สื่อต่างประเทศรายงานเน้นการปฏิบัติการทางอากาศของไทยที่กรุงปอยเปต 

  สื่อต่างประเทศเมื่อ 18- 19 ธันวาคม 2568 รายงานการปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาลดลง แต่ทั้งสื่อตะวันตกและเอเชียกลับเน้นรายงานเฉพาะการปฏิบัติการทางอากาศของไทยอีกครั้ง ที่ใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดกาสิโน ที่กรุงปอยเปต ซึ่งเป็นแหล่งคลังอาวุธของกัมพูชา และรายงานอ้างรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชาที่เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามไทยว่าเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาก็ออกมาชี้ให้เห็นว่าการกระทำของไทยทำให้ชาวกัมพูชาเกิดผู้พลัดถิ่นมากกว่า 476,000 คน สื่อต่างชาติ เช่น สื่อตุรกี และสื่อท้องถิ่นกัมพูชายังรายงานประเด็นที่ทำให้เกิดภาพเชิงบวกต่อกัมพูชาในเวทีโลก โดยรายงานการเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพกลางกรุงพนมเปญ โดย Union of Youth Federations of Cambodia (UYFC) ซึ่งมีนายฮุนมานี เป็นหัวหน้ากลุ่มและเป็นน้องชายนายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นแกนนำในการเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ และให้มีการหยุดยิง จากที่เกิดการปะทะครั้งใหม่กับไทยตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568  สื่อรายงานว่า ชาวกัมพูชาที่เข้าร่วมมีจำนวนหลายพันคน Volker Turk หัวหน้าข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Human Rights-UNHCR) ได้เรียกร้องให้ไทย-กัมพูชาหยุดหยิง  เนื่องจากมีรายงานว่าสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรม…

เมียนมาดำเนินคดีต่อประชาชนที่ละเมิดกฎหมายก่อนการเลือกตั้ง

รัฐบาลเมียนมาเมื่อ 18 ธันวาคม 2568 ดำเนินคดีต่อประชาชนชาวเมียนมาจำนวน 229 คน เนื่องจากละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นชาย 201 คน และหญิง 28 คน บางส่วนประกอบอาชีพนักแสดง ผู้ผลิตภาพยนต์และสมาชิกกองกำลังป้องกันประชาชน หรือ People’s Defense Forces (PDF) โดยกระทำความผิดเนื่องจากพยายามบ่อนทำลายกระบวนการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นใน 28 ธันวาคม 2568 เช่น การทำลายป้ายประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ป้ายหาเสียง ข่มขู่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ทำงานในหน่วยเลือกตั้ง และวิจารณ์การเลือกตั้งเชิงลบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับกฎหมายเลือกตั้งของเมียนมาฉบับนี้ รัฐบาลเมียนมาเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ กรกฎาคม 2568 กำหนดห้ามไม่ให้มีการจัดการชุมนุมประท้วงหรือกระจายแนวคิดที่จะเป็นอุปสรรคต่อขั้นตอนและกระบวนการเลือกตั้ง หากใครฝ่าฝืนจะได้รับโทษจำคุกระหว่าง 3-10 ปี รวมทั้งมีค่าปรับด้วย ในห้วงที่ผ่านมา มีชาวเมียนมารวมตัวกันชุมนุมประท้วงและวิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ว่าไม่ยุติธรรมและไม่โปร่งใส จึงเรียกร้องให้ชาวเมียนมาคว่ำบาตรการเลือกตั้ง ตลอดจนขอให้นานาชาติกดดันรัฐบาลเมียนมามากขึ้น เช่น กรณีการชุมนุมประท้วงคัดค้านการเลือกตั้งเมื่อ 3 ธันวาคม 2568 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ที่มีชาวเมียนมาชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง รวมทั้งกฎหมายเกณฑ์ทหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง การเลือกตั้งในเมียนมาได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก เนื่องจากมีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงในเมียนมายังไม่แน่นอน…

ผู้นำสหรัฐฯ สัญญาว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตในปี 2569

