รัสเซียรุกเรื่องแร่หายากโดยเร่งการจัดทำ Road Map

รัสเซียรุกเรื่องแร่หายาก (rare earth) โดยเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียให้เวลาหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ถึงเดือนที่จะจัดทำร่างการสกัด กระบวนการผลิต และการส่งออกแร่หายากที่สมบูรณ์แบบ โดยต้องจัดทำแนวทาง (road map) ระยะยาวดังกล่าว ให้เสร็จ ภายใน 1 ธันวาคม 2568  ซึ่งมีหลักการสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ ประเมินแหล่งทรัพยากรที่จะสามารถสกัดแร่หายาก  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมพื้นที่เหมืองสกัดแร่กับศูนย์กลางการส่งออก  บูรณาการเทคโนโลยีระหว่างในประเทศกับต่างประเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตแร่หายาก ปฏิบัติการตามกฎระเบียบในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า และกำหนดยุทธศาสตร์การเข้าถึงตลาดในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี Mikhail Mishustin ของรัสเซียจะเป็นผู้กำกับดูแลตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งได้ผลักดันภายหลังการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อ กันยายน 2568 เพื่อให้ road map เกี่ยวกับการผลิตแร่หายากของรัสเซียระยะยาว สอดรับกับผลประโยชน์จากความต้องการของแร่หายากที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งแร่หายากจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของรัสเซีย รวมทั้งลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน รัสเซียพยายามครอบครอง และจัดหาแร่หายากมาต่อเนื่อง เมื่อมีนาคม 2568 ผู้แทนรัสเซียกับสหรัฐฯ ได้หารือกันว่า บริษัทสหรัฐฯ…

กัมพูชาจะมีการขยายเส้นทางการบินในปี 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

การเปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ ของกัมพูชา สะท้อนการดำเนินการเชิงรุกของกัมพูชา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากภาพลักษณ์ของกัมพูชาขณะนี้ปกคลุมไปด้วยความไม่ปลอดภัย จากการที่เป็นแหล่งของแก็งหลอกลวงทางออนไลน์ระดับภูมิภาค และโลก ขณะที่ Mekong Strategic Capital (MSC) ประเมินเมื่อสิงหาคม 2568 ว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลังเลจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่กัมพูชา การท่องเที่ยวของกัมพูชาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจกัมพูชา เพราะสามารถสร้างงานจากการบริการ การค้า และการลงทุนได้เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2568 กัมพูชาใช้ธีม “Tourism and Sustainable Transformation” ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  ส่วนเมื่อปี 2567 รายได้จากการท่องเที่ยว มีมูลค่า 3,637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 9.4 ของ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.7 ล้านคน ส่วนช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม 2568) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4 ล้านคน เพื่อกระตุ้นให้การท่องเที่ยวของกัมพูชาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น…

ปากีสถานยกระดับขีดความสามารถทางทะเลตั้งเป้าประจำการเรือดำน้ำจีนลำแรกในปี 2569

กองทัพเรือปากีสถาน (Pakistan Navy) ประกาศเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ถึงความคืบหน้าสำคัญของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบใต้น้ำ โดยระบุเตรียมประจำการเรือดำน้ำโจมตีพลังงานดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Hangor (Hangor-class Submarine) ที่สร้างโดยจีนลำแรกอย่างเป็นทางการภายในปี 2569 โดยเป็นเรือดำน้ำภายใต้โครงการจัดหาเรือดำน้ำมูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท) ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2558 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลของปากีสถาน และปัจจุบันการจัดหาดำเนินการไปอย่างราบรื่น ตามแผนโครงการจัดหารือดำน้ำ ปากีสถานจะรับมอบเรือดำน้ำทั้งสิ้น 8 ลำ โดย 4 ลำแรกจะสร้างและประกอบในจีน ส่วนอีก 4 ลำที่เหลือจะถูกประกอบที่ต่อเรือ Karachi Shipyard & Engineering Works (KSEW) ในปากีสถาน ปัจจุบันมีการทดสอบปล่อยเรือดำน้ำลงน้ำแล้ว 3 ลำ ทั้งนี้ เรือดำน้ำที่รับมอบจากจีนจะปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ทะเลอาหรับตอนเหนือและมหาสมุทรอินเดีย โดยจะเพิ่มอำนาจการป้องปรามให้กับกองทัพเรือปากีสถาน ท่ามกลางการแข่งขันทางทะเลในภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเรือดำน้ำชั้น Hangor มีขีดความสามารถด้าน A2/AD (Anti-Access/Area Denial) หรือการปฏิเสธการเข้าถึงพื้นที่ทางทะเลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะทำให้เรือลำดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือหลักในการต่อต้านเรือผิวน้ำหรือเรือดำน้ำในอนาคต…

ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย กำลังติดตามและเตรียมรับมือกับผลกระทบจากพายุคัลแมกี หรือ KALMAEGI ที่มีความหมายว่านกนางนวล ซึ่งมีรายงานเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568 ว่าพายุดังกล่าวพัดเข้าพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีฝนตกหนัก ลมพัดแรงและอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ ประชาชนมากกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานผู้สูญหาย 13 คน และมีผู้เสียชีวิตจำนวนอย่างน้อย 58 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างพยายามเข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเกาะมินดาเนาด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์และเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งรายงานว่าพายุดังกล่าวเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก เข้าทะเลจีนใต้แล้ว ปัจจุบันเวียดนามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม้มีการประเมินว่าพายุคัลแมกีจะลดกำลังลงหลังจากพัดผ่านฟิลิปปินส์ แต่พายุดังกล่าวมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นระหว่างพัดผ่านทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเวียดนามใน 6 พฤศจิกายน 2568 ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุประมาณ 20 ลูกต่อปีเป็นประจำ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติในปี 2568 นี้ อาจเป็นความท้าทายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ต้องพิจารณามาตรการรับมือและเตรียมความพร้อม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยคาดการณ์ว่าพายุคัลแมกีจะส่งผลกระทบต่อไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง 7-9 พฤศจิกายน 2568 โดยพื้นที่ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ…

สหรัฐฯ เร่งหาข้อยุติภาวะ Government Shutdown

การเมืองในสหรัฐฯ เผชิญความแตกแยกระหว่างพรรคการเมืองที่ยังตกลงเรื่องการจัดสรรงบประมาณร่วมกันไม่ได้ ทำให้ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ในภาวะ Government Shutdown หรือภาวะหน่วยงานภาครัฐปิดทำการชั่วคราว ยาวนานเกิน 35 วัน ซึ่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ อยู่ในภาวะดังกล่าวเพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่อนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลาง ทำให้ต้องประกาศระงับการใช้จ่าย จนเริ่มสร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการและขั้นตอนการทำงานในภาครัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่มีสถิติเป็นผู้นำรัฐบาลในช่วงที่มีภาวะ Government Shutdown ยาวนานที่สุด หรือ 35 วัน ระหว่างดำรงตำแหน่งในสมัยแรก เมื่อปี 2562 ก็ได้แสดงท่าทีต้องการให้งบประมาณผ่านการเห็นชอบ โดยเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ขู่ว่าจะระงับโครงการสวัสดิการสังคม เพื่อลดรายจ่ายของรัฐบาลกลาง พร้อมทั้งเป็นการส่งสัญญาณกดดันให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ สังกัดพรรคเดโมแครต ยินยอมและเห็นชอบการอนุมัติงบประมาณรายจ่าย เพื่อยุติภาวะ Government Shutdown อย่างไรก็ดี ในการลงมติเห็นชอบงบประมาณเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ก็ยังมีมติไม่เห็นชอบงบประมาณรายจ่าย โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้วุฒิสมาชิก ซึ่งปัจจุบันพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีความเห็นขัดแย้งกัน คือ งบประมาณภายใต้รัฐบัญญัติ Affordable Care…

จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้ 45 ประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 อ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีนว่า รัฐบาลจีนจะประกาศขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้พลเมืองจาก 45 ประเทศ ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ชาวต่างชาติจากประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตรการดังกล่าวสามารถเดินทางไปจีนเพื่อท่องเที่ยวและดำเนินธุรกิจได้เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ประเทศในภูมิภาคยุโรป 32 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี และสวีเดน และประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ ตะวันออกกลางและเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ไม่รวมสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ก่อนหน้านี้ มาตรการวีซ่าฟรีของจีนมีกำหนดสิ้นสุดใน 31 ธันวาคม 2568 ก่อนหน้านี้ ประเทศที่ได้รับสิทธิวีซ่าฟรีจากจีน มีจำนวน 43 ประเทศ รวมทั้งบรูไนและมาเลเซีย จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเดินทางไปจีนได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากการใช่มาตรการวีซ่าฟรีเมื่อปี 2567 ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในจีนได้อย่างดี เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีน และทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางไปจีนมากขึ้นประมาณ…

เปรูตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโกจากกรณีให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่อดีตผู้นำ

การรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระดับประเทศ กรณีรัฐบาลเปรู ประกาศเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโก เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลเม็กซิโกรับนาง Betssy Chávez อดีตนายกรัฐมนตรีเปรูเป็นผู้ลี้ภัย โดยให้ลี้ภัยอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ทั้งที่ปัจจุบัน รัฐบาลเปรูอยู่ระหว่างการสอบสวนนาง Chávez ข้อหาเป็นกบฏ เนื่องจากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์พยายามยุบสภาและทำรัฐประหาร เมื่อปี 2565 แต่ล้มเหลว นาย Hugo de Zela รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเปรูระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลเม็กซิโกที่ช่วยเหลือนาง Chávez  เข้าข่ายพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตร และส่งผลเสียต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเปรูระบุว่า ท่าทีของรัฐบาลเม็กซิโกเข้าข่ายความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในของเปรู และกล่าวโทษเม็กซิโกว่าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้บ่อยครั้ง ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเปรูกับเม็กซิโกมีปัญหาตึงเครียดและกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง รัฐบาลเปรูต้องการให้เม็กซิโกยุติการแทรกแซงการเมืองภายใน และเคารพอธิไปไตยของเปรู การระงับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเปรูกับเม็กซิโกเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2475 และก่อนหน้านี้เมื่อ ธันวาคม 2567 เปรูไม่พอใจที่สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา รับนาย Pedro Castillo อดีตประธานาธิบดีเปรู พร้อมครอบครัว เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง และให้หลบหนีอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต เปรูจึงตอบโต้ด้วยการประกาศให้เอกอัครราชทูตเม็กซิโกเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non…

ตุรกีจัดการประชุมหารือสถานการณ์ในฉนวนกาซา

ประเทศในตะวันออกกลางและอินโดนีเซียร่วมการประชุมนานาชาติที่เมืองอิสตันบูล ตุรกีเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อหารือแนวทางเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้อิสราเอลปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว มีผู้แทนจากกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน ปากีสถาน และอินโดนีเซียเข้าร่วม ที่ประชุมมีมติจะพิจารณาแผนการส่งกองกำลังนานาชาติ หรือ International Stabilization Force (ISF) เข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในฉนวนกาซา และเร่งหาช่องทางกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นพ้องว่าอิสราเอลยังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นและสันติภาพในระยะยาว ดังนั้น นานาชาติควรจะยังคงมาตรการกดดันรัฐบาลและกองทัพอิสราเอลต่อไป ปัจจุบันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2568 ยังดำเนินต่อไป แต่มีรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้นานาชาติไม่สามารถกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ได้ตามเป้าหมาย และมีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในช่วงที่บังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงแล้วอย่างน้อย 236 ราย การหารือดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะกดดันอิสราเอลให้ยุติปฏิบัติการโจมตีในฉนวนกาซา ตามข้อตกลงระหว่างกัน เพราะสหรัฐฯ ยังไม่ลงโทษอิสราเอลและยังคงความร่วมมือใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่านานาชาติจะตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพ (ISF) ได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอสันติภาพที่ผู้นำสหรัฐฯ เสนอให้กลุ่มประเทศอาหรับและนานาชาติมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงในฉนวนกาซา เฉพาะอย่างยิ่งจอร์แดนและอียิปต์ ทั้งนี้ มีรายงานว่าอิสราเอลจะได้สิทธิกำหนดว่าประเทศใดจะได้เข้าร่วมการตั้งกองกำลัง ISF และมีแนวโน้มจะไม่อนุญาตให้กองทัพตุรกีเข้าร่วม เพราะไม่ไว้วางใจท่าทีของรัฐบาลตุรกี…

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไล่แทงในรถไฟ สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรเผชิญเหตุความรุนแรงและการใช้อาวุธมีดในที่สาธารณะ จากกรณีเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุร้ายชาวอังกฤษใช้มีดไล่แทงประชาชนระหว่างโดยสารรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Doncaster ไปยังสถานี London King’s Cros ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย ขณะเดียวกันก็ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวอังกฤษ อายุประมาณ 32 ปี เป็นผู้ก่อเหตุเพียงลำพัง และไม่เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายสากล ด้านนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรแสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากการก่อเหตุร้ายด้วยอาวุธมีดในประเทศมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้นำสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์งดการเผยแพร่ข้อมูลข่าวปลอมหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้สังคมสับสน ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2567 ที่มีเหตุวัยรุ่นชายใช้อาวุธมีดทำร้ายเยาวชนระหว่างเรียนเต้นรำที่เมืองเซาท์พอร์ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 11 ราย จากนั้นมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้อพยพชาวมุสลิมที่ฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง จึงทำให้ประชาชนไม่พอใจและเกิดกระแสประท้วงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องชีวิตเด็กและเยาวชน รวมทั้งเชื่อมโยงเหตุร้ายดังกล่าวกับนโยบายการรับผู้อพยพเข้าประเทศ จนทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเสี่ยงเกิดการจลาจลในกรุงลอนดอน สถิติการก่อเหตุร้ายด้วยอาวุธมีดในสหราชอาณาจักรในห้วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจำนวนผู้ก่อเหตุก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เผชิญการก่อเหตุรุนแรงด้วยอาวุธมีดบ่อยครั้งที่สุดในประเทศยุโรป มีรายงานจากหน่วย Office of National Statistics ว่าในปี 2568…

นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนไปจากเดิม  

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจถ้อยแถลงของนาง Tulsi Gabbard ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence) ของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมความมั่นคงนานาชาติ International Institute for Security Studies Manama Dialogue ประจำปี 2568 ที่เมืองมานามา บาห์เรน เมื่อ 31 ตุลาคม 2568 เนื่องจากนาง Gabbard เป็นผู้ควบคุมงบประมาณ และประสานงานการทำงานของสมาชิกในประชาคมของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ในถ้อยแถลงของนาง Gabbard ระบุว่า นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในต่างประเทศอีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ ติดอยู่ในกับดักความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศอื่น ๆ จนทำให้สหรัฐฯ ไปสร้างศัตรูในต่างประเทศมากขึ้น ตลอดจนต้องสูญเสียงบประมาณไปมากมาย ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะยุติและยกเลิกนโยบายในลักษณะดังกล่าว ไปดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มีลักษณะสอดคล้องกับความเป็นจริง (pragmatic) และอยู่บนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน ตลอดจนเน้นสร้างสันติภาพทั่วโลก แม้ถ้อยแถลงของนาง Gabbard จะเป็นสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการแทรกแซงการเมืองและระบบการปกครองในต่างประเทศ รวมทั้งไม่สนับสนุนการสร้างความขัดแย้งและสงคราม ตลอดจนจะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการรักษาสันติภาพ…