จีนส่งเรือวิจัย Da Yang Hao ศึกษาทรัพยากรในน่านน้ำแปซิฟิกใต้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจีนส่งเรือ Da Yang Hao หรือเรือวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และทะเลลึกไปปฏิบัติการในน่านน้ำแปซิฟิกใต้ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวถูกสื่อต่างประเทศวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะลาดตระเวนและเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคงในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบัน จีนกำลังเร่งขยาย อิทธิพลในภูมิภาคดังกล่าว แข่งกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธมตริของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี  เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 สื่อมวลชนจีนเผยแพร่ข้อมูลตอบโต้การวิจารณ์ของสื่อต่างประเทศ ด้วยการยืนยันว่า ปฏิบัติการสำรวจของเรื่อง Da Yang Hao เป็นไปเพื่อศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยทะเลลึก (deep sea) โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากรัฐบาลหมู่เกาะคุก ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองตนเอง ภายใต้ความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ จีนอธิบายและเน้นย้ำความสำคัญของภารกิจวิจัยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลดังกล่าว โดยระบุว่าการที่เรือ Da Yang Hao เทียบท่าเรืออาวาติอู ในหมู่เกาะคุก ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นไปตามโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจีนกับหมู่เกาะคุก เนื่องจากมีรายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแร่ธาตุสำคัญปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานถึงภารกิจของเรือ Da Yang Hao ในเชิงลบว่าน่าสงสัย และแฝงไปด้วยปฏิบัติการทางทหารและการสอดแนมประเทศอื่น ๆ ดังนั้น จีนจึงประท้วงการรายงานข้อมูลในลักษณะดังกล่าว พร้อมตอบโต้ว่าข้อมูลของสื่อมวลชนต่างประเทศสะท้อนว่าประเทศตะวันตกมีมุมมองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม ประเทศตะวันตกยังยึดติดกับกรอบความคิดการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจมากจนหวาดระแวงความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศอื่น…

รัสเซีย-ยูเครนโจมตีความมั่นคงพลังงาน : ไม่มีสัญญาณสันติภาพ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและมีแนวโน้มที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิบัติการทางทหารโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสมรภูมิช่วงฤดูหนาว โดยไม่มีสัญญาณการเจรจาสันติภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผย เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ว่า ยูเครนยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงานควบคุมพลังงานในเมือง Belgorod บริเวณพรมแดนทางภาคตะวันตกของรัสเซีย ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการกระจายพลังงานในพื้นที่เมือง Belgorod และเมืองใกล้เคียง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 ครัวเรือน รัสเซียยังตรวจจับได้ว่ายูเครนพยายามใช้โดรนจำนวนมาก เพื่อก่อเหตุวินาศกรรมต่อโรงงานควบคุมพลังงานในพื้นที่เมือง Voronezh ทางตะวันตกของรัสเซียเช่นกัน ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนว่า ยุทธวิธีของยูเครนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการทำลายเป้าหมายด้านพลังงานในรัสเซีย เพื่อตอบโต้และกดดันรัสเซียให้เข้าสู่การเจรจา รัสเซียใช้ยุทธวิธีเดียวกันในการกดดันยูเครน โดยมีรายงานว่ารัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธมุ่งโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในยูเครน แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำลายโรงงานดังกล่าวได้ แต่มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 7 ราย ก่อนหน้านี้ เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่ายูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและพลังงานในพื้นที่เมือง  Kharkiv ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นผลจากการโจมตีของรัสเซีย ทำให้ประชาชนมากกว่า 100,000 คนไม่มีไฟฟ้าและพลังงานใช้ ด้านบริษัทพลังงาน Tsentrenergo ของยูเครนเปิดเผยว่ารัสเซียโจมตีรุนแรงที่สุดในครั้งนี้ ตั้งแต่มีความขัดแย้งกันมาเมื่อ กุมภาพันธ์ 2565 รวมทั้งประเมินว่ารัสเซียจะยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนในปี 2568 เพื่อกดดันยูเครนให้ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียสู่การยุติสงคราม…

ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียเยือนทำเนียบประธานาธิบดี

การพบหารือกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำซีเรีย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 อาจเป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความร่วมมือมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้อนรับการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียตั้งแต่ปี 2489 หรือปีที่ซีเรียได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังเป็นการต้อนรับผู้นำซีเรียที่ไปเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกหลังจากโค่นล้มรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบะชาร อัลอะซัด ซึ่งสืบทอดตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลานาน  ก่อนหน้านี้ เมื่อกันยายน 2568 ประธานาธิบดีอัชชะระอ์  เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพบหารือกับประธานาธิบดีอัชชะระอ์ เมื่อ พฤษภาคม 2568 ที่ซาอุดีอาระเบีย โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีมุมมองเชิงบวกต่อผู้นำซีเรีย แม้ว่าจะเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ กลุ่มก่อการร้ายสากลที่มีเป้าหมายโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มาก่อน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมต้อนรับผู้นำซีเรียนั้นเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การทำงานด้านการทูตของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มุ่งผลสำเร็จ คือ…

 รัสเซียรุกเรื่องแร่หายากโดยเร่งการจัดทำ Road Map

รัสเซียรุกเรื่องแร่หายาก (rare earth) โดยเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียให้เวลาหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ถึงเดือนที่จะจัดทำร่างการสกัด กระบวนการผลิต และการส่งออกแร่หายากที่สมบูรณ์แบบ โดยต้องจัดทำแนวทาง (road map) ระยะยาวดังกล่าว ให้เสร็จ ภายใน 1 ธันวาคม 2568  ซึ่งมีหลักการสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ ประเมินแหล่งทรัพยากรที่จะสามารถสกัดแร่หายาก  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมพื้นที่เหมืองสกัดแร่กับศูนย์กลางการส่งออก  บูรณาการเทคโนโลยีระหว่างในประเทศกับต่างประเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตแร่หายาก ปฏิบัติการตามกฎระเบียบในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า และกำหนดยุทธศาสตร์การเข้าถึงตลาดในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี Mikhail Mishustin ของรัสเซียจะเป็นผู้กำกับดูแลตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งได้ผลักดันภายหลังการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อ กันยายน 2568 เพื่อให้ road map เกี่ยวกับการผลิตแร่หายากของรัสเซียระยะยาว สอดรับกับผลประโยชน์จากความต้องการของแร่หายากที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งแร่หายากจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของรัสเซีย รวมทั้งลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน รัสเซียพยายามครอบครอง และจัดหาแร่หายากมาต่อเนื่อง เมื่อมีนาคม 2568 ผู้แทนรัสเซียกับสหรัฐฯ ได้หารือกันว่า บริษัทสหรัฐฯ…

กัมพูชาจะมีการขยายเส้นทางการบินในปี 2569 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

การเปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ ของกัมพูชา สะท้อนการดำเนินการเชิงรุกของกัมพูชา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากภาพลักษณ์ของกัมพูชาขณะนี้ปกคลุมไปด้วยความไม่ปลอดภัย จากการที่เป็นแหล่งของแก็งหลอกลวงทางออนไลน์ระดับภูมิภาค และโลก ขณะที่ Mekong Strategic Capital (MSC) ประเมินเมื่อสิงหาคม 2568 ว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลังเลจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่กัมพูชา การท่องเที่ยวของกัมพูชาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจกัมพูชา เพราะสามารถสร้างงานจากการบริการ การค้า และการลงทุนได้เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2568 กัมพูชาใช้ธีม “Tourism and Sustainable Transformation” ที่เน้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  ส่วนเมื่อปี 2567 รายได้จากการท่องเที่ยว มีมูลค่า 3,637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 9.4 ของ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.7 ล้านคน ส่วนช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม 2568) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4 ล้านคน เพื่อกระตุ้นให้การท่องเที่ยวของกัมพูชาดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น…

ปากีสถานยกระดับขีดความสามารถทางทะเลตั้งเป้าประจำการเรือดำน้ำจีนลำแรกในปี 2569

กองทัพเรือปากีสถาน (Pakistan Navy) ประกาศเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ถึงความคืบหน้าสำคัญของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบใต้น้ำ โดยระบุเตรียมประจำการเรือดำน้ำโจมตีพลังงานดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Hangor (Hangor-class Submarine) ที่สร้างโดยจีนลำแรกอย่างเป็นทางการภายในปี 2569 โดยเป็นเรือดำน้ำภายใต้โครงการจัดหาเรือดำน้ำมูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท) ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2558 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลของปากีสถาน และปัจจุบันการจัดหาดำเนินการไปอย่างราบรื่น ตามแผนโครงการจัดหารือดำน้ำ ปากีสถานจะรับมอบเรือดำน้ำทั้งสิ้น 8 ลำ โดย 4 ลำแรกจะสร้างและประกอบในจีน ส่วนอีก 4 ลำที่เหลือจะถูกประกอบที่ต่อเรือ Karachi Shipyard & Engineering Works (KSEW) ในปากีสถาน ปัจจุบันมีการทดสอบปล่อยเรือดำน้ำลงน้ำแล้ว 3 ลำ ทั้งนี้ เรือดำน้ำที่รับมอบจากจีนจะปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ทะเลอาหรับตอนเหนือและมหาสมุทรอินเดีย โดยจะเพิ่มอำนาจการป้องปรามให้กับกองทัพเรือปากีสถาน ท่ามกลางการแข่งขันทางทะเลในภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเรือดำน้ำชั้น Hangor มีขีดความสามารถด้าน A2/AD (Anti-Access/Area Denial) หรือการปฏิเสธการเข้าถึงพื้นที่ทางทะเลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะทำให้เรือลำดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือหลักในการต่อต้านเรือผิวน้ำหรือเรือดำน้ำในอนาคต…

ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย กำลังติดตามและเตรียมรับมือกับผลกระทบจากพายุคัลแมกี หรือ KALMAEGI ที่มีความหมายว่านกนางนวล ซึ่งมีรายงานเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568 ว่าพายุดังกล่าวพัดเข้าพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีฝนตกหนัก ลมพัดแรงและอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ ประชาชนมากกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานผู้สูญหาย 13 คน และมีผู้เสียชีวิตจำนวนอย่างน้อย 58 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างพยายามเข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเกาะมินดาเนาด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์และเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งรายงานว่าพายุดังกล่าวเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก เข้าทะเลจีนใต้แล้ว ปัจจุบันเวียดนามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม้มีการประเมินว่าพายุคัลแมกีจะลดกำลังลงหลังจากพัดผ่านฟิลิปปินส์ แต่พายุดังกล่าวมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นระหว่างพัดผ่านทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเวียดนามใน 6 พฤศจิกายน 2568 ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุประมาณ 20 ลูกต่อปีเป็นประจำ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติในปี 2568 นี้ อาจเป็นความท้าทายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ต้องพิจารณามาตรการรับมือและเตรียมความพร้อม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยคาดการณ์ว่าพายุคัลแมกีจะส่งผลกระทบต่อไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง 7-9 พฤศจิกายน 2568 โดยพื้นที่ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ…

สหรัฐฯ เร่งหาข้อยุติภาวะ Government Shutdown

การเมืองในสหรัฐฯ เผชิญความแตกแยกระหว่างพรรคการเมืองที่ยังตกลงเรื่องการจัดสรรงบประมาณร่วมกันไม่ได้ ทำให้ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ในภาวะ Government Shutdown หรือภาวะหน่วยงานภาครัฐปิดทำการชั่วคราว ยาวนานเกิน 35 วัน ซึ่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ อยู่ในภาวะดังกล่าวเพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่อนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลาง ทำให้ต้องประกาศระงับการใช้จ่าย จนเริ่มสร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการและขั้นตอนการทำงานในภาครัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่มีสถิติเป็นผู้นำรัฐบาลในช่วงที่มีภาวะ Government Shutdown ยาวนานที่สุด หรือ 35 วัน ระหว่างดำรงตำแหน่งในสมัยแรก เมื่อปี 2562 ก็ได้แสดงท่าทีต้องการให้งบประมาณผ่านการเห็นชอบ โดยเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ขู่ว่าจะระงับโครงการสวัสดิการสังคม เพื่อลดรายจ่ายของรัฐบาลกลาง พร้อมทั้งเป็นการส่งสัญญาณกดดันให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ สังกัดพรรคเดโมแครต ยินยอมและเห็นชอบการอนุมัติงบประมาณรายจ่าย เพื่อยุติภาวะ Government Shutdown อย่างไรก็ดี ในการลงมติเห็นชอบงบประมาณเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ก็ยังมีมติไม่เห็นชอบงบประมาณรายจ่าย โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้วุฒิสมาชิก ซึ่งปัจจุบันพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีความเห็นขัดแย้งกัน คือ งบประมาณภายใต้รัฐบัญญัติ Affordable Care…

จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้ 45 ประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 อ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีนว่า รัฐบาลจีนจะประกาศขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้พลเมืองจาก 45 ประเทศ ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ชาวต่างชาติจากประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตรการดังกล่าวสามารถเดินทางไปจีนเพื่อท่องเที่ยวและดำเนินธุรกิจได้เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ประเทศในภูมิภาคยุโรป 32 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี และสวีเดน และประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ ตะวันออกกลางและเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ไม่รวมสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ก่อนหน้านี้ มาตรการวีซ่าฟรีของจีนมีกำหนดสิ้นสุดใน 31 ธันวาคม 2568 ก่อนหน้านี้ ประเทศที่ได้รับสิทธิวีซ่าฟรีจากจีน มีจำนวน 43 ประเทศ รวมทั้งบรูไนและมาเลเซีย จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเดินทางไปจีนได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากการใช่มาตรการวีซ่าฟรีเมื่อปี 2567 ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในจีนได้อย่างดี เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีน และทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางไปจีนมากขึ้นประมาณ…

เปรูตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโกจากกรณีให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่อดีตผู้นำ

การรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระดับประเทศ กรณีรัฐบาลเปรู ประกาศเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโก เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลเม็กซิโกรับนาง Betssy Chávez อดีตนายกรัฐมนตรีเปรูเป็นผู้ลี้ภัย โดยให้ลี้ภัยอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ทั้งที่ปัจจุบัน รัฐบาลเปรูอยู่ระหว่างการสอบสวนนาง Chávez ข้อหาเป็นกบฏ เนื่องจากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์พยายามยุบสภาและทำรัฐประหาร เมื่อปี 2565 แต่ล้มเหลว นาย Hugo de Zela รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเปรูระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลเม็กซิโกที่ช่วยเหลือนาง Chávez  เข้าข่ายพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตร และส่งผลเสียต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเปรูระบุว่า ท่าทีของรัฐบาลเม็กซิโกเข้าข่ายความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในของเปรู และกล่าวโทษเม็กซิโกว่าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้บ่อยครั้ง ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเปรูกับเม็กซิโกมีปัญหาตึงเครียดและกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง รัฐบาลเปรูต้องการให้เม็กซิโกยุติการแทรกแซงการเมืองภายใน และเคารพอธิไปไตยของเปรู การระงับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเปรูกับเม็กซิโกเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2475 และก่อนหน้านี้เมื่อ ธันวาคม 2567 เปรูไม่พอใจที่สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา รับนาย Pedro Castillo อดีตประธานาธิบดีเปรู พร้อมครอบครัว เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง และให้หลบหนีอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต เปรูจึงตอบโต้ด้วยการประกาศให้เอกอัครราชทูตเม็กซิโกเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non…