหาร การต่อต้านการก่อการร้าย รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงระหว่างประชาชนอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ MoU ดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงปฏิบัติการฝึกร่วมกัน แต่จะเป็นการฝึกในรูปแบบจำลอง เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เงินกีบลาวอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้รัฐบาลมีมาตรการรักษาเสถียรภาพเงินกีบ

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 23 ก.ค.67 อ้างข้อมูลจากธนาคารชาติลาว ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบลาว เมื่อ 22 ก.ค.67 อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยอัตรารับซื้ออยู่ที่ 21,000 กีบ/ดอลลาร์สหรัฐ และ 597.6 กีบ/บาท ส่วนอัตราขายอยู่ที่ 22,000 กีบ/ดอลลาร์สหรัฐ และ 608.9 กีบ/บาท ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศสูง แม้รัฐบาลลาวมีมาตรการส่งเสริมการใช้เงินกีบ ขณะที่ภาคธุรกิจก็ให้ความร่วมมือโดยติดป้ายรับเฉพาะเงินกีบ ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องแลกเงินสกุลต่างชาติเป็นเงินกีบเพื่อใช้จ่าย ก่อนหน้านี้เมื่อต้น ก.ค.67 นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ยังจัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาค่าครองชีพและเงินเฟ้อสูง มีนาย Kongkeo Xaysongkham ประธานสถาบันวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมแห่งชาติลาว เป็นประธาน

ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาประชากรลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 15

สำนักข่าว Japan News รายงานเมื่อ 25 ก.ค.67 อ้างข้อมูลสถิติจากกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น ที่เผยแพร่เมื่อ 24 ก.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นมีประชากร 121,561,801 คน เมื่อ 1 ม.ค.67 ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 นับแต่ปี 2552 โดยมีผู้เสียชีวิต 1,579,727 คนในปี 2566 ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มีเด็กเกิดใหม่ 729,367 คน ในปี 2566 ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าเด็กเกิดใหม่ในรอบปี 850,360 คน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ทั้งนี้ กรุงโตเกียวเป็นพื้นที่เดียวของญี่ปุ่นที่มีประชากรเพิ่มขึ้น (ร้อยละ 0.03) จากปี 2566 จากทั้งหมด 47 จังหวัดในญี่ปุ่น

ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาสโดยเร็ว

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 26 ก.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เมื่อ 25 ก.ค.67 ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ภัยคุกคามจากอิหร่าน และกลุ่มก่อการร้ายที่อิหร่านสนับสนุน อาทิ กลุ่มฮะมาส กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่ม Houthi พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮะมาสโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมด พร้อมทั้งแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการปกป้องชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และสถานการณ์ในเขตเวสแบงก์ นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ผู้นำอิสราเอลยังหารือกับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ในประเด็นเดียวกัน และมีกำหนดหารือกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บ้านพักตากอากาศ Mar-a-Lago ในรัฐฟลอริดา ใน 26 ก.ค.67

รัสเซียและลาวลงนามความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 25 ก.ค.67 ว่า นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย และนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศลาว หารือทวิภาคีนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และร่วมลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และแผนการหารือระหว่าง รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย-ลาว ปี 2567-2569 รวมถึงบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันระหว่างสถานีโทรทัศน์ ANO TV-News (RT news) กับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติลาว นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อตกลงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า เศรษฐกิจ และมนุษยธรรม การประสานงานระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค อีกทั้งชื่นชมลาวในบทบาทของการเป็นประธานอาเซียน