ขยะ : ปัญหาที่ไม่อาจทิ้งขว้างเพียงเพราะถูกมองว่าเป็นแค่ขยะ

  ขยะคืออะไร….. ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเราทุกคนต่างก็เป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ทิ้งขยะ และยิ่งผลิตมากขึ้นตามระดับการอุปโภค บริโภค และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจําวันของเรา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลายครั้งเราจะเห็นภาพภูเขาขยะกองโตและบ่อขยะหลุมใหญ่ในบางพื้นที่ที่ชวนให้คิดว่า…… เราจะจัดการกับขยะยังไงที่นับวันจะมีมากขึ้นทั้งประเภทและปริมาณ เป็นที่รู้กันว่า ขยะมูลฝอยแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้เป็น ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป และขยะอันตราย รวมถึงขยะหน้าใหม่ที่จะเป็นปัญหามากขึ้นในยุคดิจิทัลคือ …..ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประกอบกับความสามารถในการออกแบบและสร้างสรรค์ของผู้ผลิตในธุรกิจต่าง ๆ ในปัจจุบัน เราจึงเห็นร่างใหม่ของขยะที่ผ่านกระบวนการแปลงร่างไม่ว่าจะเป็นรีไซเคิล หรืออัพไซเคิล เพื่อทำให้ของเหลือทิ้งเช่นขยะ กลับมีคุณค่าและเพิ่มมูลค่ากลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะแปลงร่างขยะด้วยวิธีการใด กระบวนการที่นำมาใช้จะมีส่วนปล่อยมลพิษ ออกสู่สิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่าง ๆ….. จึงน่าสงสัยว่า การแปรสภาพขยะเป็นงานดีไซน์เพื่อนำกลับใช้ใหม่จะตอบโจทย์กระแสรักษ์โลกได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ข่าวการลักลอบขนย้ายกากแคดเมียม ตามมาด้วยเหตุรั่วไหลและไฟไหม้โรงงานเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายหลายแห่งในช่วง 2-3 เดือนมานี้ ที่สร้างความหวาดวิตกให้ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียง ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อคุณภาพชีวิตตัวเองและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรการจัดการกับขยะของไทย ไม่เฉพาะขยะอันตราย ที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนสารอันตราย วัตถุมีพิษ วัตถุกัดกร่อน วัตถุติดเชื้อ และวัตถุไวไฟเท่านั้น เพราะไทยไม่เพียงแต่มีขยะในประเทศจำนวนมากแล้ว แต่ไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่รองรับขยะจำนวนมากจากต่างประเทศด้วย ที่ผ่านมาไทยไม่มีมาตรการควบคุมหรือจำกัดการนำเข้า โดยเพิ่งจะมีนโยบายกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกเมื่อต้นปี 2566 ซึ่งเป็นการห้ามนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศหลังจาก 31…

สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกจากโคนมรายที่ 2

  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control – CDC) ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 22 พ.ค.67 ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ที่ทำงานในปศุสัตว์โคนมที่มีการระบาดของไข้หวัดนก 1 รายในรัฐมิชิแกน นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 2 หลังประกาศพบผู้ป่วยรายแรกเมื่อต้น เม.ย.67 ที่รัฐเท็กซัส ทั้งนี้ CDC ยังคงประเมินว่าการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกจากโคนมสู่คนยังอยู่ในระดับต่ำ แม้การพบผู้ป่วยรายแรกและรายที่ 2 ห่างกันไม่นาน แต่เตือนให้ผู้ที่ต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกและปศุสัตว์ ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ และชุด PPE กับทั้งระบุว่าปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการแพร่ระบาดระหว่างคนสู่คน

ผู้นำสิงคโปร์ขอบคุณไทยช่วยเหลือกรณีสายการบินลงจอดฉุกเฉิน

  นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์แถลงผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 22 พ.ค.67 ขอบคุณไทยที่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ ทั้งยังดูแลผู้โดยสารและลูกเรือของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ซึ่งลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และรู้สึกยินดีที่ผู้โดยสารจากสายการบินจำนวน 131 คน พร้อมลูกเรือ 12 คน เดินทางกลับถึงสิงคโปร์อย่างปลอดภัยในเช้าของวันเดียวกัน ขณะที่กระทรวงคมนาคมจะสืบสวนเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

สหรัฐฯ ตรวจสอบตัวอย่างนมและผลิตภัณฑ์นมจากร้านค้าปลีกใน 17 รัฐเพื่อหาไวรัสไข้หวัดนก

  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration – FDA)ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อ 20 พ.ค.67 ว่า ทางการได้ทดสอบตัวอย่างนมและผลิตภัณฑ์นมจากร้านค้าปลีกใน 17 รัฐ เพื่อค้นหาเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ที่มีชีวิต โดยเก็บตัวอย่างนมและผลิตภัณฑ์นม 297 ตัวอย่างจากร้านค้าปลีกใน 17 รัฐ ระหว่าง 18-22 เม.ย.67 ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้มาจากแหล่งแปรรูป 132 แห่ง ใน 38 รัฐ ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในปศุสัตว์โคนม 9 รัฐ ตั้งแต่ เม.ย.67 และเมื่อ 10 พ.ค.67 FDA ระบุยังไม่พบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่มีชีวิตในตัวอย่างนมจากร้านค้าปลีก และยืนยันว่าการบริโภคนมที่ผ่านการพาสเจอไรซ์มีความปลอดภัย แต่เตือนให้ระมัดระวังการบริโภคน้ำนมดิบ อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการแพร่ระบาดขยายพื้นที่กว้างกว่าที่ทางการระบุ จากรายงานของ FDA ที่พบว่า ร้อยละ 20 ของตัวอย่างนมจากร้านค้าปลีก พบซากไวรัสไข้หวัดนก…

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตำหนิอัยการ ICC ยื่นขอออกหมายจับผู้นำอิสราเอลและฮะมาส

  ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 พ.ค.67 ตำหนิอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) ที่ยื่นขอออกหมายจับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และ นาย Yoav Gallant รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล รวมถึงผู้นำกลุ่มฮะมาส 3 คน ได้แก่ นาย Yahya Sinwar นาย Mohammed Diab Ibrahim Al-Masri และนาย Ismail Haniyeh ข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติว่า เป็นเรื่องน่ารังเกียจและไม่มีความเท่าเทียมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส กับทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ จะยังคงเคียงข้างอิสราเอลเสมอในการต่อต้านภัยคุกคามความมั่นคง

สเปนเรียก ออท.สเปนประจำอาร์เจนตินากลับประเทศภายหลัง ปธน.อาร์เจนตินาดูหมิ่น นรม.สเปนและภรรยา

  สำนักข่าว Reuters และ Anadolu Agency รายงานเมื่อ 19 พ.ค.67 ว่า สเปนเรียกเอกอัครราชทูตสเปนประจำกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา กลับประเทศอย่างไม่มีกำหนด เมื่อ 18 พ.ค.67 ภายหลังประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเล ของอาร์เจนตินา เรียกนางเบโกนา โกเมซ ภรรยาของนายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ว่า “ผู้หญิงทุจริต” (a corrupt woman) โดยคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมที่กรุงมาดริด สเปน เกี่ยวกับผู้นำขวาจัดระดับโลกที่จัดโดยพรรค Vox ของสเปน และได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมประมาณ 11,000 คน ผู้นำอาร์เจนตินายังโจมตีลัทธิสังคมนิยมว่าเป็น”มะเร็ง” เรียกนายกรัฐมนตรีซานเชซว่า”สกปรก” และแนะนำว่าประชาชนไม่ควรเชื่อการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐบาล ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศสเปน ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า สเปนคาดหวังคำขอโทษจากประธานาธิบดีมิเล อีกทั้งยังมองว่าพฤติกรรมของผู้นำอาร์เจนตินาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอยู่ในจุดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีสเปน คนอื่น ๆ ที่ออกมาประณามคำพูดของประธานาธิบดีอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตาม โฆษกของประธานาธิบดีมิเล ยืนยันว่า ประธานาธิบดีมิเล จะไม่ขอโทษและเจ้าหน้าที่สเปนควรถอนคำพูดที่ดูหมิ่นต่อประธานาธิบดีอาร์เจนตินา

สหรัฐฯ แจ้งเตือนบริษัทโทรคมนาคมเกี่ยวกับการจารกรรมข้อมูลด้วยเรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลทางทะเลของจีน

  สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 19 พ.ค.67 ว่า สหรัฐฯ แจ้งเตือนบริษัทโทรคมนาคมเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเลของบริษัท S.B.Submarine Systems (SBSS) ซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลจีน จะจารกรรมข้อมูลผ่านสายเคเบิลใต้ทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังพบความผิดปกติของสัญญาณตำแหน่งของเรือซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเลของจีนที่ขาดหายเป็นระยะ ๆ จากระบบติดตามทางวิทยุและดาวเทียมมาตั้งแต่ปี 2564 เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องแคบไต้หวัน อินโดนีเซีย และชายฝั่งต่าง ๆ ของทวีปเอเชีย แม้จะยังไม่สามารถยืนยันว่าสัญญาณตำแหน่งเรือที่หายไป เป็นความขัดข้องทางเทคนิคหรือเจตนาในการซ่อนตำแหน่งเพื่อปฏิบัติการต่อสายเคเบิลใต้ทะเล โดยห่วงกังวลว่า การที่สายเคเบิลใต้ทะเลของสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาการติดตั้งและซ่อมบำรุงจากบริษัทต่างชาติ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อข้อมูลเชิงพาณิชย์และการทหาร รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารทางทหารของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสายเคเบิลทางทะเลให้ความเห็นว่า การจารกรรมข้อมูลบนภาคพื้นดินยังกระทำได้ง่ายและคุ้มค่ากว่าการจารกรรมผ่านสายเคเบิลทางทะเล แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อปิดการใช้งานสายเคเบิลใต้ทะเลจากระยะไกล หรือเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการรับ-ส่งสัญญาณของสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้เพิ่มงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล รวมทั้งโครงการ Cable Security Fleet ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่สนับสนุนเงินทุนแก่ภาคเอกชนสหรัฐฯ ในการซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเล

ประธานาธิบดีอิหร่านถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก

  สำนักข่าว Mehr ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 20 พ.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ของอิหร่านถึงแก่อสัญกรรมจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก หลังจากทีมกู้ภัยพบซากเฮลิคอปเตอร์ที่ตกบริเวณเนินเขาในเมือง Varzaghan จ.อาเซอร์ไบจานตะวันออก เมื่อ 20 พ.ค.67 โดยเฮลิคอปเตอร์เสียหายจากการตกกระแทกและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทั้งนี้ นอกจากประธานาธิบดีอิหร่านแล้ว ผู้ร่วมเดินทางในเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวยังมีนาย Hossein Amirabdollahian รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นาย Malek Rahmati ผู้ว่าการจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออก อิหม่าม Mohammad Ali Alehashem นักบินและลูกเรือรวม 3 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน รวมทั้งหมด 9 คน

สิงคโปร์เตือนพลเมืองในมาเลเซียเพิ่มความระมัดระวังตัว

  กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์แจ้งเตือนเมื่อ 17 พ.ค.67 ให้พลเมืองที่อยู่ในมาเลเซียหรือกำลังเดินทางไป เพิ่มความระมัดระวังตัว และลงทะเบียนกับทางการ เพื่อเป็นช่องทางติดต่อและให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินหลังจากเกิดเหตุชายต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม Jemaah Islamiyah (JI) บุกโจมตีสถานีตำรวจ Ulu Tiram ในรัฐยะโฮร์ ยิงตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ก่อนจะถูกวิสามัญ ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ยังได้ประณามการก่อเหตุดังกล่าวอย่างรุนแรง และแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67

  สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 18 พ.ค.67 ว่า นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลระหว่าง 18-19 พ.ค.67 โดยจะพบหารือกับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารของซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี และสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะสงครามในฉนวนกาซาและมาตรการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืน ส่วนการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจานิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล นายซัลลิแวนจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาส ต้องมุ่งเฉพาะเป้าหมาย ไม่ใช่การโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งการเจรจาให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันที่ป่วย ได้รับบาดเจ็บ และสูงอายุ ออกมาก่อน