อดีตสายลับจีนระบุจีนมีปฏิบัติการตามจับและลักพาตัวผู้เห็นต่าง

  สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 13 พ.ค.67 อ้างการเปิดเผยของอดีตสายลับชาวจีนในออสเตรเลียในรายการสารคดีสืบสวน Four Corners ของสถานี ABC ของออสเตรเลียว่า กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน (Ministry of Public Security – MPS) มีปฏิบัติการในออสเตรเลียครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 โดยสายลับชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า Eric ทำงานให้ MPS ห้วงปี 2551-ต้นปี 2566 ก่อนหนีออกจากจีนไปอาศัยอยู่ในออสเตรเลียระบุว่า ได้รับคำสั่งจาก MPS ให้ดำเนินการต่อเป้าหมายผู้เห็นต่างรัฐบาลจีนที่อาศัยอยู่ในอินเดีย แคนาดา ออสเตรเลีย และไทย เพื่อส่งตัวกลับจีน ส่วนการออกมาเปิดเผยปฏิบัติการดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้ประชาคมโลกรับทราบความจริงเกี่ยวกับสำนักคุ้มครองความมั่นคงทางการเมือง หรือสำนักที่ 1 ของ MPS ซึ่งมีเป้าหมายบุคคลที่เป็นศัตรูของประเทศจีน นอกจากนี้ เนื้อหาในรายการดังกล่าวระบุด้วยว่า ทางการจีนอ้างการใช้มาตรการปราบปรามการคอร์รัปชั่นเพื่อส่งกลับชาวจีนมากกว่า 12,000 คนในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทางการจีน รวมถึงหน่วยข่าวกรองของออสเตรเลียยังไม่แสดงความเห็นใดในเรื่องนี้

หากโลกต้องเผชิญหน้ากับ “ลานีญา” ต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร ??

  ♪♪♪   You got my temperature rising Like El Nin-YO!  ♪♪♪  หากคุณโตมาในยุค 90 ก็คงต้องเคยได้ยินเพลงฮิตติดชาร์ตของนักร้องสาวชาวไทยอย่างคุณอมิตา ทาทายัง อย่างเพลง El-nin yo กันมาบ้าง  ..แต่เอ๊ะ !! แล้วเพลงมาเกี่ยวอะไรกับ “ลานีญา” ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่โลกกำลังจะเผชิญหน้า แต่ถ้าลองนึกย้อนกลับไปสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ในวิชาวิทยาศาสตร์ เรามักจะได้ยินคำสองคำที่มาคู่กันเสมอ นั่นคือ “ลานีญา-เอลนีโญ”  แต่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เพราะ “เอลนีโญ” ก็ตามความหมายแบบของเพลงตรงๆ ตัวเลย ที่แปลออกมาว่า ♪คุณทำให้อุณหภูมิของฉันสูงขึ้นอย่างกับเอลนีโญ♪  นั่นก็หมายถึงการร้อนแบบสุดขีดจนเกิดภาวะแห้งแล้ง ส่วน “ลานีญา”  ก็ตรงข้ามกันเลย คือ ฝนตกหนักจนเกิดภาวะน้ำท่วม…..นั่นเอง หลายๆ คน อาจจะติดตามดูข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยากันบ้างว่า  วันนี้จะมีอุณหภูมิกี่องศา จะร้อนสุดเท่าไร ฝนจะตกไหม แต่ทราบกันหรือไม่ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization- WMO) ของสหประชาชาติ…

สมเด็จฯ ฮุน เซน หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผบ.ทสส.เมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และประธานสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมา ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อ 7 พ.ค.67 โดยขอเข้าพบกับอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา แต่ฝ่ายเมียนมายังไม่ตอบรับคำขอของสมเด็จฯ ฮุน เซน ขณะที่ พล.จ.ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลเมียนมา ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาจะรักษาคำมั่นในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป แต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องดำเนินตามคำขอของกัมพูชา

อิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล

  สำนักข่าว NDTV รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 อ้างกองทัพอิสราเอลว่า กลุ่มฮะมาสยิงจรวด 8 ลูก จากพื้นที่เมือง Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา มุ่งเป้าโจมตีบริเวณจุดผ่านแดน Kerem Shalom ของอิสราเอล ส่งผลให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล  จำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย การโจมตีเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่อิสราเอลกลับมาเปิดจุดผ่านแดน Kerem Shalom หลังกลุ่มฮะมาสยิงจรวดโจมตีจุดผ่านแดนดังกล่าวเมื่อ 5 พ.ค.67 ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย นอกจากนี้อิสราเอลยังคงปิดจุดผ่านแดน Rafah ระหว่างอียิปต์กับฉนวนกาซา หลังจากกองทัพอิสราเอลเข้าควบคุมจุดผ่านแดนดังกล่าว ตั้งแต่ 6 พ.ค.67 ทำให้ประชาคมโลกกังวลว่าวิกฤติมนุษยธรรมในฉนวนกาซาจะเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากจุดผ่านแดน Rafah เป็นเส้นทางหลักในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา

สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ที่ส่งออกชิปให้กับบริษัท Huawei

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 7 พ.ค.67 ว่า สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ อาทิ บริษัท Qualcomm และบริษัท Intel ในการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงให้กับบริษัท Huawei ของจีน โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หลังบริษัท Huawei เปิดตัว MateBook X Pro รุ่นใหม่ แล็ปท็อปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นแรกของบริษัท ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปหน่วยประมวลผล Core Ultra 9 ของบริษัท Intel เมื่อ เม.ย.67 ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ โจมตีมาตรการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่ไม่เข้มงวดมากพอ และเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการจัดหาชิปหน่วยประมวลผลขั้นสูงของบริษัท Huawei รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินธุรกิจของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

กห.กัมพูชาชี้แจงกรณีเรือรบสัญชาติจีนที่จอดเทียบท่าฐานทัพเรือเรียม

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานอ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.ชุม โซะเจียต โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อ 7 พ.ค.67 ชี้แจงกรณีสื่อมวลชนตะวันตกอ้างว่าจีนเข้ามาตั้งฐานทัพในกัมพูชา เพราะมีเรือจีน 2 ลำ จอดเทียบท่า ณ ฐานทัพเรือเรียม จ.พระสีหนุ นั้น ข่าวสารดังกล่าวบิดเบือนสถานการณ์จริง และสร้างความเข้าใจผิดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเกี่ยวกับอธิปไตยของกัมพูชา โอกาสนี้โฆษกระบุด้วยว่าการเทียบท่าของเรือจีนทั้ง 2 ลำ 1) เป็นตามความตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ โดยจีนจะฝึกอบรมด้านเทคนิคทักษะการบังคับเรือให้แก่กองทัพเรือกัมพูชา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเป็นเหล่าทัพที่ทันสมัย 2) การทดสอบท่าเรือที่จีนสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง โดยกัมพูชามีแผนจัดซื้อเรือในอนาคต และ 3) เรือจีนทั้ง 2 ลำ จะเข้าฝึกร่วมระหว่างกองทัพแห่งชาติกัมพูชากับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน รหัส Golden Dragon ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ “ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม” ในกลาง พ.ค.67

ตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมาหลบหนีการสู้รบในรัฐยะไข่เข้าไปยังบังกลาเทศเพิ่มขึ้น

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 พ.ค.67 อ้างตำรวจป้องกันชายแดนบังกลาเทศว่า ตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมา (BGP) อย่างน้อย 128 นาย หลบหนีการสู้รบกับกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ พร้อมด้วยอาวุธและกระสุน ข้ามชายแดนไปยังบังกลาเทศตั้งแต่ 3-6 พ.ค.67 หลังจาก AA บุกยึดฐานปฏิบัติการของ BGP ที่เมืองหม่องดอ รัฐยะไข่ เมื่อ 3 พ.ค.67 โดยบังกลาเทศปลดอาวุธและนำตัวเจ้าหน้าที่ BGP กลุ่มดังกล่าวไปไว้ที่โรงเรียนในเมืองเทกนาฟ เขตค็อกซ์ บาซาร์ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ บังกลาเทศส่งตัวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมาที่หลบหนีเข้าไปในบังกลาเทศกลับประเทศแล้ว 2 รอบ ได้แก่ เมื่อ 15 ก.พ.67 จำนวน 330 คน และเมื่อ 25 มี.ค.67 จำนวน 288 คน

