อิหร่านเพิ่มมาตรการลงโทษเด็ดขาดต่อผู้ที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

รัฐสภาอิหร่านเมื่อ 30 มิถุนายน 2568 อนุมัติกฎหมายใหม่ที่จะลงโทษขั้นสูงสุดต่อผู้ที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศคู่ขัดแย้งอื่น ๆ เพื่อบ่อนทำลายหรือขัดขวางความมั่นคงของชาติอิหร่าน  กฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้ศาลสามารถพิจารณาโทษประหารชีวิต แก่บุคคลใดก็ตามที่สอบสวนแล้วพบว่ามีพฤติกรรมเป็นภัยคุกคามต่ออิหร่าน ทั้งบ่อนทำลาย ปฏิบัติการลับ เป็นสายลับ หรือดำเนินงานข่าวกรองให้กับสหรัฐฯ และอิสราเอล ตลอดจนห้ามสนับสนุนอิสราเอลหรือมีความร่วมมือกับอิสราเอลทั้งในมิติเศรษฐกิจและเทคโนโลยี อิหร่านยังห้ามประชาชนไม่ให้ใช้สัญญาณดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตจาก Starlink เพื่อหลบเลี่ยงการที่รัฐบาลจะถูกตรวจสอบรวมทั้งติดตาม  และกำหนดให้พฤติกรรมที่เป็นภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัฐ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ รบกวนสัญญาณสื่อสาร และการขัดขวางระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จะต้องโทษประหารชีวิตด้วย การที่ฝ่ายนิติบัญญัติอิหร่านยกระดับโทษสูงสุด สะท้อนว่ารัฐบาลอิหร่านต้องการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของชาติและระบอบการปกครองด้วยกลไกทางกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวอิหร่านตกเป็นเครื่องมือของต่างประเทศ โดยเฉพาะอิสราเอลที่ดำเนินงานข่าวกรองในอิหร่าน และมีรายงานอย่างชัดเจนว่าหน่วยข่าวกรองอิสราเอลแฝงตัวเข้าไปในอิหร่าน จนทำให้อิหร่านต้องถูกโจมตีอย่างหนักเมื่อช่วงกลางมิถุนายน 2568   โดยนอกจากการเพิ่มโทษประหารชีวิต ยังเพิ่มโทษต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยข้อมูล ทำโฆษณาชวนเชื่อ การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และการชุมนุมในช่วงสงครามอีกด้วย กรณีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่อิหร่านเผชิญความขัดแย้งตึงเครียดกับอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยปัจจุบันยังคงมีรายงานการตอบโต้ทางการทหารและการทูตระหว่างกันต่อเนื่อง โดยอิหร่าน-อิสราเอลใช้การตอบโต้ด้วยวิธีการทางทหาร ส่วนอิหร่าน-สหรัฐฯ ใช้การตอบโต้ทางการทูต ล่าสุดเมื่อ 30 มิถุนายน 2568 มีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีเรือนจำ  Evin ในกรุงเตหะรานของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และทำให้นานาชาติกังวลเพราะเรือนจำดังกล่าวไม่ควรตกเป็นเป้าหมายโจมตีของอิสราเอล เพราะมีชาวต่างชาติอยู่ด้วย และขัดแย้งกับเป้าหมายของอิสราเอลที่ก่อนหน้านี้อ้างว่าจะโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารและการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ…

อาเซียนมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนในภูมิภาคโดยใช้ระบบรถไฟเป็นแกนหลัก

ลาวเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม Mekong Tourism Forum 2025 (MTF 2025) ระหว่าง 24-27 มิถุนายน 2568 ณ นครหลวงพระบาง ลาว  ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “United Journey – Stronger Together“ ที่ประชุมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ ASEAN Rail Tourism Corridor (ARTC) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงภูมิภาคแม่โขง ซึ่งระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เมื่อ 25 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมเห็นพ้องเสริมสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคผ่านข้อริเริ่มต่าง ๆ ซึ่ง ASEAN Rail Tourism Corridor (ARTC) เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Strategic Plan – ATSP) เช่นเดียวกัน ARTC ถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มหลักที่จะ ส่งเสริมการเดินทางและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงเมืองสำคัญต่างๆ เช่น สิงคโปร์…

จีน-สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้า : ทำให้ความขัดแย้งผ่อนคลายลงเล็กน้อย

  บรรยากาศความขัดแย้งในประเด็นนโยบายการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากจีนประกาศเมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ว่า จีนกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าทำข้อตกลงการค้าระหว่างกัน โดยผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจีนจะอนุญาตการส่งออกแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ให้กับสหรัฐฯ จากที่ก่อนหน้านี้มีการเข้มงวดและจำกัดการส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราที่สูง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในต้นกรกฎาคม 2568 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีนยังไม่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว พร้อมย้ำว่าจีนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความร่วมมือกับสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ตลอดจนระบุว่าสหรัฐฯ จะต้องยกเลิกมาตรการการค้าที่เข้มงวดต่อจีนด้วย พร้อมกันนี้ ผู้แทนฝ่ายจีนระบุว่าจีนพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจโลกให้เติบโตได้ต่อไป ข้อตกลงกังกล่าวเป็นผลจากการที่ทั้ง 2 ประเทศประกาศนโยบายสงครามการค้าระหว่างกัน จนผู้ประกอบการและนักธุรกิจของทั้ง 2 ฝ่ายวิตกว่าการทำสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้เมื่อพฤษภาคม- มิถุนายน 2568 จีนและสหรัฐฯ ส่งผู้แทนระดับสูงไปหารือกันที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือและแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน การประกาศความร่วมมือระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในประเด็นการค้า ทำให้นานาชาติประเมินสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ปัจจุบันค่อนข้างไม่แน่นอนและคาดการณ์ยาก (uncertainty) ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่มักจะใช้วิธีการประกาศนโยบายที่แข็งกร้าวต่อประเทศอื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เจรจาและต่อรองผลประโยชน์ระหว่างกัน ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แต่อาจทำให้บรรยากาศการค้าโลกไม่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้…

รวันดาและคองโกลงนามในข้อตกลงสันติภาพ มีสหรัฐฯ เป็นผู้ประสานงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากรวันดาและคองโก ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ (peace treaty) ระหว่างกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการยุติความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนาน จากประเด็นชาติพันธุ์ การเมือง และความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธ การลงนามครั้งนี้มีรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ตลอดจนมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ประกาศความสำเร็จในการทำให้ 2 ประเทศยุติความขัดแย้ง และเป็นผลงานการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ สิ่งที่สหรัฐฯ จะได้จากคองโกเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคือ การที่สหรัฐฯ จะเข้าถึงแร่สำคัญในภาคตะวันออกของประเทศ คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงนามในข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้ เป็นขั้นตอนส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในรวันดาและคองโก เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศเผชิญความขัดแย้งตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธ M23 บุกยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของคองโก รวมทั้งพยายามบุกยึดเมืองหลวงและท่าอากาศยานสำคัญ ทำให้การเมืองภายในคองโกขาดเสถียรภาพและมีความรุนแรงต่อเนื่อง จนรัฐบาลคองโก นำโดยประธานาธิบดี Félix Tshisekedi ต้องร้องขอให้สหรัฐฯ ช่วยเหลือ นอกจากนี้ ผู้นำคองโกเชื่อว่ารวันดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน…

สหรัฐฯ ระแวดระวังการถูกอิหร่านโจมตีทางไซเบอร์ และการก่อการร้ายต่อมาตุภูมิสหรัฐฯ

สหรัฐฯ  ระแวดระวังมากขึ้น เพื่อมิให้ตกเป็นเป้าหมายการถูกอิหร่านโจมตีทางไซเบอร์ และการก่อการร้าย เพราะ การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านของสหรัฐฯ เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ยิ่งทำให้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลกมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการถูกโต้กลับจากอิหร่าน ซึ่งเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการทางอากาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ถูกอิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าใส่เกือบ 20 ลูกแล้ว ในประเทศ สหรัฐฯ ก็เสี่ยงที่จะเป้าหมายของอิหร่านเช่นกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หรือ Department of Homeland Security (DHS) เมื่อ 22 มิถุนายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีอุดมการณ์ หรือกลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุนจะยังคงโจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายที่เป็นเครือข่ายที่สำคัญของสหรัฐฯ นอกจากนี้ อาจมีกลุ่มหัวรุนแรง  รวมทั้งคนที่ก่อความรุนแรง และพวกอาชญากรที่เกลียดชังชาวยิวโดยลำพังใช้พื้นที่สหรัฐฯ เป็นการแก้แค้นสหรัฐฯ ให้กับอิหร่าน หน่วยงานด้านปกป้องชายแดน และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ DHS กังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยคุกคามจากกลุ่มผู้ประสงค์ร้ายจากอิหร่านที่แฝงตัวเข้ามา และกลุ่มผู้สนับสนุนหรือเห็นอกเห็นใจอิหร่าน แม้สหรัฐฯ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ที่เฉพาะเจาะจงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงจากกลุ่มดังกล่าว  เนื่องจากมีชาวอิหร่านจำนวน 1,200…

