รัฐบาลตอลิบันขอความช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่อัฟกานิสถาน

  รัฐบาลอัฟกานิสถานและองค์กรสหประชาชาติ (UN) เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.0 แมกนิจุด ในพื้นที่จังหวัด Kunar และเมือง Nangarhar ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขา ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน และใกล้ชายแดนปากีสถาน  เมื่อ 31 สิงหาคม 2568  ปัจจุบันมีรายงานว่าเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 800 ราย และเกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง ระบบการสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ  ทั้งนี้ สหประชาชาติและรัฐบาลเชื่อว่าจะมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบมาขึ้น ขณะที่ปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยดำเนินการได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวค่อนข้างรุนแรงและสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน รวมทั้งมีรายงานว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานด้วย ปัจจุบันรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน เรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาสาธารณภัย  ทั้ง การแพทย์ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดยเมื่อ 1 กันยายน 2568 รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมอบความช่วยเหลือแล้วจำนวน 1 ล้านปอนด์ โดยจะมอบให้องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปช่วยเหลืออัฟกานิสถาน เพื่อหลีกเลี่ยงการสนับสนุนรัฐบาลตอลิบันโดยตรง รวมทั้งจีน อินเดีย และสวิตเซอร์แลนด์ก็ประกาศให้ความช่วยเหลือแล้ว เป็นต้น ด้านองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปในพื้นที่ เช่น สภากาชาด (Red…

นโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทาย โดยเมื่อ 2 กันยายน 2568 บริษัทจัดทำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้วง 6 เดือนแรกของปี 2568 พบว่ามีจำนวนลดลง ขณะที่จำนวนชาวอเมริกันที่ท่องเที่ยวในประเทศก็ลดน้อยลงด้วย โดยเหตุผลเพราะสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ชาวอเมริกันจำนวนมากให้เหตุผลกับบริษัท Travel Weekly ผู้สำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวในประเทศว่า ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะตลาดแรงงานซบเซา และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เหตุผลว่านโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกกังวลและไม่สบายใจ เฉพาะอย่างยิ่งนโยบายต่อผู้อพยพและชาวต่างชาติ การควบคุมตัวชาวต่างชาติและส่งตัวกลับ รวมทั้งอุดมการณ์ขวาจัด ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางไปสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสหรัฐฯ มีความคิดเห็นสอดคล้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่กังวลกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างไม่เป็นมิตรกับชาวต่างชาติ และผู้นำสหรัฐฯ ที่มักจะใช้วิธีการข่มขู่ประเทศอื่น ๆ เช่น กรณีประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะผนวกแคนาดาเป็นรัฐของสหรัฐฯ การขู่ว่าจะซื้อกรีนแลนด์ รวมทั้งการมีท่าทีประนีประนอมต่อผู้นำรัสเซียในประเด็นความมั่นคงและสถานการณ์ในยูเครน ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ และ “แบรนด์” ของสหรัฐฯ จนทำให้ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ บริษัท HotelPlanner ผู้ให้บริการจองที่พักในสหรัฐฯ เปิดเผยว่ายอดการจองที่พักในสหรัฐฯ ลดลง จากข้อมูลของ US Travel Association พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงประมาณร้อยละ 14…

ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางเยือนจีน เข้าร่วมพิธีรำลึกครอบรอบ 80 ปีสงครามโลกครั้งที่ 2

นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมพิธีรำลึกครอบรอบ 80 ปีสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ “Victory Day” ที่กรุงปักกิ่ง ใน 3 กันยายน 2568 โดยผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปจีนด้วยรถไฟ ผ่านพรมแดนเกาหลีเหนือ-จีน และจะเข้าร่วมพิธีดังกล่าวร่วมกับผู้นำจากต่างประเทศรวม 26 ประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาร์ดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียด้วย สื่อต่างประเทศให้ความสนใจการเดินทางครั้งนี้ เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับผู้นำจีนและรัสเซีย สะท้อนว่าจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และเป็นการเยือนที่จัดขึ้นหลังจากจีนประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม Shanghai Cooperation Organisation (SCO) ครั้งที่ 25 ที่เมืองเทียนจิน ระหว่าง 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปต่างประเทศอย่างจำกัด ตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อปี 2554 เนื่องจากต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ดี นายคิมจองอึนพบหารือและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำจีน รวมทั้งผู้นำรัสเซีย โดยเคยพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแล้ว 5 ครั้ง และพบกับประธานาธิบดีปูติน…

สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน

  สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation – FBI) ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน ได้โจมตีและเจาะระบบของสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป้าหมายเกือบทุกภาคส่วน รายงานดังกล่าวที่มีชื่อว่า Countering Chinese State-Sponsored Actors Compromise of Networks Worldwide to Feed Global Espionage System มีความยาว 37 หน้า และเผยแพร่เมื่อ 25 สิงหาคม 2568 โดยมีหน่วยงานของประเทศต่าง ๆ 13 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ร่วมมือกันเฝ้าติดตาม และเสนอแนวทางลดความเสียหายให้เร็วที่สุดจากการถูกโจมตีจากแฮ็กเกอร์ที่จีนให้การสนับสนุน รายงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานด้านไซเบอร์ของ 13 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา  นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เช็ก ฟินเลนด์ เยอรมนี…

หอการค้าอเมริกันในกัมพูชาช่วยกัมพูชากระตุ้นการท่องเที่ยว

  กัมพูชาจะเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญกับหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (The American Chamber of Commerce in Cambodia หรือ AmCham Cambodia)  ที่จะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวกัมพูชาเติบโตขึ้น จากที่การท่องเที่ยวของกัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในการพบหารือระหว่างรัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชากับประธาน AmCham Cambodia เมื่อ 22 สิงหาคม 2568  AmCham Cambodia จะร่วมมือกับกัมพูชา ในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการลงทุน และทำธุรกิจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยกัน ในขณะนี้ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชาต้องการแผนระยะสั้น และระยะกลางเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของกัมพูชาที่กำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทย ซึ่งได้ระบุระหว่างพบกับประธาน AmCham Cambodia ถึงความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศ ความร่วมมือระดับผู้บริหาร ความร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศและกับต่างประเทศ ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตในกัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศ ความร่วมมือกับสื่อสารมวลชน และความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากบุคคลทั่วไป เป็นต้น ด้าน AmCham Cambodia ให้คำมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสให้กับชาวอเมริกันที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในกัมพูชาให้มากขึ้น ทั้งนี้  AmCham Cambodia มีเป้าหมายในการดำเนินภารกิจในกัมพูชา เช่น ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ…

เวียดนามเตรียมนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2568

  เวียดนามเป็นประเทศที่มีการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าบริษัท Binh Son Refining and Petrochemical (BSR) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ของเวียดนาม สั่งซื้อน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) จากบริษัท Mercuria ของสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านบาร์เรล นับเป็นการสั่งซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ครั้งแรกของปี 2568 คาดว่าจะมีสั่งซื้อในกันยายน 2568 และส่งมอบในพฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ West Texas Intermediate (WTI) เป็นน้ำมันดิบชนิดมาตรฐานจากสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิงราคาหลักของโลก การสั่งซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในครั้งนี้ของ บริษัท BSR เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีปัจจัยส่งเสริมในห้วงที่ราคาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและรัสเซียปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ มีราคาที่น่าสนใจ ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอเชีย ทั้งนี้ บริษัท BSR ถือเป็นบริษัทที่ปกติแล้วจะใช้น้ำมันดิบในประเทศเป็นหลักในการแปรรูป หากนำเข้าจะมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบหลักส่วนใหญ่มาจากคูเวต บรูไน…

แฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุนเจาะข้อมูลด้านกำลังพลของยูเครน

ข้อมูลความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ถูกเปิดเผยโดยแฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุน  การที่แฮกเกอร์ยังเจาะข้อมูลของคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสงครามไซเบอร์ที่ถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อชิงความได้เปรียบจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า cyber warfare strategy ซึ่งทำให้เกิดการตอกย้ำว่า ความขัดแย้งใด ๆ ก็ตาม การตั้งรับสมรภูมิไซเบอร์ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้นในมิติทางทหารและควบคู่ไปกับทางไซเบอร์เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ 2564  ล่าสุดมีรายงานว่า แฮกเกอร์กลุ่ม Killnet ที่รัสเซียให้การสนับสนุนได้เข้าไปเจาะฐานข้อมูลของกองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ทำให้ได้ข้อมูลสูญเสียกำลังพลกองทัพยูเครน และรายชื่อประเทศ และอาวุธที่ยูเครนได้รับการสนับสนุน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลการสูญเสียกำลังพลดังกล่าวย่อมหวังผลทางจิตวิทยาที่ชี้ให้เห็นความสูญเสียของยูเครน และการทำงานที่ผิดพลาดของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ของยูเครน ข้อมูลที่แฮกเกอร์สนับสนุนรัสเซียสามารถเจาะเข้าไปได้ เช่น ความสูญเสียของกำลังพลกองทัพยูเครนระหว่างปี 2565-2568 มีทั้งหมด 1,739,000 นาย โดยปี 2568 มีแนวโน้มจะสูญเสียสูงสุด ซึ่งมีจำนวน  621,000 นาย ทั้งที่ยังไม่สิ้นสุดปี  ส่วนปี 2565 มีจำนวน 118,500 นาย ปี 2566 มีจำนวน 405,400 นาย…

ฟิลิปปินส์ระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวเพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ

  ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ประกาศคำสั่ง เมื่อต้นสิงหาคม 2568 ระงับการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน – 30 ตุลาคม 2568 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องชาวนาท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาข้าวเปลือก ตกต่ำลงอย่างมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปัจจุบัน โดยราคาข้าวเปลือกในบางพื้นที่ลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรฟิลิปปินส์อย่างมาก อย่างไรก็ดี มาตรการระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวจะมีผลครอบคลุมเฉพาะข้าวขัดสีทั่วไป และข้าวขัดสีคุณภาพดี ขณะที่ข้าวบาสมาติและข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมถึงข้าวพิเศษชนิดอื่น ๆ จะได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในข่ายการระงับนำเข้า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อนุมัติคำสั่งดังกล่าวตามข้อเสนอแนะของกระทวงเกษตรฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวฟิลิปปินส์ลดลงมาจากหลายปัจจัย อาทิ ข้าวจากต่างประเทศราคาถูกไหลเข้าตลาด เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลกและการนำเข้าข้าวในปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวจากประเทศคู่ค้าอย่างเวียดนามและไทย ซึ่งมีราคาถูกกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนาฟิลิปปินส์ ทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำลงอย่างมาก การลดภาษีนำเข้าข้าว เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อและลดราคาข้าวสำหรับผู้บริโภค รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลดภาษีนำเข้าข้าวจากเดิม ร้อยละ 35 ลงเหลือ ร้อยละ 15  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2567 มาตรการนี้ทำให้ข้าวจากต่างประเทศยิ่งมีราคาถูกลงและเข้ามาในตลาดฟิลิปปินส์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศลดลงตามไปด้วย ผลผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง มกราคม-มิถุนายนของปี 2568 ฟิลิปปินส์มีการผลิตข้าวเปลือกได้ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.08 ล้านตัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มปริมาณข้าวในตลาดและกดดันให้ราคาลดลง รวมถึง…

เกาหลีเหนือไม่พอใจการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ – เกาหลีใต้

  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประกาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจากเกาหลีใต้ที่ยังคงซ้อมรบร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2568 รวมทั้งเกาหลีเหนือจะไม่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ แม้เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายไว้ เกาหลีเหนือประณามและคัดค้านการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เป็นประจำทุกปี เพราะมีมุมมองว่าเป็นการข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกร่วมรหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเป็นการฝึกขนาดใหญ่ที่มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 21,000 นาย สำหรับการฝึกร่วมครั้งนี้ เป็นการฝึกระยะที่ 2 จากการฝึกเมื่อ มีนาคม 2568 โดยระยะที่ 2 จะใช้เวลา 11 วัน เน้นการป้องกันภัยคุกคาม คาดว่า เกาหลีเหนือจะเฝ้าระวังการฝึกร่วมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อาจทดสอบขีปนาวุธเพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากเกาหลีใต้ และอาจเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ ท่าทีของเกาหลีเหนือจะทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง พยายามผลักดันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพราะผู้นำเกาหลีใต้มีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เกาหลีมีความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด พร้อมทั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ…

สหรัฐฯ ยืนยันไม่ส่งทหารไปยูเครนแต่จะผลักดันข้อตกลงสันติภาพ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2568 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 20 สิงหาคม หลังจากการหารือกับผู้นำยูเครนและยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฟินแลนด์ เลขาธิการเนโต และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน และพร้อมจะค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยให้ยูเครน ท่าทีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าสหรัฐฯ อาจส่งทหารไปช่วยเหลือยูเครน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธ รวมทั้งระบุว่าจะไม่ส่งทหารอเมริกันไปสนับสนุนการสู้รบของยูเครน เพื่อต่อต้านรัสเซีย หรือภารกิจส่งเสริมสันติภาพ เพราะเชื่อว่ารัสเซียและยูเครนจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่ายูเครนอาจต้องพิจารณาข้อเสนอหรือเงื่อนไขของรัสเซียบางส่วนเพื่อยุติสงคราม เช่น อธิปไตยเหนือไครเมีย และการไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารอเมริกันไปเข้าร่วมทำสงครามในยูเครน แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสหรัฐฯ และยุโรปสามารถมีบทบาทในการค้ำประกันความมั่นคงในยูเครนได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำข้อตกลงหรือสนธิสัญญาเพื่อรักษาสถานภาพด้านความมั่นคงระหว่างกัน การให้ประเทศยุโรปเป็นแนวหน้าในการส่งเสริมความสามารถด้านการทหารของยูเครนในระยะยาว การซื้อ-ขายอาวุธที่มีอานุภาพสูงให้ยูเครน เฉพาะอย่างยิ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการสนับสนุนยูเครนด้านการข่าวกรอง ปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ เร่งเพิ่มบทบาทในการเป็นผู้เจรจาระหว่างรัสเซีย-ยูเครนให้ยุติสงครามระหว่างกัน โดยเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างโน้มน้าวให้เกิดการพบปะระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและยูเครน โดยที่มีประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมด้วย เพื่อสร้างผลงาน ด้วยการมอบหมายให้รองประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และทูตพิเศษของสหรัฐฯ หารือกับรัสเซียและยูเครน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้นำรัสเซียและยูเครนยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว…