ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาลดระดับ แต่เพิ่มการต่อสู้กันในเวทีระหว่างประเทศ

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หลังจากมีการปะทะกันเมื่อ 24-28 กรกฎาคม 2568 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งมีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพรมแดนต้องอพยพออกจากพื้นที่และรอความช่วยเหลือในค่ายพักพิงชั่วคราว ปัจจุบันไทยและกัมพูชาเน้นย้ำว่าปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และนำคณะผู้แทนจากต่างประเทศเข้าสังเกตการณ์พื้นที่ขัดแย้งและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์

ไทยจะส่งตัวทหารกัมพูชาตามหลักสากล สื่อออนไลน์กัมพูชาขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ

สื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา โดยรายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 กรณีไทยจะส่งคืนทหารกัมพูชาจำนวน 18 นาย ให้กับกัมพูชา หลังจากการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายสากลเสร็จสิ้น ท่าทีดังกล่างของไทยมีขึ้นหลังจากรัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยส่งตัวทหารจำนวน 20 นาย ที่ไทยควบคุมตัวไว้หลังจากมีมาตรการหยุดยิง ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้หารือประเด็นนี้กับไทยแล้ว และจะเจรจากับไทยต่อไปเพื่อให้ไทยส่งกลับนายทหารอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

ความรุนแรงในฉนวนกาซา ผู้เสียชีวิตมากกว่า 60,000 ราย ประเทศยุโรปเพิ่มแรงกดดันอิสราเอล

สงครามและความรุนแรงในฉนวนกาซายังคงได้รับความสนใจจากต่างประเทศ เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารที่ยาวนานและยืดเยื้อของอิสราเอลในพื้นที่ตั้งแต่ ตุลาคม 2566 ปัจจุบันมีรายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 ว่า มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาแล้วมากกว่า 60,000 คน พร้อมกันนี้ นานาชาติห่วงกังวลเรื่องวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ เพราะมีรายงานว่าอิสราเอลไม่เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ อิสราเอลยังโจมตีพื้นที่มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วย ทำให้เป็นอันตรายทั้งต่อชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการความช่วยเหลือ เด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่เริ่มแสดงอาการป่วยขั้นรุนแรงเพราะขาดสารอาหาร และเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ องค์กรระหว่างประเทศจึงออกมาร่วมกันเรียกร้องให้นานาชาติกดดันอิสราเอลให้ยุติความรุนแรงและการใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือทำร้ายชาวปาเลสไตน์ โดยองค์กร Integrated Food Security Phase Classification (IPC) ระบุว่าสถานการณ์ในฉนวนกาซาเสี่ยงจะเผชิญความอดอยากที่ร้ายแรงที่สุด แม้กระทั่งองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนของอิสราเอล ยังเผยแพร่รายงานที่เป็นเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของอิสราเอลว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาน่าห่วงกังวล และนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกับเตือนว่าชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์อาจเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกันกับในฉนวนกาซา เพราะกองทัพอิสราเอลอาจมุ่งทำสงครามและกวาดล้างชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าวด้วย สถานการณ์ในฉนวนกาซาที่สร้างความกังวลไปทั่วโลก ทำให้ประเทศมหาอำนาจเริ่มเพิ่มแรงกดดันต่ออิสราเอลให้ยุติสงคราม โดยนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรแถลงเมื่อ 29 กรกฎาคม 2568 ว่า สหราชอาณาจักรมีแผนจะรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในห้วง กันยายน 2568 หากอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาและไม่ทำข้อตกลงหยุดยิง พร้อมกันนี้ ผู้นำสหราชอาณาจักรระบุด้วยว่า อิสราเอลต้องยอมรับการแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งตามแนวทางสองรัฐ (two-states solution) และเปิดทางให้องค์กรสหประชาชาติเข้าพื้นที่ฉนวนกาซาเพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ไม่เช่นนั้น สหราชอาณาจักรจะเริ่มกระบวนการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations…

ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 แมกนิจูดที่รัสเซีย

  เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภาคตะวันออกของรัสเซียเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะญี่ปุ่น และสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและรัฐอแลสกา แจ้งเตือนเหตุสินามิ ด้านรัสเซียเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งเนื่องจากเสี่ยงเกิดคลื่นสินามิสูง 3-4 เมตร รวมทั้งประเมินความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนในเมืองเปโตรปัฟลอฟสก์-คัมชัตสกี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 136 กิโลเมตร ตลอดจนสั่งอพยพประชาชนออกจากหมู่เกาะ Kuril ของรัสเซีย เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายปี ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency -JMA)  ออกคำเตือนระดับสูงสำหรับชายฝั่งแปซิฟิก และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก พร้อมสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากกว่า 1.9 ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fukushima ด้วย ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่มีการแจ้งเตือนสินามิ ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู และหมู่เกาะ Galapagos สำหรับเหตุแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้านี้ในภูมิภาคดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 มีขนาด 9.0 แมกนิจูด ในพื้นที่ตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำให้เกิดสินามิในหลายพื้นที่…

สื่อต่างประเทศรายงานกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด

สื่อต่างประเทศติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 รายงานว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้บรรยากาศด้านความปลอดภัยในพื้นที่ขัดแย้งยังไม่แน่นอน แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะยังมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศอ้างรายงานของกองทัพและรัฐบาลไทยที่ระบุว่า กัมพูชายิงโจมตีในหลายพื้นที่ในช่วงเช้าของ 29 กรกฎาคม 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งในพื้นที่ภูมะเขือจ.ศรีสะเกษ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายเคยปะทะกันอย่างรุนแรง

เกิดเหตุยิงกลางเมืองแมนฮัตตัน และมีผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เร่งสอบสวนเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กและประชาชนที่กลางเมืองแมนฮัตตัน เมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 18.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ พื้นที่ก่อเหตุ คือ ล็อบบี้และบริเวณชั้น 33 ของอาคาร Rudin Management เลขที่ 345 Park Avenue ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจขนาดใหญ่และบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น บริษัท Blackstone ซึ่งเป็น hedge fund  บริษัท KPMG ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชี และสำนักงานใหญ่ National Football League  เป็นต้น ผู้ก่อเหตุยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณล็อบบี้ของอาคารก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 33 ผู้ก่อเหตุ คือ นาย Shane Devon Tamura ชาวอเมริกันอายุ 27 ปี ภูมิลำเนาจากรัฐเนวาดา ใช้อาวุธปืนรุ่น M4 ในการก่อเหตุ และเตรียมอาวุธปืนอื่น…

เหตุอุทกภัยรุนแรงในกรุงปักกิ่งของจีน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 คน

เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ตอนเหนือของกรุงปักกิ่งของจีน โดยมีรายงานเมื่อ 29 กรกฎาคม 2568 ว่า อุทกภัยดังกล่าวเกิดจากฝนตกหนักสะสมตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2568 และน้ำท่วมเฉียบพลัน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 ราย ต้องอพยพประชาชนชาวจีนในพื้นที่ 80,332 คน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขต Miyun, Huairou และ Fangshan เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยังรุนแรงและเสี่ยงอันตรายจนถึงปลาย กรกฎาคม 2568 เพราะคาดว่าจะมีฝนตกอีก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนสั่งให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ กรุงปักกิ่งของจีนเคยเผชิญเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างมากเมื่อ กรกฎาคม 2555 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 ราย ปัจจุบันสภาพอากาศในกรุงปักกิ่งยังคงมีฝนตกหนัก ประชาชนจำนวนมากต้องอยู่อาศัยโดยไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม รวมทั้งไม่สามารถเดินทางหรืออพยพออกจากพื้นที่ได้ รัฐบาลต้องเร่งให้ความช่วยเหลือโดยมีการใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้และอาหารในช่วงที่ยังไม่สามารถส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ รัฐบาลจีนสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยประกาศว่าได้เตรียมงบประมาณ 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบรรเทาสาธารณภัยครั้งนี้ โดยจะใช้งบประมาณดังกล่าวเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมสถานที่ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น ถนน สะพาน แหล่งน้ำสะอาด และโรงพยาบาล…

สื่อต่างประเทศรายงานกรณีไทย-กัมพูชาหยุดยิง แต่การเจรจาระดับกองบัญชาการทหารยังไม่เกิดขึ้น

สื่อต่างประเทศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 รายงานกรณีผู้นำไทยและกัมพูชาพบหารือกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เพื่อทำข้อตกลงหยุดยิง โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้าร่วมด้วย ผลการหารือ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะหยุดยิงในเวลา 00.00 น.ของ 28 กรกฎาคม 2568 และตั้งกลไกหารือกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับฟื้นฟูช่องทางการติดต่อระหว่างกันทั้งในมิติการทูตและการทหาร

การเจรจาไทย-กัมพูชาที่มาเลเซียเป็นประเด็นที่สื่อต่างชาติติดตาม

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งกรณีผู้นำรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะพบและเจรจากันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เพื่อแก้ไขปัญหาความตึงเครียดบริเวณพรมแดนที่มีการปะทะและตอบโต้กันด้วยมาตรการทางทหารอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยจำนวนมาก สำหรับการเจรจาจะมีขึ้นในเวลา 15.00 น.

EU บรรลุข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ

  สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยือนสก็อตแลนด์และพบหารือกับนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่คลับกอล์ฟ Turnberry ในเขต South Ayrshire  สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือ สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศที่อัตราร้อยละ 15 ลดลงจากร้อยละ 30 ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่สหภาพยุโรปจะต้องเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และสินค้าบางประเภทจะได้รับอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 0 เช่น เครื่องบินและสินค้าเกษตรกรรมบางประเภท นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า EU จะลงทุนในสหรัฐฯ ประมาณ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งจะลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐฯ เพิ่มอีกมูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าด้วย แม้ว่าอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจะยังไม่เปลี่ยนแปลงและคงไว้ที่ร้อยละ 50 แต่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปมีมุมมองเชิงบวกต่อข้อตกลงดังกล่าว…