การประชุม Global Fraud Summit ประจำปี 2569 ที่ออสเตรีย

นานาชาติส่งผู้แทนระดับสูงเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการฉ้อโกง หรือ Global Fraud Summit 2026 ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ระหว่าง 16-17 มีนาคม 2569 เป็นการประชุมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization-INTERPOL) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา การฉ้อโกงหรือการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้ง Scam Centers เป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทุกประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นการก่ออาชญากรรมผ่านอินเทอร์เน็ตที่ตรวจจับยากแล้ว ยังเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินและการค้ามนุษย์ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั่วโลกตระหนักว่าการฉ้อโกงหรือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต กลายเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งนอกจากจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนต่อการทำงานของหน่วยงานภาครัฐด้วย เพราะกลุ่ม Scammer อ้างว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐเพื่อหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ปัญหา Scammer และการฉ้อโกงออนไลน์จึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ที่รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (CSO) ควรหาแนวทางปฏิบัติร่วมกับเพื่อควบคุมและจัดการภัยคุกคามนี้ร่วมกัน UNODC และ INTERPOL เป็นหน่วยงานหลักที่จัดการประชุมครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา…

ผู้นำสหรัฐฯ ขอให้เนโตและจีนร่วมปฏิบัติการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2569  ใช้กลไกความร่วมมือทางการทหารระหว่างประเทศเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในปฏิบัติการที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเสนอให้ประเทศอื่น ๆ ควรส่งเรือรบเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และค้ำประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ทั้งจีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งเสนอให้เนโต ส่งกองกำลังไปสนับสนุนสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งขู่ว่าหากเนโตปฏิเสธและไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ อาจเผชิญอนาคตที่ย่ำแย่ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเรือพาณิชย์จำนวนอย่างน้อย 16 ลำ เป็นเรือขนส่งน้ำมัน 10 ลำ ตกเป็นเป้าหมายโจมตีและได้รับอันตรายระหว่างการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทางสำคัญของโลก ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ประกาศว่าจะเป็นต้องปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวเพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะไม่ส่งกองเรือไปช่วยเหลือตามที่ผู้นำสหรัฐฯ ร้องขอในทันที เพราะ สหรัฐฯ เองก็ยังไม่ส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจะเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ที่ได้เปรียบมากกว่า แต่ก็มีรายงานว่า  รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศ เพื่อรับรองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านก็กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าพร้อมเจรจาและไม่โจมตีเรือจากประเทศต่าง ๆ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล จึงต้องพิจารณาท่าทีต่อสงครามในตะวันออกกลางอย่างรอบคอบ ปัจจุบันสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทบทวนข้อเสนอ จีนยืนยันเรียกร้องให้ยุติการใช้ปฏิบัติการทหารและความรุนแรงระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสและเยอรมนี พันธมิตรสำคัญและประเทศที่มีอิทธิพลในเนโต ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับภารกิจของนานาชาติเพื่อปกป้องความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโดยตรง ด้านออสเตรเลียและญี่ปุ่น ระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนการจะส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ…

กลุ่ม OPEC ประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกไม่เปลี่ยนแปลง แต่ติดตามสงครามอิหร่านใกล้ชิด

องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC เผยแพร่มุมมองต่อการประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569-2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ในปี 2569 อุปสงค์น้ำมันโลกจะอยู่ที่ประมาณ 1.38 ล้านบาร์เรล/วัน และในปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งน้ำมันไปทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซปริมาณมาก รวมทั้งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC ประเมินว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะอยู่ในระดับเดิม จึงอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะยาวได้ การประเมินดังกล่าวเป็นผลจากข้อมูลความต้องการน้ำมันในตลาดโลกเมื่อห้วง กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้กลุ่มประเทศ OPEC ยอมรับว่าต้องติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อแนวโน้มความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในรายงานฉบับถัดไป รวมทั้งต้องติดตามมาตรการและนโยบายพลังงานของกลุ่มประเทศ OPEC+ ที่สำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย เวเนซุเอลา และไนจีเรีย ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามในอิหร่าน สมาชิก OPEC บางประเทศและสมาชิก…

ผู้นำอิหร่านคนใหม่ประกาศสู้ต่อในสงคราม จะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันศัตรู

อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยระบุว่าอิหร่านจะสู้ในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันรัฐบาลศัตรูให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนี้ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ยังขอให้ประชาชนและรัฐบาลมีเอกภาพ ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงว่า อิหร่านจะโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกลาง ดังนั้น สหรัฐฯ และประเทศที่ให้สหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ควรยุติความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าผู้นำอิหร่านคนใหม่มั่นใจในขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ว่าจะสามารถตอบโต้และทำสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) กับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ เนื่องจากแม้จะมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เท่ากับสหรัฐฯ แต่อิหร่านให้ยุทธวิธีกระจายกำลังและฐานบัญชาการ ตามยุทธศาสตร์การรบแบบ Decentralized Mosaic Defense (DMD) ทำให้กองกำลังฝ่ายอิหร่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการต่อได้ แม้ศูนย์บัญชาการกลางจะเผชิญอุปสรรค และยังมีจุดแข็งเพิ่มเติมหลังจากการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับ IRGC ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น อิหร่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับสงครามได้ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังส่งสัญญาณโน้มน้าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว หากยังสนับสนุนสหรัฐฯ…

พรรค RSP ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งเนปาล

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเนปาลบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับที่สื่อมวลชนเรียกว่าเป็น “แผ่นดินไหว” ทางการเมือง เพราะพรรค Rastriya Swatantra Party หรือ RSP พรรคการเมืองใหม่ที่ก่อตั้งได้นาน 4 ปี และมีนาย Balendra Shah นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นอดีตศิลปินและผู้นำกลุ่มประท้วง ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย จากการเลือกตั้งเมื่อต้น มีนาคม 2569 ขณะที่พรรคการเมืองเดิมหรือกลุ่มนักการเมืองรุ่นเก่าสูญเสียคะแนนนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะนาย KP Sharma Oli อดีตผู้นำเนปาลที่สูญเสียคะแนนนิยมในเขตอิทธิพลเดิม ประชาชนชาวเนปาลในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มการเมืองเดิมให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่า ประชาชนเบื่อหน่ายปัญหาคอร์รัปชันและระบบการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพมาอย่างยาวนาน จึงเห็นว่าพรรค RSP และนาย Balendra Shah เป็นความหวังใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางการเมือง และเชื่อมั่นว่าผู้นำรัฐบาลคนใหม่ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองจำกัด อาจสร้างผลงานได้ดีและกลายเป็นจุดแข็งของผู้นำคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้ มีมุมมองว่ารัฐบาลชุดใหม่ของเนปาลจะเผชิญกับความท้าทาย เพราะต้องบริหารจัดการการเมืองรูปแบบใหม่ โดยมีประชาชนคาดหวังสูงว่ารัฐบาลจะมีผลงานที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขณะที่นาย Balendra Shah อายุ 35 ปี ยังมีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มาก เสี่ยงสูญเสียเป้าหมายทางการเมืองเดิมที่เน้นการปฏิรูปและสร้างความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนมีแนวโน้มจะใช้กฎหมายเคร่งครัดเพื่อจัดการบริหารความมั่นคงในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมได้ เพราะกลุ่มอุปถัมภ์ทางการเมือง (political patronage) อาจไม่พอใจและร่วมมือกับสื่อมวลชน…

 แฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนอิหร่านโจมตีบริษัทของสหรัฐฯ 

การตอบโต้สหรัฐฯ ของอิหร่านที่โจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ประเมินไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น โดยกลุ่มอุดมการณ์ที่สนับสนุนอิหร่านอาจจะตอบโต้ด้วยการก่อการร้ายต่อมาตุภูมิสหรัฐฯ ในทางกายภาพ ควบคู่ไปกับที่แฮ็กเกอร์ ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุนจะโจมตีต่อระบบไซเบอร์ของภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคง และด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด สื่อมวลชนของสหรัฐฯ เมื่อ 10 มีนาคม 2569 เปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวจากประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่า ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกคำเตือนไปยังภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ว่าอาจเป็นเป้าหมายการถูกแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุน โจมตีระบบไซเบอร์ เช่น ระบบไซเบอร์ของภาคการเงิน รวมทั้งระบบไซเบอร์ด้านการวิจัย และบริษัทด้านการทหารที่อิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อ 12 มีนาคม 2569  Handala ซึ่งเป็นแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายต่อบริษัท Stryker ผู้ผลิตและให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลกในสหรัฐฯ  โดยประกาศว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แนวโน้มที่แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านทั้งเป็นกลุ่ม หรือเป็นผู้ที่เห็นอกเห็นใจอิหร่าน จะโจมตีระบบไซเบอร์ที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล หรือประเทศที่อยู่ฝ่ายสหรัฐฯ มีแนวโน้มมากขึ้น โดยบริษัทด้านไซเบอร์ของโลกประเมินว่า แม้ว่าศักยภาพของระบบอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี จะได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านสนับสนุน…

แนวทางของไทยในการรับมือกับการเข้ามาของสหรัฐฯ ในเรื่องแร่หายาก

สหรัฐฯ มีโครงการสร้างคลังสำรองแร่ธาตุสำคัญ (critical minerals) หรือแร่หายากตาม Project Vault เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อากาศยาน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงเพื่อรับประกันวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศ และลดการพึ่งพาจีนในระยะยาวด้วย ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ในช่วงเริ่มดำเนินการ แต่มีการเริ่มจัดหาแร่สำคัญเพื่อเข้าคลังสำรองแล้ว หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจไทย-สหรัฐฯ ว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ เมื่อ 26 ตุลาคม 2568  ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกรอบการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 47 ที่มาเลเซีย ซึ่งอาจมีข้อสังเกตจากการดำเนินนโยบายเชิงรุกในการแสวงหาและครอบครองแร่หายาก ดังนี้ – สหรัฐฯ อาจดึงไทยเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุใหม่ และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตแร่ธาตุใหม่ เข้ามาลงทุนเพื่อวิจัย พัฒนา หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตแร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะ การสกัด และการแปรรูปแร่ในไทย ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานแร่โลก ทั้งยังทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย เปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดแร่ธาตุสำคัญและมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพและสำคัญมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตได้มากขึ้น…

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัยมากขึ้น

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่ปลอดภัยมากขึ้น จะยิ่งทำให้ปริมาณน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางออกสู่ในตลาดโลกลดลงไปอีก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ข่มขู่อิหร่าน เมื่อ 10 มีนาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงในการโจมตีอิหร่านขึ้นอีก 20 เท่า หากยังปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน อิสราเอลระเบิดคลังน้ำมันของอิหร่านกว่า 30 แห่ง จากที่อิหร่านระเบิดคลังน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและคูเวตเสียหายอย่างหนัก หลังคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางส่งออกน้ำมันไปสู่ตลาดโลกประมาณ ร้อยละ 20 เริ่มไม่ปลอดภัยในการขนส่งมากขึ้น เนื่องจากมีรายงานเมื่อ 11 มีนาคม 2569 ว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (Central Command-CENTCOM) ของสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือรบวางทุ่นระเบิดใต้น้ำของอิหร่าน จำนวน 16 ลำ หลังจากได้รับรายงานจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านได้เริ่มปฏิบัติการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำในบริเวณดังกล่าว เพื่อขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่าน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ออกมาตรการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ จากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมปฏิเสธข้อเรียกร้องของบริษัทขนส่งทางเรือ ที่เรียกร้องให้ส่งเรือรบไปคุมกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความเสี่ยงสูง ขณะเดียวกันยังไม่มีรายงานว่ามีประเทศใดรับข้อเสนอของอิหร่านที่เสนอก่อนหน้านี้ ว่าให้ประเทศในยุโรปและตะวันออกกลางขับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และอิสราเอลออกจากประเทศ เพื่อแลกกับสิทธิในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ…

ท่าทีทั่วโลกหลังจากอิหร่านแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่

สถานการณ์การเมืองอิหร่านมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจำนวน 88 คน เห็นชอบเมื่อ 8 มีนาคม 2569 แต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในช่วงที่อิหร่านยังเผชิญสถานการณ์สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มอจญ์ตะบา อายุ 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 8 มีนาคม 2569 เป็นบุคคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองรุ่นเก่า คาดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดครั้งนี้จะทำให้การเมืองอิหร่านมีความต่อเนื่องและสามารถรักษาอำนาจทางการเมืองได้ในระยะยาว ทั่วโลกให้ความสนใจการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ โดยมีประเทศที่แสดงความยินดีกับผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้แก่ โอมาน อิรัก และรัสเซีย นอกจากนี้ รัฐบาลอิรักแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของอิหร่านที่จะจัดการกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความอ่อนไหวสูงได้ ขณะที่รัฐบาลจีนให้ความเห็นว่าการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดครั้งนี้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของอิหร่าน และยืนยันไม่สนับสนุนการแทรกแซงการเมือง รวมทั้งอธิปไตยของประเทศอื่น ๆ กลุ่มฮูษีในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน แถลงแสดงความยินดี และประกาศว่าเป็นชัยชนะของการปฏิวัติอิหร่าน เนื่องจากมอจญ์ตะบามีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมและไม่ประนีประนอม  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีมุมมองว่า…

สหรัฐฯ อาจเข้ายึดครองคิวบาแบบเป็นมิตร

สถานการณ์กลางตะวันออกกลางที่ใกล้จะมีทางออก หากพิจารณาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุเมื่อ 9 มีนาคม 2569 ว่า สงครามกับอิหร่านใกล้ยุติลงแล้ว และจะไม่ยินยอมให้อิหร่านนำโลกเป็นตัวประกัน ซึ่งหมายถึงกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุช  แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็พร้อมจะเปิดสมรภูมิขัดแย้งใหม่ โดยย้ายกลับมาภูมิภาคอเมริกา ที่คิวบา ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเม็กซิโก และอยู่ใกล้กับรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เพียง 150 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับคิวบาจะยอมเจรจาผลประโยชน์กับสหรัฐฯ หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคิวบา ทั้งการเมือง และระบบเศรษฐกิจ โดยอ้างว่าคิวบากำลังจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว และถูกปกครองแบบผูกขาดมานาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียน ที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 5 มีนาคม 2569  ว่า คิวบาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายให้นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเจรจากับคิวบา รวมทั้งคิวบาต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากสหรัฐฯ เสร็จภารกิจในอิหร่าน ซึ่งใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว มีรายงานว่านายรูบิโอได้ไปเจรจากับ นาย Raul Guillermo Rodriguez Castro ซึ่งเป็นหลานอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร โดยไม่ผ่านประธานาธิบดีประธานาธิบดีมิเกล…