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 17 ธันวาคม 2568 แถลงจากทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อชาวอเมริกัน สาระสำคัญ คือ ประกาศความสำเร็จของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ทำให้ภาพลักษณ์สหรัฐฯ กลับไปแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับมากขึ้น เพราะสามารถยุติสงครามในฉนวนกาซาได้ และให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจ เช่น การกล่าวโทษว่าผู้อพยพทำให้สหรัฐฯ เผชิญวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจชะลอตัว การมอบเงินปันผลจำนวน 1,776 ดอลลาร์สหรัฐแก่สมาชิกกองทัพสหรัฐฯ จำนวนกว่า 1,500,000 คน เพื่อเป็นการตอบแทนในโครงการ “warrior dividend” โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้รับผลตอบแทนจากมาตรการภาษีตอบโต้ โจมตีอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนหน้านี้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อ ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งสัญญาว่าในปี 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ จะร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อปฏิรูปอสังหาริมทรัพย์ และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่มีผลการสำรวจความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ตกต่ำลงเหลือ ร้อยละ 36 สะท้อนว่าชาวอเมริกันอาจไม่เห็นด้วยกับนโยบาย Make America Great Again ของผู้นำสหรัฐฯ…

กัมพูชาขยายความร่วมมือกับยุโรป และธนาคารโลก

กัมพูชาขยายความร่วมมือกับยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งกับฝรั่งเศสเกี่ยวกับเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศ ซึ่งการเดินหน้านี้เรื่องนี้ เป็นผลจากการพบปะหารือระดับสูงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Ministry of Industry, Science, Technology & Innovation-MISTI) ของกัมพูชากับคณะผู้แทนของสำนักงานเพื่อการพัฒนาของฝรั่งเศส (French Development Agency-AFD) และ Team Europe ที่กรุงพนมเปญ เมื่อ 10 ธันวาคม 2568 โดยมีนาย Jean-Pierre Marcelli ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ AFD ประจำผู้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ย้ำการเป็นหุ้นส่วนระยะยาวกับกัมพูชาในความร่วมมือระหว่างกัน การสนับสนุนของ AFD จะช่วยให้ระบบการจัดการน้ำในทุก ๆ ด้านของกัมพูชาทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งดึงดูดให้มีการลงทุนในการพัฒนาจัดการน้ำทั่วประเทศ และเป็นความร่วมมือระหว่างกันในระยะยาว รวมทั้งสนับสนุนเอกชนที่ให้บริการระบบน้ำ (Private Water Operators- PWOs) ของกัมพูชาให้มาบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งหาแหล่งเงินกู้ให้ นอกจากนี้ กัมพูชายังให้ Propaco สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเข้าไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกัมพูชา ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้มากขึ้น เช่น การจ่ายน้ำ และระบบการให้บริการน้ำเพื่อให้เข้าถึงชุมชนได้ทั่วถึง เป็นต้น…

ความตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชาล้มเหลวเพราะไม่แก้ไขปมขัดแย้ง

สำนักข่าว Aljazeera เมื่อ 14 ธันวาคม 2568 รายงานความเห็นของนาย Ronny P Sasmita นักวิเคราะห์จากสถาบันวิชาการในอินโดนีเซีย เกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน และสิ่งที่อาเซียนควรดำเนินการในฐานะกลไกระดับภูมิภาค โดยประเมินว่าสาเหตุทำสำคัญที่ทำให้ความตกลงที่จะหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาล้มเหลว เนื่องจากความตกลงดังกล่าวไม่ได้มีขั้นตอนหรือการให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปมปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ คือ ความไม่เชื่อใจระหว่างกัน ทั้งในระดับรัฐบาล กองทัพ และประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชามีกลไกรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและลดระดับความตึงเครียดบริเวณชายแดนมาโดยตลอด แต่ก็มีรายงานการเคลื่อนกำลังพลและกำลังทหาร รวมทั้งการปะทะระหว่างประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรุนแรง สรุปว่า ความตกลงร่วมกันเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารเมื่อ ตุลาคม 2568 ไม่สามารถคลายปมความขัดแย้งและไม่ไว้วางใจกันระหว่าง 2 ประเทศ ที่สะสมมานานจากหลายสาเหตุได้ นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวไม่มีขั้นตอนและกลไกติดตามความคืบหน้าที่เพียงพอจะเอื้อต่อวิธีการจัดการชายแดนที่ยังไม่เรียบร้อยตั้งแต่สิ้นสุดยุคล่าอาณานิคมระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่สิ่งปลูกสร้างและอาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ก็ผูกโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทำให้ตกเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างประชาชน ซึ่งเสี่ยงลุกลามบานปลายเป็นความตึงเครียดระหว่างประเทศได้เป็นระยะ ๆ รวมทั้งความขัดแย้งในรอบปี 2568 นี้ ที่ตึงเครียดและขยายตัวขึ้นมา ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากการถกเถียงเรื่องสิทธิครอบครองสิ่งปลูกสร้างและดินแดนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นก็มีปัจจัยเสริมจากการพัฒนาขีดความสามารถทางการทหาร ที่ทำให้กองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายมีเครื่องมือในการยั่วยุทางการทหารระหว่างกันมากขึ้น นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันการลาดตระเวนทางการทหารก็เสี่ยงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการปะทะทางการทหารที่ขยายตัวและยืดเยื้อได้ง่ายกว่าในอดีต…

การสอบสวนเหตุกราดยิงที่ออสเตรเลียที่เป็นการก่อการร้าย

หน่วยความมั่นคงออสเตรเลียทยอยเปิดเผยผลการสอบสวนเหตุกราดยิงที่หาดบอนได ออสเตรเลีย เมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าเป็นเหตุก่อการร้าย และต่อต้านชาวยิว (antisemitism) เป้าหมาย คือ ชาวยิวในออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ระหว่างทำกิจกรรมในเทศกาล Hanukkah หรือการฉลองประจำปี ผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย ใช้อาวุธปืนยาวกราดยิงใส่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ Archer Park ติดกับหาดบอนได และใกล้กับบริเวณสนามเด็กเล่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน อายุระหว่าง 10-87 ปี และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สำหรับกิจกรรมเทศกาล Hanukkah จัดขึ้นเป็นวันแรก โดยองค์กร Jewish Centre Chabad of Bondi คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย คนแรกเป็นชายอายุ 50 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนคนที่สองเป็นชายอายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุทั้ง…

ยูเครนจะไม่สมัครสมาชิกเนโต หากประเทศตะวันตกค้ำประกันความมั่นคง

ผู้นำยูเครนกำลังเผชิญความท้าทายและแรงกดดันจากนานาชาติในการพิจารณาและทบทวนเงื่อนไขที่จะนำไปสู่สันติภาพระหว่างยูเครน-รัสเซีย โดยล่าสุดเมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเปิดเผยกับผู้แทนสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนีว่า ยูเครนอาจพิจารณายกเลิกการสมัครเป็นสมาชิกเนโต หากประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ให้คำมั่นว่าจะค้ำประกันความมั่นคงให้ยูเครนแบบมีกฎหมายรับรอง ในลักษณะเดียวกันกับมาตรา 5 ของเนโต เพื่อปกป้องยูเครนจากการรัสเซีย ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนมีท่าทีดังกล่าวหลังจากการหารือกับนาย Steve Witkoff ผู้แทนการเจรจาของสหรัฐฯ ที่ประชุมกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพื่อหาแนวทางยุติสงครามและสร้างสันติภาพ โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายผลักดันเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อเร่งโน้มน้าวให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งประเทศยุโรปเห็นพ้องกับแผนยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่สหรัฐฯ เสนอ จากนั้น เยอรมนีและผู้นำประเทศในยุโรปจะจัดการประชุมหารือกับผู้นำยูเครนต่อไปใน 15 ธันวาคม 2568 เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนความมั่นคงร่วมกัน มีข้อสังเกตว่า ผู้นำยูเครนค่อย ๆ ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ซึ่งมีรายละเอียด 20 ประการ แต่ยังไม่ยอมรับการให้อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนในแคว้นภาคตะวันออกแก่รัสเซีย รวมทั้งการถอนทหารออกจากแคว้นดอนบาส ทั้งนี้ มีรายงานว่าเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรสนับสนุนเงื่อนไขและรายละเอียดแผนสันติภาพ 20…

