จีนเตือนนานาชาติระมัดระวังการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน เตือนเมื่อ 21 เมษายน 2568 ให้นานาชาติระมัดระวังการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากอาจถูกโน้มน้าวและกดดันให้ต้องดำเนินนโยบายตามความต้องการของสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ยังเตือนว่าการทำความต้องการของสหรัฐฯ ไม่ใช่วิธีการสร้างสันติภาพที่แท้จริง และผลประโยชน์แห่งชาติบางเรื่องก็ไม่สามารถต่อรองหรือประนีประนอมได้ และจีนจะคัดค้านการทำข้อตกลงที่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ท่าทีของรัฐบาลจีนมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ เริ่มการเจรจาการค้ากับหลายประเทศที่จะต้องเผชิญภาษีตอบโต้ โดยจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ว่ามีผู้แทนจากมากกว่า 70 ประเทศติดต่อเข้าไปที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งเป็นผลจากการประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ แม้ปัจจุบันจะเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไป 90 วัน แต่นานาชาติก็ยังกังวลกับการกำหนดนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลก

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อ 21 เมษายน 2568 ที่ Casa Santa Marta นครรัฐวาติกัน ปัจจุบันผู้นำทั่วโลกทยอยแถลงการณ์สรรเสริญองค์พระประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ก่อนหน้านี้มีข่าวสารเมื่อ กุมภาพันธ์ 2568 ว่ารักษาอาการประชวรโรคนิวโมเนีย และการติดเชื้อปอดซับซ้อนที่กรุงโรม และเมื่อ มีนาคม 2568 พระองค์ประสบภาวการณ์หายใจล้มเหลวเฉียบพลัน สำหรับสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสันตปาปาองค์ที่ 266 แห่งคริสตจักรคาทอลิก ทรงเป็นประมุขแห่งนครวาติกันตั้งแต่ปี 2556 เคยเสด็จเยือนไทยเมื่อ พฤศจิกายน 2562 โดยทรงประกอบพิธีมิสซา ณ สนามศุภชลาศัย โดยมีคริสต์ศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก และเสด็จเยือนวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน จ.นครปฐม ชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่อันดับ 2 ในไทย

รัสเซีย-ยูเครน ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในช่วงเทศกาลอีสเทอร์

รัสเซียและยูเครนเมื่อ 20 เมษายน 2568 กล่าวหากันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียประกาศใช้เป็นระยะเวลา 30 ชั่วโมง เนื่องจากตรงกับเทศกาลอีสเทอร์ หรือ Easter Truce อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียูเครนระบุว่ากองทัพรัสเซียยังปฏิบัติการโจมตีทางการทหารอย่างต่อเนื่องและทันทีที่มีการประกาศหยุดยิงดังกล่าว สะท้อนว่ารัสเซียไม่มีความจริงใจที่จะยุติความรุนแรง แม้ว่าตลอดช่วงวันเทศกาลอีสเทอร์ จะไม่มีเครื่องบินรบลาดตระเวนเลยก็ตาม แต่มีรายงานการใช้ปืนใหญ่ยิงในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมือง Pokrovsk ศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค Donetsk พร้อมกับโจมตีผู้นำรัสเซียว่าใช้การหยุดยิงครั้งนี้สร้างภาพ นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียประกาศหยุดยิงชั่วคราวต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อลดระดับความเสียหายต่อชาวยูเครนที่เผชิญสงครามมาเป็นระยะเวลานาน

กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล สหรัฐฯ โจมตีท่าเรือเยเมน

นาย Khalil al-Hayya ผู้แทนการเจรจาของกลุ่มฮะมาสเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 18 เมษายน 2568 ว่า กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อเสนอความตกลงหยุดยิงของอิสราเอล ที่เสนอให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งกลุ่มฮะมาสเห็นว่า ความตกลงดังกล่าวจะเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองให้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ฝ่ายเดียว เนื่องจากไม่มีการระบุถึงการถอนทหารของอิสราเอลออกจากพื้นที่ หรือการปล่อยตัวชาวปาเสสไตน์ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล การปฏิเสธความตกลงดังกล่าวทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ เฉพาะอย่างยิ่งค่ายผู้ลี้ภัยและค่ายผู้พลัดถิ่น ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวติในฉนวนกาซาอยู่ที่ประมาณ 51,000 คน ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อ ตุลาคม 2566

เมียนมาจะขยายมาตรการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือหลังภัยพิบัติ

นาย Anwar Ibrahim นรม.มาเลเซียและประธานอาเซียนในปี 2568 เปิดเผยเมื่อ 18 เมษายน 2568 ผลการหารือกับผู้นำรัฐบาลเมียนมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 และกำหนดการหารือกับผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา (NUG) ที่กรุงทเพฯ ไทย ใน 18 เมษายน 2568 โดยเป็นการหารือกับคู่ขัดแย้งทางการเมืองของเมียนมาในเวลาใกล้เคียงกัน ที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลามาตรการหยุดยิงต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 ได้ โดยประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องแล้ว ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของเมียนมาประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 20 วัน ตั้งแต่ 2 เมษายน 2568 ตามด้วย NUG ประกาศหยุดยิงเช่นกัน เพราะเหตุแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างมาก

ฝรั่งเศสจัดการประชุมเรื่องสันติภาพในยูเครน

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศต่าง ๆ ที่กรุงปารีส เมื่อ 17 เมษายน 2568 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพและความมั่นคงในยูเครน รวมทั้งภูมิภาคยุโรป โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เป็นประธานในการประชุมและได้พบหารือกับผู้นำ และผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร รวมทั้งสหรัฐฯ ซึ่งส่งนายมาร์ค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีข้อสรุปร่วมกันคือการสนับสนุนให้รัสเซียและยูเครนใช้การเจรจาโดยตรง และทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงคราม

สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการใช้มาตรการภาษี 90 วัน ยกเว้นจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเท่ากันบนพื้นฐานที่ร้อยละ 10 ยกเว้นจีน ที่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการภาษีตอบโต้ โดยเพิ่มอีกรวมเป็นร้อยละ 125 เพราะจีนไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าต่อสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เคารพระเบียบการค้าโลก สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันก็หวังว่าจีนจะเปลี่ยนนโยบายโดยเร็ว ด้วยการเจรจาและทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อิสราเอลโจมตีที่พักอาศัยพลเรือนในฉนวนกาซา ฝรั่งเศสอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์

อิสราเอลยังคงแข็งกร้าว โดยเมื่อ 10 เมษายน 2568 โจมตีที่พักอาศัยของพลเรือนและประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่เมือง Gaza City ย่าน Shujayea ส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 35 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 55 คน สูญหายอีกมากกว่า 80 คน เนื่องจากสภาพอาคารถล่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่ารูปแบบการโจมตีของอิสราเอลเปลี่ยนไป  จากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนว่าอิสราเอลต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากมุ่งโจมตีพลเรือนและทำให้ความสูญเสียจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธ

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 104

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ  8 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ที่จีนจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ทำให้ปัจจุบัน สินค้าจีนที่จะนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 104 มาตรการนี้จะเริ่มต้นทันทีใน 9 เมษายน 2568 ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจการตัดสินใจของจีน ที่ไม่เข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ตามแผน และไม่ยอมยกเลิกการขึ้นภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ ด้านจีนระบุว่าคัดค้านการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และวิจารณ์ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เหตุการณ์ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีนำเข้านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าการขึ้นภาษีต่อจีน เพราะไม่พอใจท่าทีของจีนอย่างมาก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าสำคัญใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 439,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567

ผู้นำสหรัฐฯ ถูกชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน“Hands Off”

ชาวอเมริกันในหลายพื้นที่รวมตัวกันชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอีลอน มัสก์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ และบุคคลใกล้ชิดเมื่อ 6 เมษายน 2568 โดยมีรายงานการชุมนุมประท้วงในมากกว่า 1,200 จุดทั่ว 50 รัฐ พื้นที่ที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ได้แก่ เมืองบอสตัน ชิคาโก ลอสแองเจลลิส  นครนิวยอร์ก และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ชุมนุมประท้วงโดยใช้คำว่า “Hands Off” ที่มีนัยห้ามประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์ แตะต้องนโยบายสังคมและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อีกต่อไป เพราะจากการบริหารที่ผ่านมาตั้งแต่ 20 มกราคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์สร้างความวุ่นวายให้สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทั้งประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า การต่อต้านผู้อพยพ การเลือกปฏิบัติต่อคนต่างชาติในสหรัฐฯ การละเมิดสิทธิและประชาธิปไตย และลดสวัสดิการ รวมทั้งนโยบายต่างประเทศ ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เข้าไปแตะต้องเรื่องแคนาดา กรีนแลนด์ และยูเครน ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกเพื่อคัดค้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์