หน่วย FSB รัสเซียขัดขวางแผนของยูเครนเตรียมโน้มน้าวนักบินรัสเซียจี้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-22M3

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 8 ก.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของหน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย (Federal Security Service – FSB) ว่า FSB สามารถขัดขวางความพยายามของหน่วยข่าวกรองยูเครนในแผนปฏิบัติการจี้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-22M3 ของกองกําลังการบินและอวกาศของรัสเซีย (Russian Aerospace Forces) ให้เดินทางไปยูเครน พร้อมระบุถึงหลักฐานที่บ่งชี้หน่วยข่าวกรองประเทศเนโตมีส่วนร่วมในการเตรียมและดําเนินการ ได้แก่ ภาพวีดิทัศน์เงินดอลลาร์ที่จะจ่ายโดยบริษัท Ukroboronprom ของยูเครน ให้นักบินรัสเซีย 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสัญชาติอิตาลี รวมทั้งหลักฐานการติดต่อทางเทเลแกรมที่ขอให้นักบินรัสเซียเผาอุปกรณ์การบิน ส่งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินรวมถึงหมายเลขหางและสภาพทางเทคนิค ทั้งนี้ Tu-22M2 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล ความเร็วเหนือเสียง สามารถโจมตีเป้าหมายทั้งทะเลและภาคพื้นดินด้วยขีปนาวุธ ระเบิด รวมทั้งบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์และอาวุธตามแบบ

มาเลเซียคัดค้านการขยายพื้นที่ไหล่ทวีปของฟิลิปปินส์ใกล้รัฐซาบาห์

สำนักข่าว The Star อ้างบทสัมภาษณ์ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย เมื่อ 7 ก.ค.67 ว่า มาเลเซียได้ส่งบันทึกทางการทูตถึงนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) เพื่อคัดค้านและประท้วงกรณีฟิลิปปินส์ยื่นเอกสารต่อ UN ขอลงทะเบียนขยายไหล่ทวีป (The Extended Continental Shelf-ECS) บริเวณเกาะปาลาวันตะวันตก ในทะเลฟิลิปปินส์ พร้อมกำหนดให้มีอำนาจอธิปไตยและสิทธิพิเศษในการแสวงประโยชน์เพื่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ใต้ท้องทะเล ซึ่งพื้นที่กล่าวอ้างนั้นได้รวมเอาพื้นที่รัฐซาบาห์ของมาเลเซียด้วย ทั้งนี้ รัฐซาบาห์เป็นรัฐหนึ่งของมาเลเซียตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร และได้รับการยอมรับจาก UN มาเลเซียจึงมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าว และหวังว่าข้อพิพาทนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์

ประธานาธิบดีเวียดนามจะเยือนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 11-12 ก.ค.67

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times รายงานเมื่อ 8 ก.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศลาว ว่า พล.อ.โต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม จะนำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง เยือนลาวอย่างเป็นทางการระหว่าง 11-12 ก.ค.67 ตามคำเชิญของ ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ความสามัคคี และความร่วมมือรอบด้านของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ พล.อ.โต เลิม เยือนลาวอย่างเป็นทางการเป็นประเทศแรกหลังจากสภาแห่งชาติเวียดนามแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดี เมื่อ 22 พ.ค.67

สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเนโตระหว่าง 9-11 ก.ค.67

สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเนโต ระหว่าง 9-11 ก.ค.67 และฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของการก่อตั้งพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 32 ประเทศจากยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยการหารือครั้งนี้จะมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ยืนยันการสนับสนุนยูเครน 2) ส่งเสริมบทบาทด้านการป้องกันและป้องปราม 3) ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มการผลิตและขยายฐานภาคอุตสาหกรรม 4) กระชับความเป็นหุ้นส่วนกับพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และ 5) การปฏิบัติตามพันธกรณีด้านงบประมาณของแต่ละประเทศและการป้องกันร่วม นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน จะเข้าร่วมหารือในการประชุมสภาเนโต-ยูเครน ในห้วงเดียวกัน รวมทั้งผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เช่นกัน

ญี่ปุ่นจะยกระดับการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่ของอิหร่าน

นายคิตามูระ โทชิฮิโระ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 ก.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นคาดหวังให้อิหร่านภายใต้การนำของนายมัสอูด ปิซิชกียาน ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 5 ก.ค.67 แสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดและรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยญี่ปุ่นจะยังคงแสดงบทบาททางการทูตเชิงรุกต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางบนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างญี่ปุ่นกับอิหร่าน อีกทั้งจะยกระดับการเจรจากับรัฐบาลชุดใหม่ของอิหร่าน ขณะที่นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งข้อความแสดงความยินดีถึงนายมัสอูด เมื่อวันเดียวกัน ในโอกาสที่นายมัสอูดชนะการเลือกตั้งดังกล่าว

รอง ผบ.ทสส. และ ผบ.ทบ.เมียนมา เยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมการประชุม Green Development Forum

สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 7 ก.ค.67 ว่า พล.อ.รองอาวุโส โซวิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบกเมียนมา เยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อ 6 ก.ค.67 เพื่อเข้าร่วมการประชุม Green Development Forum จัดโดยองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation-SCO) ณ เมืองชิงต่าว มณฑลชานตง การเยือนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ทวีความตึงเครียดบริเวณทางตอนเหนือของรัฐฉานหลังกองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (TNLA) กลับมาปฏิบัติการ 1027 อีกครั้ง เมื่อ 25 มิ.ย.67 ตามมาด้วยการเยือนจีนของอูเต็งเส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อ 27 มิ.ย.67

นรม.อินเดียจะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 อ้างกระทรวงการต่างประเทศอินเดียว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ จะเยือนรัสเซียและออสเตรียอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 ก.ค.67 ในการเยือนรัสเซีย (ระหว่าง 8-9 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอินเดีย-รัสเซีย ครั้งที่ 22 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกทั้งพิจารณาทบทวนประเด็นความร่วมมือให้ครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น การเยือนรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเยือนเมืองวลาดีวอสตอค เพื่อเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อปี 2562 ส่วนการเยือนออสเตรีย (ระหว่าง 9-10 ก.ค.67) นายโมดิจะพบหารือร่วมกับประธานาธิบดี Alexander Van der Bellen และ นายกรัฐมนตรี Karl Nehammer รวมทั้งพบปะหารือกับนักธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ

กองทัพอาระกันปิดล้อมเมืองตานดเวในรัฐยะไข่ เพื่อตัดเส้นทางส่งกำลังเสริมของกองทัพเมียนมา

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 3 ก.ค.67 ว่า สถานการณ์สู้รบที่เมืองตานดเว รัฐยะไข่ ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) โจมตี พัน ร.55 ใกล้กับชายหาดงะปะลี ซึ่งเป็นกองพันแห่งสุดท้ายที่จะป้องกันเมืองแห่งนี้ โดยระหว่างการสู้รบทหารบางส่วนจาก พัน คร.566 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินตานดเว ได้ยอมแพ้ต่อ AA และหนีไปรวมพลที่ พัน ร.55 ขณะที่กองทัพเมียนมาโต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถส่งกำลังเสริมภาคพื้นดินเนื่องจาก AA ปิดล้อมเมืองไว้ อย่างไรก็ดี AA ยังเปิดเส้นทางให้ประชาชนพื้นที่หลบหนีเพื่อเลี่ยงการโจมตีทางอากาศของกองทัพ

ศรีลังกาใกล้บรรลุการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรมูลค่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 4 ก.ค.67 ว่า รัฐบาลศรีลังกาเจรจารายละเอียดกับเจ้าหนี้ ซึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าประมาณ 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตกลงในเงื่อนไขรายละเอียดของการเจรจาได้เป็นผลสำเร็จเมื่อ 2 ก.ค.67 หลังการเจรจาครั้งแรกเมื่อ เม.ย.67 ล้มเหลว เนื่องจากเจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรไม่ยอมรับเงื่อนไขตามข้อเสนอของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ในการเจรจาครั้งที่ 2 เจ้าหนี้เห็นชอบข้อเสนอของรัฐบาลศรีลังกาที่ให้ลดมูลค่าตราสารหนี้ลงร้อยละ 28 และลดผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรลงร้อยละ 11 โดยรัฐบาลศรีลังกาจะต้องเริ่มจ่ายผลตอบแทนอีกครั้งใน ก.ย.67

รู้จักมูลค่าของ “ข้อมูล” ในยุค Big Data Hype

        ร้านขายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีการเปิดบริการรับจำนำ iCloud โดยเป็นการนำรหัสการเข้าถึง iCloud ของมือถือซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บข้อมูล เอกสาร ไฟล์ และรหัสต่างๆ ไว้ ภายใต้เงื่อนไขการผ่อนชำระ ที่แทบจะไม่แตกต่างจากการจำนำทรัพย์สินอื่นๆ หากไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามที่กำหนด เจ้าของข้อมูลก็จะไม่สามารถใช้งาน iPhone ได้ แม้ตอนที่ระหว่างการจำนำจะใช้งานได้ปกติ แต่หากผ่อนจ่ายไม่ครบ รหัส iCloud จะถูกยึดไว้และไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อโทรศัพท์มือถือ iPhone ใช้ iCloud ไม่ได้ ก็เท่ากับถูกลดประสิทธิภาพการใช้งานลง เพราะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมต่างๆ ได้จนกว่าจะผ่อนชำระจนครบถ้วนตามสัญญาที่ระบุไว้ ถ้านิยาม iCloud ว่าเป็นแหล่งข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ และมีมูลค่าสามารถใช้ในการจำนำได้ เท่ากับว่า แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีมูลค่า (value) ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด ……….และนั่นคือ…ความสำคัญของแหล่งข้อมูล!! ที่เริ่มมีมูลค่ามากขึ้นจนมีค่าเท่าทรัพย์สิน แตกต่างจากการจำนำเครื่องโทรศัพท์มือถือ แต่จำนำเพียงแค่รหัสการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลก็จะสามารถแลกเงินหลักหมื่นได้ ที่น่าสนใจก็คือ แนวโน้มของการจำนำข้อมูลในรูปแบบนี้มีโอกาสจะเติบโตมากขึ้น เพราะข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความสำคัญตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน สังคมปัจจุบันการเข้าถึงโลก social ผ่านอินเทอร์เนต และมีการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่บนโลกออนไลน์ที่เข้าถึงได้จากการกรอกรหัสมือถือ ดังนั้น มูลค่าของธุรกิจออนไลน์อาจถูกประเมินจากรายได้หรือกำไรที่สร้างได้จากการค้าขายและบริการผ่านแฟลตฟอร์มต่างๆ และถูกประเมินเป็นมูลค่าของรหัสที่ใช้ login พฤติกรรมนี้ทำให้ “รหัสเพียงไม่กี่ตัว” มีมูลค่าสูงไม่ต่ำกว่าหลักล้าน…