สื่อต่างชาติเน้นการรายงานการปฏิบัติการทางทหารของไทยมากกว่ากัมพูชา

สื่อต่างชาติเมื่อ 13-14 ธันวาคม 2568 สนใจรายงานการปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ไม่มากเท่ากับช่วงปะทะรอบ 2 กันใหม่ ๆ อย่างไรก็ดี หัวข้อข่าวที่สื่อต่างชาติจะเน้นการที่ไทยยังไม่หยุดโจมตีทางอากาศ และหยุดยิง หรือปฏิบัติการทางทหารอื่น ๆ แม้นายกรัฐมนตรีไทยได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทางโทรศัพท์ เมื่อคืนของ 12 ธันวาคม 2568 และประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่า ทั้งไทยและกัมพูชาจะมีการหยุดยิง ขณะที่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีไทยออกมาปฏิเสธการให้คำมั่นในประเด็นนี้ และโยนให้ฝ่ายกัมพูชาว่าจะต้องจริงจังในเรื่องนี้ ในมุมรายงานเกี่ยวกับกัมพูชา สื่อต่างชาติเน้นรายงานความสูญเสีย และการต้องปิดพรมแดนกับไทย เพราะไทยยังไม่ยุติการโจมตีไปยังชายแดนกัมพูชา ซึ่งรวมทั้งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาออกมายืนยันว่า เป็นเป้าหมายพลเรือน นอกจากนี้ สื่อต่างชาติยังรายงานมุมมองเชิงต้องการสันติภาพของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาแถลงเมื่อ 13 ธันวาคม 2568 ว่า พร้อมจะร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่เสนอให้มีการหยุดยิง และให้มาเลเซียเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพ สื่อยังเห็นว่าอาเซียนยังอาจไม่สามารถที่จะทำให้การปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชายุติลงง่าย ๆ แม้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเรียกประชุมอาเซียนสมัยพิเศษเร็ว ๆ นี้ หรือจะใช้ดาวเทียมของสหรัฐฯ เป็นหลักฐานเพื่อชี้ว่า ฝ่ายใดเริ่มปฏิบัติการทางทหารก่อน นอกจากนี้ การเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซียจะสิ้นสุดลงในสิ้นปี 2568 โดยมีฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนต่อ ซึ่งฟิลิปปินส์จะต้องใช้เวลาศึกษาเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาพอสมควร ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้ของฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำได้ทันที สื่อยังพาดพิงการเมือง และประเด็นเศรษฐกิจของไทยว่า…

ในปี 2569 โลกจะเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง

ภาวะความมั่นคงทางอาหารหรือ food security ของโลก ที่เราพูดถึงกันจนติดปากว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกประเทศต้องมีให้ไว้สำหรับสำหรับประชาชนของตนนั้น มีความเชื่อมโยงกับภาวะอดอยากของประชาชนอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งว่า แนวโน้มความมั่นคงทางอาหารของโลกในปี 2569 จะต้องเร่งดำเนินการให้มีความคืบหน้าจริงจังมากขึ้น เนื่องจากรายงานประจำปีของโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) แห่งสหประชาชาติ ที่เผยแพร่เมื่อกลางพฤศจิกายน 2568 เตือนถึงความไม่มั่นคงทางอาหารที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 รายงานประจำปีของ WFP ชี้ว่า ประชาชนทั่วโลกประมาณ 318 ล้านคน จะเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง มากกว่าภาวะก่อนปี 2562 ถึง 2 เท่า ประเทศที่ยังจะเผชิญภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารเลวร้ายที่สุด ขณะที่งบประมาณที่ WFP มีอยู่จะช่วยเหลือผู้หิวโหยได้ไม่มากนัก หรือพื้นที่ที่คาดว่าประชาชนจะเผชิญความไม่มั่นคงทางอาหารตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 ไปจนถึง มีนาคม 2569  เช่น เฮติ มาลี ปาเลสไตน์ ซูดานใต้ ซูดาน เยเมน อัฟกานิสถาน คองโก และเมียนมา เป็นต้น สำหรับเมียนมา WFP ออกถ้อยแถลงเตือน เมื่อ…

ผู้นำสหรัฐฯ คัดค้านกฎหมายควบคุม AI

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 11 ธันวาคม 2568 ออกคำสั่งผู้บริหาร (executive order) สกัดกั้นไม่ให้รัฐต่าง ๆ ออกกฎหมายควบคุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) เนื่องจากมีมุมมองว่ากฎหมายควบคุมดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำโลกด้าน AI และไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติชัดเจนว่าต้องการให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำโลกอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยี AI เพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ต้องการให้มีกฎหมายหรือระเบียบใดขัดขวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า รัฐที่มีกฎหมายควบคุม AI จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Woke AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีอคติและอุดมการณ์ทางสังคมและการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี และธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้าเหนือประเทศอื่น ๆ ตัวอย่าง Woke AI ที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึง เช่น กรณีรัฐโคโลราโดห้าม AI ไม่ให้ใช้ฟังก์ชัน algorithmic discrimination หรือระบบอัลกอริทึมที่มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ เพราะเชื่อว่าจะทำให้สังคมอเมริกันแตกแยก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมีมุมมองว่า…