ชาติอาหรับประณาม กรณีผู้แทนสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลยึดครองดินแดนในตะวันออกกลาง

กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิมในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชีย รวมถึงองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 ก.พ.69 ประณามถ้อยแถลงของนาย Mike Huckabee ออท.สหรัฐฯ/อิสราเอล ซึ่งให้สัมภาษณ์นาย Tucker Carlson อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Fox News ของสหรัฐฯ ว่า อิสราเอลมีสิทธิตามคัมภีร์ไบเบิลที่จะครอบครองดินแดนทั่วทั้งตะวันออกกลาง และหากอิสราเอลใช้อำนาจควบคุมดินแดนที่ยึดครองอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิม ระบุว่า ถ้อยแถลงของนาย Huckabee แสดงให้เห็นว่า อิสราเอลสามารถเข้าควบคุมเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ หรือดินแดนของรัฐอาหรับอื่นได้ ซึ่งถือเป็นถ้อยคำที่เป็นอันตรายและยั่วยุ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN) อย่างร้ายแรง ตลอดจนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

อิหร่านทำข้อตกลงลับซื้ออาวุธจากรัสเซียมูลค่า 500 ล้านยูโร

นสพ. Financial Times รายงานเมื่อ 22 ก.พ.69 อ้างเอกสารรัสเซียที่รั่วไหลว่า ผู้แทนกระทรวงกลาโหมและการส่งกำลังบำรุงกองทัพอิหร่าน (MODAFL) ประจำกรุงมอสโก ทำข้อตกลงลับกับบริษัท Rosoboronexport ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของรัฐบาลรัสเซีย เมื่อ ธ.ค.68 เพื่อจัดซื้อระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบประทับบ่า รุ่น Verba จำนวน 500 เครื่อง และขีปนาวุธ รุ่น 9M336 จำนวน 2,500 ลูก รวมถึงกล้องมองกลางคืน Mowgli-2 จำนวน 500 ตัว มูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีกำหนดส่งมอบห้วงปี 2570-2572

สหรัฐฯ จะจัดการประชุมความมั่นคงด้านพลังงานอินโด-แปซิฟิก ที่ญี่ปุ่น

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้าง สอท.สหรัฐฯ /กรุงโตเกียว เมื่อ 22 ก.พ.69 ว่า สภาพลังงานแห่งชาติ (National Energy Dominance Council) ของสหรัฐฯ  จะจัดการประชุมระดับ รมต.และภาคธุรกิจด้านความมั่นคงพลังงานอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Energy Security Ministerial and Business Forum) เป็นครั้งระหว่าง 14-15 มี.ค.69 ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น โดยนายคริส ไรต์ รมว.พลังงาน  และนายดัก เบอร์กัม รมว.มท. จะเยือนญี่ปุ่น และเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อหารือด้านความมั่นคงทางพลังงานกับผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 12 ประเทศ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจต่าง ๆ  อาทิ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และการเงิน

ญี่ปุ่นจะส่ง ออท.ประจำกระทรวงเยือนไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์

นายฮายาชิ เทจิ ออท.ประจำกระทรวง (รับผิดชอบด้านความร่วมมือลุ่มน้ำโขง) จะเยือนไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ (ประธานอาเซียนประจำปี 2569) ระหว่าง 23-27 ก.พ.69 เพื่อพบหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นกับ จนท.ของรัฐของทั้งสามประเทศในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นได้ดำเนินการผ่านหลายช่องทางเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ระหว่างกัมพูชากับไทย รวมถึงการประสานงานผ่านช่องทางการทูต การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดหาสิ่งอุปกรณ์ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ภายใต้กรอบความช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงอย่างเป็นทางการ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ

ออสเตรเลียเตรียมสร้างเรือลำเลียงพลขนาดใหญ่เพิ่ม

เว็บไซต์กองทัพออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 20 ก.พ.69 ว่า ออสเตรเลียได้ลงนามในสัญญาฉบับที่ 2 กับบริษัท Austal Defence Shipbuilding มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 87,922 ล้านบาท) เพื่อดำเนินการต่อเรือลำเลียงพลขนาดใหญ่ (Landing Craft Heavy) จำนวน 8 ลำ ให้กับกองทัพบกออสเตรเลีย โดยเรือดังกล่าวมีความยาวประมาณ 100 เมตร และมีขีดความสามารถในการขนส่งอาวุธโจมตีพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูง อันจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก การลำเลียงยุทโธปกรณ์ ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ลงนามสัญญาฉบับที่ 1 มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 21,983 ล้านบาท) เพื่อจัดหาเรือลำเลียงพลขนาดกลาง

รัสเซียและคิวบาหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย พบหารือกับนายบรูโน โรดริเกซ ปาร์รียา รมว.กต.คิวบา เมื่อ 19 ก.พ.69 ซึ่งทั้งสองฝ่ายร่วมกันประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรงกรณีสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการที่ไม่ชอบธรรม รวมถึงการกดดันทางเศรษฐกิจและการทหารต่อคิวบา พร้อมกับยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน นอกจากนี้ พล.ท.โรเบร์โต โซโตลองโก เสนาธิการใหญ่กองทัพคิวบาและ รมช.กห.คิวบา พบหารือกับนายวาซีลี ออสมาคอฟ รมช.กห.รัสเซีย เมื่อ 19 ก.พ.69 ประเด็นความร่วมมือด้านเทคนิคทางการทหารและแผนความร่วมมือระหว่าง กห.ในระยะต่อไป ทั้งนี้ การเยือนรัสเซียของคณะผู้แทนคิวบาดังกล่าว มีขึ้นห้วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ ตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรต่อประเทศที่ 3 ซึ่งส่งออกน้ำมันให้คิวบาของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 10 หลังภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตราร้อยละ 10 เป็นเวลา 150 วัน ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 (Trade Act of 1974) เพิ่มเติมจากอัตราภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยภาษีอัตราใหม่นี้ จะมีผลบังคับใช้ภายใน 3 วันเพื่อทดแทนการเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อ 20 ก.พ.69 ว่า ผิดกฎหมาย โดยระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจ นอกจากนี้  ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการสอบสวนหลายกรณีภายใต้มาตรา 301 ว่าด้วยแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศและบริษัทอื่น ๆ

ไทยเสี่ยงเป็นประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจของเอเชีย ตอ.ต.

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย หลังจากพรรคที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศ ในขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาขยายตัวต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงปัญหาโครงสร้างประชากร โดยไทยยังขาดแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นจากภาวะซบเซา ในขณะที่เวียดนามมีการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ มาเลเซียมุ่งเน้นด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติ แต่ไทยยังขาดเป้าหมายหลักที่จะเป็นแรงจูงใจในการระดมทรัพยากรและกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ

สิงคโปร์ย้ำจุดยืนไม่อนุญาตพลเมืองรับใช้กองทัพต่างชาติ

มท.สิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ก.พ.69 ชี้แจงกรณีรายงานจากสื่อต่างประเทศที่ระบุว่ามีพลเมืองชาวสิงคโปร์ 2 รายเข้าร่วมรบในกองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) ท่ามกลางความขัดแย้งในฉนวนกาซา โดยยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานชุดใดที่บ่งชี้ว่าพลเมืองสิงคโปร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบดังกล่าวจริง ทั้งนี้รัฐบาลสิงคโปร์มีจุดยืนที่เคร่งครัดตามกฎหมายและนโยบายความมั่นคง ซึ่งไม่อนุญาตให้พลเมืองหรือผู้อยู่อาศัยถาวร ไปรับใช้กองทัพต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีนโยบายไม่สนับสนุนให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางอาวุธของประเทศอื่น

สหรัฐฯ บริจาคเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับคณะกรรมการสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในการประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ครั้งแรกที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพเมื่อ 19 ก.พ.69 ว่า จะบริจาคเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งมีผู้แทนจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ กับทั้งระบุว่า บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต จะให้เงินสนับสนุนอีก 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้คำมั่นว่าคณะกรรมการชุดนี้จะร่วมมือกับ UN ในการกำกับดูแลแผนหยุดยิงในฉนวนกาซา เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและสร้างความเข็มแข็งให้กับ UN  ทั้งนี้ ตั้งแต่สหรัฐฯ ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพเมื่อ ม.ค.69 มีประเทศที่ตอบรับเป็นสมาชิกแล้วประมาณ 24 ประเทศ