ประธานาธิบดีเวียดนามจะเยือนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 11-12 ก.ค.67

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศลาว ว่า พล.อ.โต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม จะนำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง เยือนลาวอย่างเป็นทางการระหว่าง 11-12 ก.ค.67 ตามคำเชิญของ ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ความสามัคคี และความร่วมมือรอบด้านของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ พล.อ.โต เลิม เยือนลาวอย่างเป็นทางการเป็นประเทศแรกหลังจากสภาแห่งชาติเวียดนามแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดี เมื่อ 22 พ.ค.67

สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเนโตระหว่าง 9-11 ก.ค.67

สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเนโต ระหว่าง 9-11 ก.ค.67 และฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของการก่อตั้งพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 32 ประเทศจากยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยการหารือครั้งนี้จะมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ยืนยันการสนับสนุนยูเครน 2) ส่งเสริมบทบาทด้านการป้องกันและป้องปราม 3) ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มการผลิตและขยายฐานภาคอุตสาหกรรม 4) กระชับความเป็นหุ้นส่วนกับพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และ 5) การปฏิบัติตามพันธกรณีด้านงบประมาณของแต่ละประเทศและการป้องกันร่วม นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน จะเข้าร่วมหารือในการประชุมสภาเนโต-ยูเครน ในห้วงเดียวกัน รวมทั้งผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เช่นกัน

ญี่ปุ่นจะยกระดับการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่ของอิหร่าน

นายคิตามูระ โทชิฮิโระ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 ก.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นคาดหวังให้อิหร่านภายใต้การนำของนายมัสอูด ปิซิชกียาน ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 5 ก.ค.67 แสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดและรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยญี่ปุ่นจะยังคงแสดงบทบาททางการทูตเชิงรุกต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางบนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างญี่ปุ่นกับอิหร่าน อีกทั้งจะยกระดับการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่ของอิหร่าน ขณะที่นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งข้อความแสดงความยินดีถึงนายมัสอูด เมื่อวันเดียวกัน ในโอกาสที่นายมัสอูดชนะการเลือกตั้งดังกล่าว

รอง ผบ.ทสส. และ ผบ.ทบ.เมียนมา เยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมการประชุม Green Development Forum

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 7 ก.ค.67 ว่า พล.อ.รองอาวุโส โซวิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบกเมียนมา เยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อ 6 ก.ค.67 เพื่อเข้าร่วมการประชุม Green Development Forum จัดโดยองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation-SCO) ณ เมืองชิงต่าว มณฑลชานตง การเยือนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ทวีความตึงเครียดบริเวณทางตอนเหนือของรัฐฉานหลังกองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (TNLA) กลับมาปฏิบัติการ 1027 อีกครั้ง เมื่อ 25 มิ.ย.67 ตามมาด้วยการเยือนจีนของอูเต็งเส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อ 27 มิ.ย.67

นรม.อินเดียจะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 อ้างกระทรวงการต่างประเทศอินเดียว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ จะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67 ในการเยือนรัสเซีย (ระหว่าง 8-9 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอินเดีย-รัสเซีย ครั้งที่ 22 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกทั้งพิจารณาทบทวนประเด็นความร่วมมือให้ครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น การเยือนรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเยือนเมืองวลาดีวอสตอค เพื่อเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อปี 2562 ส่วนการเยือนออสเตรีย (ระหว่าง 9-10 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือร่วมกับประธานาธิบดี Alexander Van der Bellen และ นายกรัฐมนตรี Karl Nehammer รวมทั้งพบปะหารือกับนักธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ

กองทัพอาระกันปิดล้อมเมืองตานดเวในรัฐยะไข่ เพื่อตัดเส้นทางส่งกำลังเสริมของกองทัพเมียนมา

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า สถานการณ์สู้รบที่เมืองตานดเว รัฐยะไข่ ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตี พัน ร.55 ใกล้กับชายหาดงะปะลี ซึ่งเป็นกองพันแห่งสุดท้ายที่จะป้องกันเมืองแห่งนี้ โดยระหว่างการสู้รบทหารบางส่วนจาก พัน คร.566 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินตานดเว ได้ยอมแพ้ต่อ AA และหนีไปรวมพลที่ พัน ร.55 ขณะที่กองทัพเมียนมาโต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถส่งกำลังเสริมภาคพื้นดินเนื่องจาก AA ปิดล้อมเมืองไว้ อย่างไรก็ดี AA ยังเปิดเส้นทางให้ประชาชนพื้นที่หลบหนีเพื่อเลี่ยงการโจมตีทางอากาศของกองทัพ

ศรีลังกาใกล้บรรลุการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรมูลค่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 ว่า รัฐบาลศรีลังกาเจรจารายละเอียดกับเจ้าหนี้ ซึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าประมาณ 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตกลงในเงื่อนไขรายละเอียดของการเจรจาได้เป็นผลสำเร็จเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังการเจรจาครั้งแรกเมื่อ เม.ย.67 ล้มเหลว เนื่องจากเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรไม่ยอมรับเงื่อนไขตามข้อเสนอของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ในการเจรจาครั้งที่ 2 เจ้าหนี้เห็นชอบข้อเสนอของรัฐบาลศรีลังกาที่ให้ลดมูลค่าตราสารหนี้ลงร้อยละ 28 และลดผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรลงร้อยละ 11 โดยรัฐบาลศรีลังกาจะต้องเริ่มจ่ายผลตอบแทนอีกครั้งใน ก.ย.67

รู้จักมูลค่าของ “ข้อมูล” ในยุค Big Data Hype

        ร้านขายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีการเปิดบริการรับจำนำ iCloud โดยเป็นการนำรหัสการเข้าถึง iCloud ของมือถือซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บข้อมูล เอกสาร ไฟล์ และรหัสต่างๆ ไว้ ภายใต้เงื่อนไขการผ่อนชำระ ที่แทบจะไม่แตกต่างจากการจำนำทรัพย์สินอื่นๆ หากไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามที่กำหนด เจ้าของข้อมูลก็จะไม่สามารถใช้งาน iPhone ได้ แม้ตอนที่ระหว่างการจำนำจะใช้งานได้ปกติ แต่หากผ่อนจ่ายไม่ครบ รหัส iCloud จะถูกยึดไว้และไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อโทรศัพท์มือถือ iPhone ใช้ iCloud ไม่ได้ ก็เท่ากับถูกลดประสิทธิภาพการใช้งานลง เพราะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมต่างๆ ได้จนกว่าจะผ่อนชำระจนครบถ้วนตามสัญญาที่ระบุไว้ ถ้านิยาม iCloud ว่าเป็นแหล่งข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ และมีมูลค่าสามารถใช้ในการจำนำได้ เท่ากับว่า แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีมูลค่า (value) ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด ……….และนั่นคือ…ความสำคัญของแหล่งข้อมูล!! ที่เริ่มมีมูลค่ามากขึ้นจนมีค่าเท่าทรัพย์สิน แตกต่างจากการจำนำเครื่องโทรศัพท์มือถือ แต่จำนำเพียงแค่รหัสการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลก็จะสามารถแลกเงินหลักหมื่นได้ ที่น่าสนใจก็คือ แนวโน้มของการจำนำข้อมูลในรูปแบบนี้มีโอกาสจะเติบโตมากขึ้น เพราะข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความสำคัญตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน สังคมปัจจุบันการเข้าถึงโลก social ผ่านอินเทอร์เนต และมีการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่บนโลกออนไลน์ที่เข้าถึงได้จากการกรอกรหัสมือถือ ดังนั้น มูลค่าของธุรกิจออนไลน์อาจถูกประเมินจากรายได้หรือกำไรที่สร้างได้จากการค้าขายและบริการผ่านแฟลตฟอร์มต่างๆ และถูกประเมินเป็นมูลค่าของรหัสที่ใช้ login พฤติกรรมนี้ทำให้ “รหัสเพียงไม่กี่ตัว” มีมูลค่าสูงไม่ต่ำกว่าหลักล้าน…

รู้จัก 5 หลักการที่ทำให้จีนรักษาสันติภาพมาได้นานกว่า 70 ปี

รัฐบาลจีนจัดงานพิธีฉลองครบรอบ 70 ปีที่ศาลามหาประชาชน กรุงปักกิ่ง เนื่องจากประเทศจีนได้สร้างและส่งเสริมหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ข้อ หรือ Five Principles of Peaceful Coexistence ที่รัฐบาลจีนทุกยุคสมัยยึดมั่นมาตลอด เพื่อรักษาสันติภาพและทำให้จีนอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ ได้โดยปราศจากสงคราม ………….หลักการนี้เป็นแนวปฏิบัติสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ และเมื่อ 29 มิถุนายน 2567 ก็ครบเวลา 70 ปีพอดีที่หลักการดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นแนวทางร่วมมือและรับมือกับสถานการณ์ต่างประเทศของจีน ขณะเดียวกันก็เป็น “ข้อความ” ส่งต่อให้นานาชาติรับรู้ว่าจีนเป็นประเทศที่ต้องการสันติภาพมาโดยตลอด บทความนี้จึงอยากชวนทำความรู้จัก เข้าใจ และวิเคราะห์ต่อไปว่า…ประเทศจีนที่กำลังก้าวเป็นมหาอำนาจโลกในปัจจุบันนี้ จะยังคงส่งเสริมสันติภาพและลดความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้ยังไง เพราะโลกอยู่ในยุคที่มีความขัดแย้งที่ตึงเครียดมากมาย หลาย ๆ เรื่องก็มีประเทศจีนเข้าไปเป็นตัวแสดงหลักเสียด้วย! หรือว่า…หลักการนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่จีนใช้สร้างเกราะป้องกันตนเองกันแน่!? ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีก่อน ทำไมจีนจะต้องริเริ่มและส่งเสริมหลักการนี้ขึ้นมาด้วย?… ดูเหมือนว่าจุดเริ่มต้นของการคิดหลักการนี้ขึ้นมา จะเป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีน สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ที่จะแก้ไขปัญหาขัดแย้งกับอินเดียเรื่องดินแดนทิเบต เพราะมีข้อมูลว่าหลักการนี้ หรือในภาษาจีนเขียนว่า 和平共处五项原则 อยู่ในข้อตกลงระหว่างจีนกับอินเดียเมื่อปี  2497 ซึ่งในส่วนของอินเดียจะเข้าใจหลักการนี้ คือ “ปัญจศีล” นั่นเอง…

ทบ.อินเดีย และไทย ขยายความร่วมมือด้านการทหาร

กระทรวงกลาโหมอินเดีย แถลงเมื่อ 2 ก.ค.67 ว่า กองทัพบกอินเดีย และไทย ร่วมการฝึกผสมทางทหารรหัส MAITREE ครั้งที่ 13 ที่ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก ระหว่าง 1 – 15 ก.ค.67 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการทหารระหว่างอินเดียกับไทย และขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมต่อต้านการก่อการร้ายและผู้ก่อความไม่สงบทั้งในพื้นที่เขตป่าและเขตเมือง โดยมุ่งเน้นการเสริมสมรรถนะทางกาย กระบวนการวางแผน และการฝึกยุทธวิธี อาทิ การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วม การจัดตั้งศูนย์ข่าวกรองและการเฝ้าระวัง การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ การกำหนดจุดลงจอดอากาศยานที่ปลอดภัย การฝึกปฏิบัติการปิดล้อมและค้นหา และการรื้อถอนโครงสร้างที่ผิดกฎหมาย โดยการฝึกครั้งนี้มีกำลังพล 76 นาย จากกองพันลูกเสือดินแดนสหภาพลาดักห์ (LADAKH SCOUTS) และกำลังพลจากหน่วยที่เกี่ยวข้องของอินเดีย ร่วมกับกำลังพล 76 นาย จากกรมทหารราบที่ 14 ของไทย ทั้งนี้ การฝึกผสมทางทหารรหัส MAITREE จัดขึ้นครั้งล่าสุดที่เมือง Umroi รัฐเมฆาลัย เมื่อ ก.ย.62