สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการใช้มาตรการภาษี 90 วัน ยกเว้นจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเท่ากันบนพื้นฐานที่ร้อยละ 10 ยกเว้นจีน ที่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการภาษีตอบโต้ โดยเพิ่มอีกรวมเป็นร้อยละ 125 เพราะจีนไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าต่อสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เคารพระเบียบการค้าโลก สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันก็หวังว่าจีนจะเปลี่ยนนโยบายโดยเร็ว ด้วยการเจรจาและทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อิสราเอลโจมตีที่พักอาศัยพลเรือนในฉนวนกาซา ฝรั่งเศสอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์

อิสราเอลยังคงแข็งกร้าว โดยเมื่อ 10 เมษายน 2568 โจมตีที่พักอาศัยของพลเรือนและประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่เมือง Gaza City ย่าน Shujayea ส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 35 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 55 คน สูญหายอีกมากกว่า 80 คน เนื่องจากสภาพอาคารถล่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่ารูปแบบการโจมตีของอิสราเอลเปลี่ยนไป  จากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนว่าอิสราเอลต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากมุ่งโจมตีพลเรือนและทำให้ความสูญเสียจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธ

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 104

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ  8 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ที่จีนจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ทำให้ปัจจุบัน สินค้าจีนที่จะนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 104 มาตรการนี้จะเริ่มต้นทันทีใน 9 เมษายน 2568 ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจการตัดสินใจของจีน ที่ไม่เข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ตามแผน และไม่ยอมยกเลิกการขึ้นภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ ด้านจีนระบุว่าคัดค้านการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และวิจารณ์ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เหตุการณ์ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีนำเข้านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าการขึ้นภาษีต่อจีน เพราะไม่พอใจท่าทีของจีนอย่างมาก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าสำคัญใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 439,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567

ผู้นำสหรัฐฯ ถูกชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน“Hands Off”

ชาวอเมริกันในหลายพื้นที่รวมตัวกันชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอีลอน มัสก์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ และบุคคลใกล้ชิดเมื่อ 6 เมษายน 2568 โดยมีรายงานการชุมนุมประท้วงในมากกว่า 1,200 จุดทั่ว 50 รัฐ พื้นที่ที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ได้แก่ เมืองบอสตัน ชิคาโก ลอสแองเจลลิส  นครนิวยอร์ก และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ชุมนุมประท้วงโดยใช้คำว่า “Hands Off” ที่มีนัยห้ามประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์ แตะต้องนโยบายสังคมและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อีกต่อไป เพราะจากการบริหารที่ผ่านมาตั้งแต่ 20 มกราคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์สร้างความวุ่นวายให้สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทั้งประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า การต่อต้านผู้อพยพ การเลือกปฏิบัติต่อคนต่างชาติในสหรัฐฯ การละเมิดสิทธิและประชาธิปไตย และลดสวัสดิการ รวมทั้งนโยบายต่างประเทศ ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เข้าไปแตะต้องเรื่องแคนาดา กรีนแลนด์ และยูเครน ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกเพื่อคัดค้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์

รัสเซียโจมตีบ้านเกิดผู้นำยูเครน สร้างความเสียหายมากที่สุดในรอบปี

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายได้ด้วยการเจรจา ล่าสุดเมื่อ 5 เมษายน 2568 มีรายงานว่ารัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih บ้านเกิดของผู้นำยูเครนอย่างหนัก ด้วยขีปนาวุธ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ได้รับบาดเจ็บเกือบ 80 ราย รวมทั้งเด็กและเยาวชน สื่อมวลชนประเมินว่าเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในห้วงปี 2568 สะท้อนว่าความพยายามของนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้นำรัสเซียยุติการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายพลเรือนในยูเครน ล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ เมือง Kryvyi Rih อยู่บริเวณตอนกลางของยูเครน มีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 600,000 คน ก่อนหน้านี้ รัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน  

