รวันดาและคองโกลงนามในข้อตกลงสันติภาพ มีสหรัฐฯ เป็นผู้ประสานงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากรวันดาและคองโก ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ (peace treaty) ระหว่างกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการยุติความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนาน จากประเด็นชาติพันธุ์ การเมือง และความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธ การลงนามครั้งนี้มีรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ตลอดจนมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ประกาศความสำเร็จในการทำให้ 2 ประเทศยุติความขัดแย้ง และเป็นผลงานการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ สิ่งที่สหรัฐฯ จะได้จากคองโกเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคือ การที่สหรัฐฯ จะเข้าถึงแร่สำคัญในภาคตะวันออกของประเทศ คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงนามในข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้ เป็นขั้นตอนส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในรวันดาและคองโก เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศเผชิญความขัดแย้งตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธ M23 บุกยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของคองโก รวมทั้งพยายามบุกยึดเมืองหลวงและท่าอากาศยานสำคัญ ทำให้การเมืองภายในคองโกขาดเสถียรภาพและมีความรุนแรงต่อเนื่อง จนรัฐบาลคองโก นำโดยประธานาธิบดี Félix Tshisekedi ต้องร้องขอให้สหรัฐฯ ช่วยเหลือ นอกจากนี้ ผู้นำคองโกเชื่อว่ารวันดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน…

สหรัฐฯ ระแวดระวังการถูกอิหร่านโจมตีทางไซเบอร์ และการก่อการร้ายต่อมาตุภูมิสหรัฐฯ

สหรัฐฯ  ระแวดระวังมากขึ้น เพื่อมิให้ตกเป็นเป้าหมายการถูกอิหร่านโจมตีทางไซเบอร์ และการก่อการร้าย เพราะ การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านของสหรัฐฯ เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ยิ่งทำให้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลกมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการถูกโต้กลับจากอิหร่าน ซึ่งเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการทางอากาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ถูกอิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าใส่เกือบ 20 ลูกแล้ว ในประเทศ สหรัฐฯ ก็เสี่ยงที่จะเป้าหมายของอิหร่านเช่นกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หรือ Department of Homeland Security (DHS) เมื่อ 22 มิถุนายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีอุดมการณ์ หรือกลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุนจะยังคงโจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายที่เป็นเครือข่ายที่สำคัญของสหรัฐฯ นอกจากนี้ อาจมีกลุ่มหัวรุนแรง  รวมทั้งคนที่ก่อความรุนแรง และพวกอาชญากรที่เกลียดชังชาวยิวโดยลำพังใช้พื้นที่สหรัฐฯ เป็นการแก้แค้นสหรัฐฯ ให้กับอิหร่าน หน่วยงานด้านปกป้องชายแดน และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ DHS กังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยคุกคามจากกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายจากอิหร่านที่แฝงตัวเข้ามา และกลุ่มผู้สนับสนุนหรือเห็นอกเห็นใจอิหร่าน แม้สหรัฐฯ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ที่เฉพาะเจาะจงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงจากกลุ่มดังกล่าว  เนื่องจากมีชาวอิหร่านจำนวน 1,200…

รัสเซียอาจได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รัสเซียน่าจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความสนใจของนานาชาติต่อสงครามในยูเครนลดน้อยลง และขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น โดยพิจารณาจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กรณีสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน การหารือครั้งนั้น ผู้นำรัสเซียได้โอกาสยืนยันต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนว่า ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และจะให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอิหร่านต่อไป ท่าทีของประธานาธิบดีปูตินน่าจะทำให้อิหร่านพอใจและเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะช่วยเหลืออิหร่านหากต้องเผชิญสภาวะสงคราม เป็นการเสริมสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของรัสเซียในฐานะมหาอำนาจโลกที่คัดค้านการปฏิบัติการทางทหารของโลกตะวันตก หรือสหรัฐฯ เหตุการณ์นี้อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียใช้เป็นเหตุผลในการส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี หรือส่งหัวรบนิวเคลียร์ไปประจำการในอิหร่าน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอิสราเอล ซึ่งจะเป็นการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สำคัญระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงร่วม ควบคู่กับขยายบทบาทและอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสูญเสียอิทธิพลในซีเรีย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่รัสเซียจะส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้อิหร่านโดยตรง รัสเซียยังไม่มีแผนการอย่างเป็นทางการที่จะส่งอาวุธให้อิหร่าน เพราะรัสเซียยังจำเป็นต้องใช้อาวุธจำนวนมากในการสู้รบกับยูเครน นอกจากจะเป็นความเคลื่อนไหวแบบปิดลับ ภายใต้กรอบความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า รัสเซียไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออิหร่านในทันที แต่อาจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยให้อิหร่านประกาศอนุมัติแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการค้ำประกันความมั่นคงและการช่วยเหลือ หากเผชิญสงคราม โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่รัฐบาลอิหร่านประกาศอนุมัติปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทันทีหลังจากการหารือกับผู้นำรัสเซีย อาจเป็นไปเพื่อให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้รัสเซียได้โอกาสขายน้ำมันและพลังงานในราคาและปริมาณที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรการซื้อ-ขายน้ำมันและพลังงานจากหลายประเทศ แม้ว่าจะมีรายงานการทำข้อตกลงซื้อ-ขายพลังงานระหว่างรัสเซียกับบางประเทศ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้น ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในห้วงนี้ ประกอบกับการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียขายน้ำมันได้มากขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจเบี่ยงเบนความสนใจของนานาชาติจากสงครามในยูเครน…

ที่ประชุมสุดยอดเนโตปี 2568 มีเป้าหมายหลักในการจะเพิ่มงบประมาณ

การประชุมสุดยอดเนโต ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ระหว่าง 24-25 มิถุนายน 2568  เป็นการประชุมประจำปีที่มีการหารือประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศที่สำคัญ นาย Mark Rutte เลขาธิการเนโตระบุเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 คาดหวังให้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีการหารือและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เรื่องความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคใหม่ โดยมีมุมมองว่าโลกเผชิญอันตรายมากกว่าที่ผ่านมา และมีภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ผู้นำประเทศต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้ และร่วมกันทำให้ความร่วมมือในกรอบเนโตเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งต่อไป การประชุมสุดยอดเนโตครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากสมาชิกเนโตจะต้องอนุมัติ New Defence Investment Plan ซึ่งจะให้ประเทศสมาชิกจัดสรรรายจ่ายเพื่อสนับสนุนเนโตร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รวมทั้งร่วมมือกันกระตุ้นและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธในกลุ่มประเทศเนโต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงทางการทหาร และเศรษฐกิจ การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือยูเครน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรนอกเนโตและประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะเนโตตระหนักถึงความท้าทายด้านความมั่นคงและการทหารจากความเคลื่อนไหวและขยายอิทธิพลของจีน ซึ่งปัจจุบันมี 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก เป็นพันธมิตรหลักนอกเนโต ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการพบหารือกับผู้นำทั้ง 4 ประเทศ…

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ จะหยุดยิงต่อเมื่ออิสราเอลหยุดก่อน

  อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ด้วยขีปนาวุธ เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ตามที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ประกาศไว้ว่าอิหร่านอาจใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่ ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการทางอากาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีทหารอเมริกันอยู่ประมาณ 8,000 คน นับว่าเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เบื้องต้นไม่พบว่าได้รับความเสียหายรุนแรง เนื่องจากสหรัฐฯ และกาตาร์ได้ร่วมมือกันยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันฐานทัพดังกล่าวไว้แล้วล่วงหน้า โดยใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ยืนยันว่าฐานทัพดังกล่าวตกเป็นเป้าโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้อย่างน้อย 19 ลูก อย่างไรก็ดี ฐานทัพ Al Udeid  ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เพราะสหรัฐฯ ได้อพยพเครื่องบิน และยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ ๆ ออกจากฐานทัพนี้ไปก่อนที่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 แล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นเป้าหมายการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกาตาร์ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนข้อมูลเรื่องการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ไม่เป็นความจริง โดยก่อนหน้านี้…

รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการปรับปรุงทางหลวง R13 ใต้ (นครหลวงเวียงจันทน์-แขวงบอลิคำไซ)

  ห้วงปลายมิถุนายน 2568 รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ (R13 ใต้) มูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 21 ถึงกิโลเมตรที่ 71 เชื่อมระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ – แขวงบอลิคำไซ (ตรงข้าม จ.บึงกาฬ) เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้า การเชื่อมโยงภูมิภาค และความปลอดภัยบนถนน โดยจะขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง (ระยะทาง 20 กม.) ส่วนที่เหลือเน้นการซ่อมแซมตามมาตรฐานสากล พร้อมลาดยางมะตอย สามารถรองรับน้ำหนัก 11 ตัน โครงการดังกล่าวเป็นสัญญาร่วมทุนระหว่าง บริษัท Road No.8 Construction Enterprises กับบริษัท Somxay Chalern Construction Road and Bridge Sole ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวง กระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว…

ญี่ปุ่นจะขยายความช่วยเหลือด้านความมั่นคงในต่างประเทศผ่านกรอบ OSA

  ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและการทูตของญี่ปุ่นในปี 2568 ยังคงได้รับความสนใจจากประเทศพันธมิตรและประเทศในภูภาคเอเชียตะวันออก เฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งจับตามนโยบายขยายความช่วยเหลือด้านการทหารผ่านกรอบ OSA หรือ Official Security Assistance อย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานจากสื่อญี่ปุ่นเมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการทบทวนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ต่างประเทศประจำปี 2568  โดยพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณภายใต้กรอบ OSA จำนวนประมาณ 8,000,000,000 เยน หรือประมาณ 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับประเทศใดบ้าง กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประกาศแนวทางการใช้ความช่วยเหลือ OSA ประจำปี 2568 เมื่อเมษายน 2568 โดยระบุว่า งบประมาณ OSA ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากงบประมาณเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะญี่ปุ่นพิจารณาว่าปัจจุบันความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ สำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงให้ญี่ปุ่น  รวมทั้งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังย้ำว่า OSA แตกต่างจาก ODA หรือ Official Development Assistance…

อิหร่านประณามสหรัฐฯ กรณีโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ ยืนยันไม่มีกัมมันตรังสีรั่วไหล

  ทั่วโลกติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอิหร่านประกาศจะตอบโต้สหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ ปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานความเสียหายที่ชัดเจน  ล่าสุดเมื่อ 22 มิถุนายน 2568  อิหร่านยืนยันแล้วว่าโรงงานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่ง เป็นเป้าหมายการโจมตีโดยสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีกัมมันตรังสีรั่วไหล นอกจากนี้ อิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็นการทำสงคราม สร้างอันตรายอย่างมากต่อภูมิภาค และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติ นาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านโจมตีรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ทำลายช่องทางการทูตระหว่างประเทศ เพราะการโจมตีครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาข้อตกลงและความร่วมมือนิวเคลียร์ และระบุว่าอิหร่านจะทำทุกวิธีเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยและผลประโยชน์ของประชาชน ด้านประธานาธิบดีอิหร่านร่วมประณามสหรัฐฯ จะสะท้อนว่าการโจมตีครั้งนี้ตอกย้ำชัดเจนว่าสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอล และต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน ขณะที่นาย Amir Saeid Iravani ออท.อิหร่าน/สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการประชุมวาระฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ใน 22 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือประเด็นนี้โดยเฉพาะ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงงานนิวเคลียร์ Fordo ทางตอนใต้ของกรุงเตหะรานที่เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดินนั้น ปัจจุบันยังไม่มีรายงานข้อมูลเชิงลึก แต่อิหร่านยืนยันว่าไม่ได้รับความเสียหายที่รุนแรงจากการโจมตีของสหรัฐฯ…

สหรัฐฯ โจมตีโรงงานพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านแล้ว

  สถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะซับซ้อนและตึงเครียดมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ว่าสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น B-2 ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ได้แก่ Fordo, Natanz และ Esfahan ด้วยระเบิด bunker buster อาวุธพิเศษที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงจำนวนมาก ซึ่งโรงงานนิวเคลียร์ Fordo ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน มีความสำคัญอย่างมากต่ออิหร่าน เพราะเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมขนาดใหญ่ สร้างไว้เมื่อปี 2552 ตั้งอยู่ใต้ดิน และเป็นพื้นที่ลับ ทำให้ที่ผ่านมา อิสราเอลไม่สามารถโจมตีได้ และอิสราเอลกล่าวหาว่าเป็นโรงงานพัฒนานิวเคลียร์เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่เชิงสันติตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวประสบความสำเร็จ เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ทั้งหมดเดินทางกลับฐานทัพอย่างปลอดภัย พร้อมกับระบุว่าอิหร่านต้องพิจารณาเลือกสันติภาพและยุติการพัฒนานิวเคลียร์ ไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ อาจโจมตีอีกเพื่อกดดันให้อิหร่านเลือกแนวทางสันติภาพ กรณีประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ตอกย้ำว่าผู้นำสหรัฐฯ ต้องการกดดันอิหร่านให้ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นหาเสียงก่อนชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของสหรัฐฯ ที่สามารถโจมตีโรงงานลับใต้ดินได้ และยืนยันความใกล้ชิดด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ…

รัสเซียพร้อมเจรจากับยูเครนรอบที่ 3 หลังโจมตียูเครนด้วยปฏิบัติการ Summer Offensive

  สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดและมีความรุนแรงต่อเนื่อง แม้คู่ขัดแย้งจะพร้อมเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสถานการณ์ โดยล่าสุดเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 มีรายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า รัสเซียพร้อมเจรจารอบที่ 3 กับยูเครนเพื่อหาแนวทางยุติการปฏิบัติการทางทหาร โดยยื่นเงื่อนไขว่ายูเครนต้องเข้าใจและยอมรับความจริงว่าการทำสงครามยืดเยื้อจะไม่เป็นผลดีต่อยูเครนในระยะยาว นอกจากนี้ ยูเครนต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะยูเครนสูญเสียทรัพยากร และไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศตะวันตก รวมทั้งเนโตอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ ท่าทีของโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียมีขึ้นระหว่างการเป็นเจ้าภาพประชุม International Economic Forum ที่เมือง St. Petersburg ของรัสเซีย สำหรับการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนส่งผู้แทนไปเข้าร่วมการเจรจากันที่เมืองอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 16 พฤษภาคม 2568 และ 2 มิถุนายน 2568 แต่ไม่บรรลุผล  มีเพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักโทษสงครามระหว่างกัน (Prisoner of War – POW exchange) ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาเมื่อ 2 มิถุนายน 2568 รวมทั้งจะมีการส่งคืนร่างทหารที่เสียชีวิตระหว่างการทำสงครามระหว่างกันด้วย แม้ว่ารัสเซียจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจากับยูเครน…