อินเดียโจมตีข้ามพรมแดนปากีสถานและดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ : ปากีสถานพร้อมตอบโต้

  อินเดียปฏิบัติการโจมตีปากีสถาน เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568 รวมทั้งดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ด้วยขีปนาวุธข้ามพรมแดน พร้อมเปิดเผยว่าได้โจมตีพื้นที่สำคัญ 9 แห่ง ที่อินเดียเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธกลุ่ม Jaish-e-Mohammed (JeM หรือ Army of Muhammad)  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ เมื่อเมษายน 2568 ดังนั้น อินเดียจำเป็นต้องโจมตีเพื่อส่งสัญญาณให้นานาชาติและผู้ก่อการร้ายเห็นว่าไม่ควรมีการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และประชาคมระหว่างประเทศควรสนับสนุนปฏิบัติการ Operation Sindoor ของอินเดียครั้งนี้ด้วย สำหรับการปฏิบัติการทหารครั้งนี้ของรัฐบาลอินเดียได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นด้วยกับการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายและปกป้องความมั่นคงในประเทศ ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาและประณามการโจมตีของอินเดีย พร้อมเปิดเผยว่าอินเดียโจมตีพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ซึ่งรวมทั้งพื้นที่พลเรือนและพรมแดน ปากีสถานพร้อมตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและประชาชนชาวปากีสถาน รวมทั้งกล่าวโทษว่าการโจมตีของอินเดียเป็นการละเมิดอธิปไตย และเป็นการกระทำที่นำไปสู่สงคราม ปากีสถานรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างร้อย 8 รายและได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 35 ราย คาดว่าปัจจุบันปากีสถานอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตอบโต้อินเดีย โดยมีการแจ้งไปยัง UNSC เพื่อย้ำสิทธิการปกป้องตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเบื้องต้น กองทัพปากีสถานได้ยิงเครื่องบินขับไล่ของอินเดียตกอย่างน้อย 5 ลำ เพื่อตอบโต้การรุกราน อินเดียประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ว่าเสี่ยงลุกลามบานปลายเป็นการปะทะทางการทหารระหว่างกัน อินเดียจึงเตรียมความพร้อมด้วยการจัดการฝึกซ้อมให้ปกป้องความมั่นคงพลเรือนทั่วประเทศ ได้แก่ ซ้อมอพยพพลเรือนและเตรียมเส้นทางหนีภัย…

อิสราเอลอนุมัติแผนผนวกฉนวนกาซาและควบคุมการส่งความช่วยเหลือในพื้นที่

  นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลประกาศเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า อิสราเอลจะผนวกดินแดนบางส่วนของฉนวนกาซา พร้อมทั้งควบคุมการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่สามารถเดินทางเข้า-ออกดินแดนส่วนที่อิสราเอลควบคุมได้อย่างเด็ดขาด การเดินหน้าผนวกดินแดนดังกล่าวจะมีขึ้นพร้อมกับการขยายสำหรับอาณาเขตพื้นที่ในฉนวนกาซาที่อิสราเอลจะครอบครองเพื่อบริหารจัดการนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้ในปัจจุบัน และจะมีทหารของอิสราเอลประจำการอยู่เพื่อปกป้องความมั่นคง ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูดังกล่าวมีขึ้น หลังจากอิสราเอลแต่งตั้งนาย Eyal Zamir เป็นผู้บัญชาการทหารคนใหม่ คาดว่ามีส่วนร่วมในการแนะนำให้อิสราเอลใช้มาตรการทางทหารที่แข็งกร้าวมากขึ้น และนโยบายผนวกพื้นที่ในฉนวนกาซา แม้ว่านานาชาติจะคัดค้านแนวนโยบายดังกล่าวเนื่องจากเสี่ยงทำให้ความขัดแย้งขยายตัว และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ขัดแย้ง ปฏิบัติการขยายพื้นที่ควบคุมและผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลจะเริ่มขึ้นในห้วงกลางพฤษภาคม 2568 ซึ่งจะแตกต่างจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาที่ผ่านมา เพราะในแต่ละครั้งอิสราเอลจะประจำการทหารไว้ในพื้นที่ เพื่อไม่ปล่อยให้กลุ่มฮะมาสสามารถยึดคืนพื้นที่ได้อีก นักวิชาการอิสราเอลเชื่อว่า แผนการนี้อาจทำให้อิสราเอลประสบความสำเร็จในการกวาดล้างกลุ่มฮะมาสตามเป้าหมาย สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินว่าการประกาศแผนผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลอาจเป็นวิธีการเพิ่มแรงกดดันให้กลุ่มฮะมาสยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิสราเอล อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้ขู่เท่านั้น เพราะมีการเรียกระดมกำลังสำรองเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในฉนวนกาซา นอกจากนี้ มีรายงานอิสราเอลเตรียมเคลื่อนย้ายชาวปาเลสไตน์ 2 ล้านคน ให้อพยพออกจากพื้นที่ทหาร ขณะที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเตือนว่าปัจจุบันความช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อความต้องการ และหากมีการย้ายถิ่นฐานอีกจะซ้ำเติมวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา องค์กรให้ความช่วยเหลือด้านมนุยธรรมจำนวนมากคัดค้านแผนการของอิสราเอลและประกาศเมื่อ 6 พฤษภาคม 2568 ว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับแผนการควบคุมและจัดการความช่วยเหลือของอิสราเอล เพราะเสี่ยงเป็นโอกาสให้อิสราเอลใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือต่อรองและเอื้อประโยชน์ต่อปฏิบัติการด้านการทหาร ตลอดจนไม่เชื่อมั่นในระบบการกระจายความช่วยเหลือของอิสราเอลที่อาจไม่ทั่วถึง ท่าทีของอิสราเอลยังคงแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันกำลังปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่พร้อมกัน ได้แก่ ฉนวนกาซา เขตเวสต์แบงก์ ซีเรีย เยเมน และเลบานอน…

รัสเซียปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกหลังเหตุการณ์โจมตีด้วยโดรน

รัสเซียเมื่อ 5 พฤษถาคม 2568 รายงานว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ปฏิบัติการโจมตีกรุงมอสโกในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 4-5 พฤษภาคม 2568 รวมจำนวนการโจมตีครั้งแรกอย่างน้อย 26 ครั้ง และครั้งที่ 2 จำนวนอย่างน้อย 19 ครั้ง  การโจมตีดังกล่าวยังไม่รุนแรงหรือทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย ส่งผลให้รัสเซียต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกทั้งหมด 4 แห่ง เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ มีรายงานพบโดรนของยูเครนโจมตีรัสเซียในหลายเมือง เช่น เมือง Penza และ Voronezh มีรายงานจากสื่อมวลชนตะวันตกว่า รัสเซียยกเลิกการเดินขบวนพาเหรดฉลอง Victory Day ในเมือง Sevastopol  ของแคว้นไครเมีย เมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 เนื่องจากวิตกกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีรายงานว่ายูเครนยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกในบริเวณทะเลดำ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้หน่วยความมั่นคงรัสเซียซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมจัดงานฉลองเนื่องใน 9 พฤษภาคม 2568 ที่ตรงกับวันมหาสงครามของผู้รักชาติ หรือ Victory Day…

3 ประเด็นท้าทายของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หลังชนะการเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese อายุ 62 ปี/2568 ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของออสเตรเลียเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 จึงจะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและผู้นำรัฐบาลต่อไปเป็นสมัยที่ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี สำหรับชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นชัยชนะแบบขาดลอย (landslide) เหนือคู่แข่งทางการเมือง หรือนาย Peter Dutton จากพรรคอนุรักษ์นิยม โดยจากการนับคะแนน พรรคแรงงานได้คะแนนในสภาผู้แทนราษฎร 85 ที่นั่งจากทั้งหมด 150 ที่นั่ง ซึ่งทำให้เป็นเสียงส่วนมาก เพียงพอต่อการทำให้พรรคแรงงานได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล และเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่พรรคแรงงานมีที่นั่งในสภา 77 ที่นั่ง สะท้อนว่าพรรคแรงงานได้รับความนิยมมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2565 ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กลุ่มที่สนับสนุนพรรคอนุรักษ์นิยมอย่างมาก นาย Dutton ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมให้ความเห็นว่า “Trump effect” หรือการที่ชาวออสเตรเลียเชื่อว่าตัวเขามีภาพลักษณ์และทัศนคติแบบเดียวกันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีส่วนทำให้ชาวออสเตรเลียไม่มั่นใจแนวทางการบริหารประเทศของผู้นำที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมและต่อต้านจีน เพราะอาจเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ นาย Dutton ยังเสียเปรียบพรรคแรงงานเพราะนโยบายในช่วงการหาเสียงไม่ชัดเจนและทำให้ชาวออสเตรเลียสับสน จนไม่เชื่อมั่นว่านาย Dutton จะสามารถเจรจาต่อรองภาษีกับผู้นำสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม…

ปากีสถานทดสอบขีปนาวุธ กังวลความตึงเครียดกับอินเดียเพิ่มขึ้น

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธรุ่น Abdali มีระยะยิงได้ไกล 450 กิโลเมตร โดยการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมด้านการทหาร เพื่อให้กองทัพปากีสถานมีความพร้อมปกป้องความมั่นคง ด้านประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีปากีสถานแสดงความยินดีกับความสำเร็จดังกล่าว อย่างไรก็ดี นานาชาติห่วงกังวลว่าการทดสอบขีปนาวุธของปากีสถานอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดียตึงเครียดมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam แคว้นแคชเมียร์ และกรณีที่ปากีสถานเชื่อว่าอินเดียเตรียมพร้อมปฏิบัติการทางทหารโจมตีปากีสถาน โดยอ้างความชอบธรรมจากเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยว แม้ว่าปากีสถานจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออินเดีย แต่มีรายงานเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานกังวลกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและมาตรการของอินเดียที่ใช้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและทรัพยากรแก่ชาวปากีสถาน ดังนั้น รัฐบาลปากีสถานพยายามหาประเทศตัวกลางช่วยลดระดับความตึงเครียด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ให้ช่วยลดระดับความขัดแย้งกับอินเดีย ด้านรัสเซียตอบรับและแสดงความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางจัดการความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดีย สาเหตุที่รัสเซียมีแนวโน้มช่วยเหลือในการเจรจาครั้งนี้ได้ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดกับทั้งอินเดียปละปากีสถาน นักวิเคราะห์ประเมินว่าปากีสถานและอินเดียจะไม่ทำสงครามเต็มรูปแบบระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการทหารจากการที่ต่างฝ่ายต่างเพิ่มการยั่วยุ เช่น มีรายงานการยิงตอบโต้กันระหว่างทหารของทั้ง 2 ฝ่ายบริเวณเส้นควบคุม หรือ Line of Control (LoC) ในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ จึงอาจทำให้เกิดเหตุปะทะที่ลุกลามบานปลายเป็นความขัดแย้งทางการทหารได้ สำหรับผลการสืบสวนเหตุการณ์กราดยิงนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์ รัฐบาลอินเดียยังคงเชื่อมั่นว่าปากีสถานอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2…

การเลือกตั้งออสเตรเลีย ประชาชนสนใจนโยบายเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

ชาวออสเตรเลียที่มีสิทธิเลือกตั้งทยอยออกไปลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 เพื่อเลือกพรรคการเมืองที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูงได้ สำหรับพรรคการเมืองที่มีบทบาทนำในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่ พรรคแรงงานของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese คนปัจจุบัน และพรรคอนุรักษ์นิยม Liberal National Party of Queensland ซึ่งนำโดย Peter Dutton ผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนการเลือกตั้ง ผลสำรวจความเห็นของประชาชนชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่นิยมพรรคแรงงาน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองประเมินผลการเลือกตั้งได้ยาก เนื่องจากมีพรรคการเมืองขนาดเล็กได้รับความนิยมมากขึ้น จนทำให้ไม่สามรรถคาดการณ์ได้ว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่จะได้รับชัยชนะแบบขาดลอย หรือได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 150 ที่นั่ง ชาวออสเตรเลียที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนทั้งหมด 18 ล้านคน ส่วนใหญ่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ขณะเดียวกัน สังคมออสเตรเลียส่งเสริมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางออกไปใช้สิทธิ สำหรับประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งปีนี้ ชาวออสเตรเลียให้ความสนใจนโยบายเศรษฐกิจ ครอบคลุมเรื่องภาษีและการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ และค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ ตลอดจนนโยบายด้านพลังงานด้วย นักวิเคราะห์ต่างประเทศประเมินว่าชาวออสเตรเลียน่าจะสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับสหรัฐฯ ด้วย เหมือนกับการเลือกตั้งในแคนาดา เพราะออสเตรเลียเผชิญมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าการเลือกตั้งออสเตรเลียให้ความสำคัญกับประเด็นในประเทศมากกว่า สิ่งที่น่าสนใจในการเลือกตั้งออสเตรเลียครั้งนี้ นอกจากผลการเลือกตั้ง คือ เป็นครั้งแรกที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน จึงน่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนที่พรรคการเมือขนาดใหญ่จะได้รับ…

อิสราเอลขยายปฏิบัติการโจมตีในฉนวนกาซา : น่าห่วงกังวลกับวิกฤตด้านมนุษยธรรม

  รัฐบาลและกองทัพอิสราเอลเดินหน้าขยายปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาในพฤษภาคม 2568 เพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธที่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยมีรายงานเมื่อ 3 พฤษภมคม 2568 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา และประกาศสั่งอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากหลายพื้นที่เพื่อลดความเสียหาย นานาชาติประณามอิสราเอลที่ยังคงปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่พลเรือนและขัดขวางกระบวนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน ทำให้ชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะเด็ก ต้องเผชิญวิกฤตอดอยากอย่างรุนแรง พร้อมกันนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เสร็จสิ้นรับฟังความคิดเห็นของนานาชาติประเด็นที่อิสราเอลถูกกล่าวหาว่าละเมิดคำมั่นที่ให้ไว้กับนานาชาติว่าจะอำนวยความสะดวกและเปิดเส้นทางให้ความช่วยเหลือแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ซึ่งผู้แทนจากต่างประเทศส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าอิสราเอลไม่ได้ให้ความร่วมมือกับองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่น่าห่วงกังวลอย่างมาก คาดว่า ICJ จะเผยแพร่ท่าทีของนานาชาติ คำตัดสินและข้อเสนอแนะให้อิสราเอลปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนานาชาติเร็ว ๆ นี้ นอกจากสถานการณ์ในฉนวนกาซาจะน่าห่วงกังวล ปัจจุบันอิสราเอลยังเพิ่มการโจมตีในซีเรีย โดยมีรายงานเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 ว่า รัฐบาลซีเรียประณามอิสราเอลที่โจมตีทางอากาศในพื้นที่ที่มีพลเรือนชาวซีเรียจำนวนมาก รวมทั้งตั้งใจโจมตีพื้นที่ใกล้กับที่พักอาศัยของประธานาธิบดีซีเรียในกรุงดามัสกัส เท่ากับเป็นการยั่วยุทางการทหาร ด้านอิสราเอลยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายทำลายคลังอาวุธของกลุ่มติดอาวุธที่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล สำหรับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับซีเรียตึงเครียดมากขึ้น หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลซีเรีย นำโดยประธานาธิบดี Ahmed al-Sharaa ล้มเหลวในการปกป้องความปลอดภัยให้ชุมชนชาว Druze ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่บริเวณพรมแดนทางตอนใต้ของซีเรีย ทั้งนี้ ชนกลุ่มน้อย Druze นับถือศาสนาของตัวเอง และเชื่อว่ามีความร่วมมือกับอิสราเอล ตกเป็นเป้าหมายโจมตีและปะทะกับกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิม รวมทั้งกองทัพของรัฐบาลซีเรียที่ระบุว่าต้องประจำการทหทารในพื้นที่ชุมชาว Druze เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคง…

ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และเสนอชื่อผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 1 พฤษภาคม 2568 ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะให้นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง แทนนายไมเคิล วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) แทน สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญครั้งนี้มีขึ้นหลังจากสื่อสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายวอลซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญและนโยบายด้านการทหารของสหรัฐฯ โดยใช้แอปพลิเคชันที่ไม่ปลอดภัยในการสนทนาและส่งข้อมูลเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การทหารของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ หรือกรณี Signal Leak นั่นเอง กรณีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายกดดันให้นายวอลซ์ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากความหละหลวมในมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญอาจสร้างความเสี่ยงให้กับนโยบายสหรัฐฯ รวมทั้งความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ด้วย ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความคิดเห็นเข้าข้างและปกป้องนายวอลซ์มาโดยตลอด พร้อมระบุว่าข้อมูลที่ถูกเปิดเผยไม่ใช่ข้อมูลละเอียดอ่อนหรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนบทบาทและตำแหน่งของนายวอลซ์อาจเป็นผลดีต่อการทำงานร่วมกับทีมหน่วยงานความมั่นคงและต่างประเทศ ที่ค่อนข้างกังวลกับการสื่อสารและพฤติกรรมของนายวอลซ์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านการทหารที่สำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า นายวอลซ์จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติได้เป็นอย่างดี จะช่วยส่งเสริมภารกิจของสหประชาชาติและทำให้สหรัฐฯ มั่นคงปลอดภัย ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ไว้ใจนายวอลซ์เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนนโยบาย America First อย่างเต็มที่ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2567…

จีนส่งเรือลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ป้องปรามฟิลิปปินส์ : War of Selfies

  สื่อจีนรายงานเมื่อ 30 เมษายน 2568 ว่า กองทัพเรือจีนปฏิบัติการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามในพื้นที่ โดยโฆษกกองบัญชาการภาคใต้ (Southern Theater Command) ของกองทัพจีนระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ละเมิดสิทธิเหนือน่านน้ำและทะเลของจีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีปฏิบัติการที่เข้าข่ายยั่วยุให้เกิดความตึงเครียดทางการทหารและความขีดแย้งระหว่างกัน โดยมีประเทศนอกภูมิภาคให้การสนับสนุนและปฏิบัติการร่วมกับฟิลิปปินส์ในรูปแบบการลาดตระเวนร่วม ซึ่งกองบัญชาการภาคใต้ของจีนติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าอย่างใกล้ชิด และป้องกันไม่ให้การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและบรรยากาศในทะเลจีนใต้ ซึ่งทหารของจีนมีความพร้อมในการปฏิบัติการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและสันติภาพในพื้นที่ การปฏิบัติการลาดตระเวนของจีนมีขึ้นหลังจากฟิลิปปินส์ส่งทหารประจำหน่วยยามชายฝั่งไปขึ้นฝั่งบนพื้นที่เกาะ ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่พิพาท จำนวน 3 แห่ง รวมทั้งสันดอน Sandy Cay ที่ไม่มีคนอยู่อาศัย ในทะเลจีนใต้ เมื่อ 27 เมษายน 2568 แล้วถ่ายภาพพร้อมธงฟิลิปปินส์บนเกาะดังกล่าว คาดว่าเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าฟิลิปปินส์มีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ การปฏิบัติการของฟิลิปปินส์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากหน่วยยามชายฝั่งของจีน ทำในลักษณะเดียวกันเมื่อช่วงกลาง เมษายน 2568 ทำให้ฟิลิปปินส์ไม่พอใจและตอบโต้ สื่อมวลชนต่างประเทศเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น ‘war of selfies’ ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ เพราะต่างฝ่ายต่างใช้ภาพในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะหรือสันดอนในพื้นที่พิพาท และต่างฝ่ายต่างโจมตีว่าละเมิดกฎหมายระหว่างกัน เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวทางการทหารในพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่อง โดยฟิลิปปินส์ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และพันธมิตรมากขึ้น สำหรับพื้นที่สันดอน Sandy…

ผู้นำสหรัฐฯ แถลงผลงานในโอกาสครบ 100 วันที่ดำรงตำแหน่ง

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 30 เมษายน 2568 แถลงผลงาน เนื่องในโอกาสครบ 100 วันที่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 โดยจัดงานฉลองที่รัฐมิชิแกน ในรูปแบบของการรณรงค์หาเสียง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวปราศรัยผลงานต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 89 นาที สื่อตั้งข้อสังเกตว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้โอกาสนี้ประกาศความสำเร็จในการดำเนินนโยบาย โดยใช้อำนาจประธานาธิบดีผ่านคำสั่งฝ่ายบริหาร (executive order)สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งระดับในประเทศและระดับโลก ประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้งานฉลองดังกล่าวโจมตีพรรคเดโมแครตว่า เป็นพรรคการเมืองที่มีแนวคิดซ้ายจัด เป็นคอมมิวนิสต์สุดโต่ง และเป็นภัยคุกคามของสังคมอเมริกัน ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าจะไม่มีอะไรไปขัดขวางการทำงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันได้ ชาวอเมริกันที่เข้าร่วมงานดังกล่าวต่างแสดงออกว่าสนับสนุนนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ มีการชูป้ายสนับสนุน เช่น “Make America Great Again”, “Investing in America”, “Jobs! Jobs! Jobs!”, “The Golden Age”, “Buy American, Hire American” และ “The American Dream is Back”…