อิหร่านเตือนความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

ทางการอิหร่านเมื่อ 3 เมษายน 2568 ยกระดับการป้องกันภัยคุกคามจากการโจมตีโดยต่างประเทศ พร้อมกับเตรียมพร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีมาตุภูมิอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อิหร่านให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฮะมาส กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่มฮูษี ตลอดจนเพิ่มการประจำการยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งอิหร่านประเมินว่าเป็นการเตรียมความพร้อมกดดันและโจมตีอิหร่านเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเชื่อว่า สหรัฐฯ ต้องการข่มขู่อิหร่านเพื่อกดดันให้ต่ออายุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) และปรับให้ข้อตกลงดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในปลายปี 2568 

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าร้อยละ 34

บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ประเทศคู่ค้าอย่างน้อยร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 เป็นต้นไป นอกจากกรณีดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้จีน คู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อ 5 เมษายน 2568 ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ครอบคลุมสินค้าทุกประเทศ โดยจีนจะเริ่มใช้มาตรการนี้สัปดาห์หน้า เหตุการณ์นี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่แรงที่สุดตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ ทำสงครามการค้าระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ อ้างว่าจีนมีนโยบานการค้าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกล่าวโทษเมื่อห้วงต้นปี 2568 ว่าจีนไม่แก้ไขปัญหาการค้ายาเสพติด สหรัฐฯ จึงกดดันจีนด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เมื่อ กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ตัดสินถอดถอนประธานาธิบดี

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำตัดสินถอดถอนประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ ใน 4 เมษายน 2568 หลังจากประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอลใช้อำนาจสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อ ธันวาคม 2567 เพื่อรับมือกับข่าวลือที่ว่ามีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนไหวเพื่อปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง มีความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในจากเกาหลีเหนือ และก่อความไม่สงบในประเทศ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและนักการเมืองในเกาหลีใต้จำนวนมากคัดค้านการประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าว เพราะกระทบความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ และมองว่าประธานาธิบดียูนแสวงประโยชน์ทางการเมือง ทำให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้ลงมติยกเลิกกฎอัยการศึก โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเกาหลีใต้จำนวนมาก หลังจากนั้น ประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอลถูกวิจารณ์เชิงลบมาโดยตลอดว่าใช้วิธีการแบบผู้นำเผด็จการ และเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ลาออกจากตำแหน่ง

ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 3 เมษายน 2568 ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อทบทวนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยแนะนำให้ประเทศอื่น ๆ มีข้อเสนอสำคัญมากพอที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบาย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่านโยบายของเขาจะประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคทางเศรษฐกิจให้ชาวอเมริกัน ตลอดจนสร้างอำนาจการต่อรองให้สหรัฐฯ ในความร่วมมือต่าง ๆ มากขึ้น และประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จะกลับมามั่นคงเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าปัจจุบันจะผันผวนและตกต่ำลงอย่างมาก เพราะนักลงทุนวิตกว่านโยบายภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่แน่นอน นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่านโยบายของสหรัฐฯ ครั้งนี้ทำให้เกิดระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบไม่แน่นอน (uncertainty) ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่สหรัฐฯ เองอาจได้รับผลกระทบและเผชิญเศรษฐกิจถดถอยได้เช่นกัน

จีนเสร็จสิ้นการฝึกทหารร่วมรหัส Strait Thunder-2025A เน้นป้องปรามไต้หวัน

กองทัพจีน (PLA) ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินซานตง (Shandong) ปฏิบัติการและฝึกซ้อมในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้ช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องปรามความเคลื่อนไหวที่อาจเป้นภัยคุกคามต่อจีน โดยเมื่อ 2 เมษายน 2568 จีนระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Shandong และกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีน สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวของไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการนำเข้าพลังงาน เส้นทางการรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากต่างประเทศ และเส้นทางหลบหนี เพราะจากการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศจีน รหัส “Strait Thunder-2025A” สะท้อนชัดเจนว่าจีนสามารถโจมตีไต้หวันได้ทั้งเป้าหมายบทบกและบนทะเล ตลอดจนสามารถเคลื่อนกำลังพลไปยังภาคตะวันออกของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว