จีนเตรียมหารือกับรัสเซียและเกาหลีเหนือเพื่อขอสำรวจแม่น้ำตูเมนออกสู่ทะเลญี่ปุ่น

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 14 มิ.ย.67 ว่า จีนจะหารือกับรัสเซียและเกาหลีเหนือเพื่อขอสำรวจแม่น้ำตูเมน (Tumen) ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติร่วมกันของ 3 ประเทศก่อนไหลออกสู่ทะเลญี่ปุ่น โดยหากได้รับความยินยอม จีนจะเหลือเส้นทางที่ต้องสำรวจอีกประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งมีสะพานสูง 7 เมตรที่สร้างในสมัยอดีตสหภาพโซเวียตที่จะเป็นอุปสรรคในการแล่นเรือขนาดใหญ่ โดยจีนอาจเสนอแผนขยายแม่น้ำตูเมน และทำลายสะพานดังกล่าว รวมถึงเสนอให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของทั้ง 3 ประเทศ ในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ ทั้งนี้ นาย Chisako Masuo ศาสตราจารย์ด้านนโยบายต่างประเทศจีนประจำมหาวิทยาลัยคิวชู จ.ฟุกุโอกะ ให้ความเห็นว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้จีนมีกิจกรรมในทะเลญี่ปุ่นมากขึ้น และจะกระทบกับภารกิจของหน่วยยามฝั่งในทะเลตะวันออกโดยตรง เนื่องจากต้องแบ่งกำลังพลเพื่อมาเฝ้าระวังพฤติกรรมของจีน

NUG สั่งปิดโรงเรียนและระงับการรวมกลุ่มชั่วคราวในภาคสะไกง์หลังกองทัพโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) สั่งปิดโรงเรียนภายใต้การดำเนินการของ NUG จำนวน 115 แห่ง ซึ่งมีบุคลากรสอนจำนวน 1,000 คน และนักเรียนประมาณ 13,000 คน รวมถึงระงับการรวมตัวชั่วคราวในเมืองมินจีน ภาคสะไกง์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและประชาชนเนื่องจากกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศต่อเนื่องตั้งแต่ 3 มิ.ย.67 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 29 คน ที่หมู่บ้านมะตอ โดยโรงเรียนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ทั้งนี้ กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยฝึกอบรมให้นักเรียนรู้จักวิธีป้องกันตัวจากการโจมตีทางอากาศและสร้างที่หลบภัยภายในโรงเรียน

สหประชาชาติยินดีที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญา ICPPED

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The UN Human Rights Office of the High Commissioner – OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 13 มิ.ย.67 ยินดีที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance – ICPPED) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 13 มิ.ย.67 หลังจากที่ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 14 พ.ค.67 OHCHR ระบุด้วยว่าการให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามคำมั่นที่ไทยให้ไว้ในกระบวนการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนตามวงรอบ (Universal Periodic Review-UPR) และในโอกาสครบรอบ 75 ปีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ดี ไทยมีกรณีการกระทำให้สูญหาย 77 กรณี ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข ตามข้อมูลของคณะทำงานแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยถูกบังคับหรือไม่สมัครใจ (The UN Working…

รัฐบาลเมียนมากดดันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปิดกั้นการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ต่อต้านการปกครอง

สำนักข่าว Myanmar Now รายงานเมื่อ 13 มิ.ย.67 ว่า รัฐบาลเมียนมาส่งหนังสือเตือนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดำเนินการปิดกั้นซอฟต์แวร์ที่สามารถเข้าถึง Facebook และเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลต่อต้านรัฐบาล รวมถึงปิดการใช้งาน Virtual Private Network (VPN) ที่ประชาชนบางส่วนเลือกใช้เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่ปฏิบัติตามจะตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยรัฐบาลมุ่งเป้าปิดการเข้าถึง Facebook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับกลุ่มที่แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลทหารทั่วประเทศ และระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ปัจจุบัน รัฐบาลจริงจังกับการห้ามใช้ VPN โดยทหารในภาคพะโค ภาคมัณฑะเลย์ และภาคอิระวดี ได้สุ่มตรวจสอบมือถือของคนในพื้นที่ ซึ่งหากพบเจอการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าปรับ 100,000 จั๊ต (1,184 บาท) ถึง 400,000 จั๊ต (4,737 บาท) หากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจะโดนยึดมือถือหรือถูกพาตัวไปสถานีตำรวจ

กลุ่มฮะมาสยอมรับข้อเสนอหยุดยิงตามมติ UNSC

นายซะมี อบู ซุห์รี โฆษกกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ แถลงเมื่อ 11 มิ.ย.67 ว่า กลุ่มฮะมาสยอมรับข้อเสนอหยุดยิงตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) และพร้อมที่จะเจรจาในรายละเอียด โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ กดดันให้อิสราเอลยอมรับข้อเสนอหยุดยิงดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้ สมาชิก UNSC 14 จาก 15 ประเทศ มีมติสนับสนุนร่างข้อเสนอหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาที่เสนอโดยสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขหลักคือ การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์และเต็มรูปแบบ การปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ การส่งคืนศพตัวประกันที่เสียชีวิต และการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอล

ไต้หวันประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดรนรุ่น Teng Yun II

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 11 มิ.ย.67 อ้างสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Chung-Shan (The National Chung Shan Institute of Science and Technology-NCCIST) ของไต้หวัน ว่า โดรนรุ่น Teng Yun II ได้รับการพัฒนาให้ปฏิบัติงานได้นานขึ้นในทุกสภาพอากาศ สามารถติดและบรรทุกอาวุธขนาดเล็กได้ โดยกองทัพอากาศไต้หวัน ฝึกใช้ Teng Yun II ระหว่าง ม.ค.- มี.ค.67 และเมื่อ พ.ค.67 ได้นำส่งรายงานประเมินผลการฝึกใช้โดรนดังกล่าวต่อ NCCIST เพื่อนำไปพิจารณาสำหรับการผลิตจำนวนมากในอนาคต ทั้งนี้ เครื่องยนต์ของโดรนรุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นเดียวกับ MQ-9B Reaper ของสหรัฐฯ แต่ส่วนประกอบส่วนใหญ่สามารถผลิตได้ในไต้หวัน ซึ่ง NCCIST ระบุว่า เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตโดรนในไต้หวัน

เกาหลีใต้รื้อฟื้นมาตรการเปิดลำโพงขยายเสียงโฆษณาชวนเชื่อใกล้พรมแดนสองเกาหลี

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.67 ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศจะเริ่มเปิดลำโพงขยายเสียง (ไม่ระบุห้วงเวลาปฏิบัติ) แบบเคลื่อนที่และแบบติดตั้งใกล้พรมแดนสองเกาหลี เพื่อเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อโจมตีรัฐบาลเกาหลีเหนือ รวมถึงเปิดเพลงป็อปของเกาหลีใต้ (K-pop) ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นมาตรการครั้งแรกในรอบ 8 ปี (ครั้งสุดท้ายเมื่อ ม.ค.59) โดยมีจุดประสงค์ตอบโต้กรณีเกาหลีเหนือส่งบอลลูนบรรจุสิ่งปฏิกูลล่าสุดกว่า 330 ลูก ข้ามพรมแดนไปเกาหลีใต้เมื่อ 8 มิ.ย.67 โดยบอลลูนมากกว่า 80 ลูก ตกในพรมแดนเกาหลีใต้ บางส่วนตกในทะเลเหลือง (ทะเลตะวันตก)

มาเลเซียคืบหน้าโครงการริเริ่มในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.67 อ้างงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และการตลาดโลก จัดทำโดยธนาคาร UOB ระบุ รัฐบาลมาเลเซียดำเนินโครงการริเริ่มในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) คืบหน้า 2 โครงการ จากทั้งหมด 7 โครงการ ได้แก่ 1) การจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกด้านการลงทุนยะโฮร์ (the Investment Malaysia Facilitation Center Johor-IMFC-J) ในเมือง Forest City ซึ่งจะพัฒนาเป็นเขตการเงินพิเศษ (SFZ) เมื่อ ส.ค.66 และกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2567 โดยศูนย์ IMFC-J จะช่วยกระตุ้นการลงทุนระหว่างรัฐบาลและภาคธุรกิจในรัฐยะโฮร์ เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจ และ 2) การใช้งานระบบ QR-Code ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองรัฐยะโฮร์ เมื่อ มิ.ย.67 เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ต้องการเดินทางไปยังสิงคโปร์ ส่วนในระยะต่อไป ธนาคาร UOB ประเมินว่า รัฐบาลมาเลเซียจะให้ความสำคัญกับโครงการ Forest…

สหรัฐฯ จะใช้การจัดทำสนธิสัญญาป้องกันร่วมในการโน้มน้าวซาอุดีอาระเบียให้ฟื้นฟูสัมพันธ์กับอิสราเอล

สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.67 ว่า สหรัฐฯ จะใช้การจัดทำข้อตกลงพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Alliance Agreement) กับซาอุดีอาระเบีย ในการโน้มน้าวให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นสนธิสัญญาป้องกันร่วมที่จะผูกพันสหรัฐฯ ให้ต้องปกป้องซาอุดีอาระเบียหากเผชิญการรุกราน โดยจะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงอาณาเขตทางบกและอากาศของซาอุดีอาระเบีย กับทั้งมีเนื้อหากีดกันไม่ให้ซาอุดีอาระเบียจัดทำข้อตกลงด้านความมั่นคงกับจีนหรืออนุญาตให้จีนจัดตั้งฐานทัพในประเทศ ซึ่งการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมบทบาทและความมั่นคงของซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งความเข้มแข็งของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี การจะบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจาก 2 ใน 3 ของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ หากไม่มีการผลักดันเงื่อนไขการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิสราเอล ขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องการจะเห็นแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการสู้รบในฉนวนกาซาและแก้ไขความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์แบบสองรัฐ (two-state solution) ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมในข้อตกลงดังกล่าว

สถาบันคลังสมองสหรัฐฯ ระบุว่าเวียดนามขยายพื้นที่พัฒนาเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.67 อ้างรายงาน “On pace for a record year of island building in 2024” ของสถาบันวิจัย Asia Maritime Transparency Initiative (AMTI) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ เมื่อ 7 มิ.ย.67 ว่า เวียดนามขยายพื้นที่พัฒนาเกาะเทียมตั้งแต่ พ.ย.66 เป็นจำนวน 692 เอเคอร์ (2.8 ตารางกิโลเมตร) ครอบคลุมบริเวณ 10 แห่ง ของหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ เวียดนามอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่ประมาณ 2,360 เอเคอร์ (9.5 ตารางกิโลเมตร) ขณะที่จีนอ้างสิทธิประมาณ 4,650 เอเคอร์ (18.8 ตารางกิโลเมตร)