ออสเตรเลียกำหนดมาตรการคว่ำบาตรผู้นำกลุ่ม Ransomware ชาวรัสเซีย

  กระทรวงการต่างประเทศ กลาโหม และมหาดไทยออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อ 8 พ.ค.67 กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรายบุคคลทางการเงินและห้ามการเดินทางต่อนาย Dmitry Yuryevich Khoroshev ชาวรัสเซีย หนึ่งในผู้นำระดับสูงของกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) “LockBit” ภายใต้กรอบการคว่ำบาตรทางไซเบอร์ของออสเตรเลีย ซึ่งมีผลให้การจัดหา ใช้ หรือจัดการสินทรัพย์ให้กับนาย Dmitry Yuryevich Khoroshev เป็นความผิดทางอาญา LockBit เป็นกลุ่มอาชญากรรมมัลแวร์เรียกค่าไถ่ขนาดใหญ่ มุ่งทำลายเสถียรภาพและขัดขวางภาคส่วนสำคัญเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน ออสเตรเลียเผชิญเหตุมัลแวร์เรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของออสเตรเลีย ภาครัฐบาล อุตสาหกรรม และชุมชน และพบการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ LockBit ในภาคธุรกิจคิดเป็นร้อยละ 18 ของเหตุมัลแวร์เรียกค่าไถ่ทั้งหมดระหว่างปี 2565-2566 และเหยื่อที่รายงานเหตุทั้งหมด 119 ราย ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองทางสัญญาณออสเตรเลีย (Australian Signals Directorate-ASD) และตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police-AFP) ร่วมกับหุ้นส่วนนานาชาติ รวมถึงสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ร่วมมือกันภายใต้ปฏิบัติการ Cronos ทำให้สามารถระบุตัวผู้เป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่ม…

ชาวมาเลเซีย 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดที่ จ.นราธิวาส

  สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 7 พ.ค.67 ว่า ชาวมาเลเซีย 2 คน ได้แก่ น.ส.Hariza Aziz อายุ 38 ปี และ น.ส.Siti Aishah Ismail อายุ 31 ปี จากรัฐกลันตัน ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องติดตั้งในรถจักรยานยนต์และจอดไว้บริเวณหน้าเขื่อนท่าพระยาสาย ถ.ภูผาภักดี ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อ 6 พ.ค.67 โดยทั้งสองถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ พบว่ามีอาการมึนศีรษะ แน่นหน้าอก มีบาดแผลเล็กน้อยบริเวณคาง และแขนขา ขณะนี้อาการปลอดภัย และได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ศาลรัฐสลังงอร์จำคุกชายขับรถยนต์พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซีย

  ผู้พิพากษาศาลเฉพาะในรัฐสลังงอร์ มาเลเซีย มีคำพิพากษาเมื่อ 6 พ.ค.67 จำคุกนาย P’Ramasamy (อายุ 66 ปี/2567) เป็นระยะเวลา 1 เดือน ปรับ 3,000 ริงกิต ในความผิดละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง ปี 2497 จากกรณีที่นาย Ramasamy ขับรถยนต์พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม พร้อมประดับธงของกลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง (Pakatan Harapan-PH/กลุ่มพรรคแกนนำรัฐบาล) ระหว่างการเลือกตั้งซ่อมเขต Taman Bukit Bunga รัฐสลังงอร์ เมื่อ 4 พ.ค.67 ด้านตำรวจท้องถิ่นย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการแสดงออกในประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องชาติ ศาสนา และสถาบัน (3R)