รัสเซียอาจได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รัสเซียน่าจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความสนใจของนานาชาติต่อสงครามในยูเครนลดน้อยลง และขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น โดยพิจารณาจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กรณีสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน การหารือครั้งนั้น ผู้นำรัสเซียได้โอกาสยืนยันต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนว่า ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และจะให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอิหร่านต่อไป ท่าทีของประธานาธิบดีปูตินน่าจะทำให้อิหร่านพอใจและเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะช่วยเหลืออิหร่านหากต้องเผชิญสภาวะสงคราม เป็นการเสริมสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของรัสเซียในฐานะมหาอำนาจโลกที่คัดค้านการปฏิบัติการทางทหารของโลกตะวันตก หรือสหรัฐฯ เหตุการณ์นี้อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียใช้เป็นเหตุผลในการส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี หรือส่งหัวรบนิวเคลียร์ไปประจำการในอิหร่าน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอิสราเอล ซึ่งจะเป็นการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สำคัญระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงร่วม ควบคู่กับขยายบทบาทและอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสูญเสียอิทธิพลในซีเรีย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่รัสเซียจะส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้อิหร่านโดยตรง รัสเซียยังไม่มีแผนการอย่างเป็นทางการที่จะส่งอาวุธให้อิหร่าน เพราะรัสเซียยังจำเป็นต้องใช้อาวุธจำนวนมากในการสู้รบกับยูเครน นอกจากจะเป็นความเคลื่อนไหวแบบปิดลับ ภายใต้กรอบความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า รัสเซียไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออิหร่านในทันที แต่อาจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยให้อิหร่านประกาศอนุมัติแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการค้ำประกันความมั่นคงและการช่วยเหลือ หากเผชิญสงคราม โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่รัฐบาลอิหร่านประกาศอนุมัติปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทันทีหลังจากการหารือกับผู้นำรัสเซีย อาจเป็นไปเพื่อให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้รัสเซียได้โอกาสขายน้ำมันและพลังงานในราคาและปริมาณที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรการซื้อ-ขายน้ำมันและพลังงานจากหลายประเทศ แม้ว่าจะมีรายงานการทำข้อตกลงซื้อ-ขายพลังงานระหว่างรัสเซียกับบางประเทศ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้น ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในห้วงนี้ ประกอบกับการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียขายน้ำมันได้มากขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจเบี่ยงเบนความสนใจของนานาชาติจากสงครามในยูเครน…

ที่ประชุมสุดยอดเนโตปี 2568 มีเป้าหมายหลักในการจะเพิ่มงบประมาณ

การประชุมสุดยอดเนโต ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ระหว่าง 24-25 มิถุนายน 2568  เป็นการประชุมประจำปีที่มีการหารือประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศที่สำคัญ นาย Mark Rutte เลขาธิการเนโตระบุเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 คาดหวังให้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีการหารือและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เรื่องความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคใหม่ โดยมีมุมมองว่าโลกเผชิญอันตรายมากกว่าที่ผ่านมา และมีภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ผู้นำประเทศต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้ และร่วมกันทำให้ความร่วมมือในกรอบเนโตเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งต่อไป การประชุมสุดยอดเนโตครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากสมาชิกเนโตจะต้องอนุมัติ New Defence Investment Plan ซึ่งจะให้ประเทศสมาชิกจัดสรรรายจ่ายเพื่อสนับสนุนเนโตร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รวมทั้งร่วมมือกันกระตุ้นและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธในกลุ่มประเทศเนโต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงทางการทหาร และเศรษฐกิจ การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือยูเครน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรนอกเนโตและประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะเนโตตระหนักถึงความท้าทายด้านความมั่นคงและการทหารจากความเคลื่อนไหวและขยายอิทธิพลของจีน ซึ่งปัจจุบันมี 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก เป็นพันธมิตรหลักนอกเนโต ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการพบหารือกับผู้นำทั้ง 4 ประเทศ…

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ จะหยุดยิงต่อเมื่ออิสราเอลหยุดก่อน

  อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ด้วยขีปนาวุธ เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ตามที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ประกาศไว้ว่าอิหร่านอาจใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่ ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการทางอากาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีทหารอเมริกันอยู่ประมาณ 8,000 คน นับว่าเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เบื้องต้นไม่พบว่าได้รับความเสียหายรุนแรง เนื่องจากสหรัฐฯ และกาตาร์ได้ร่วมมือกันยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันฐานทัพดังกล่าวไว้แล้วล่วงหน้า โดยใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ยืนยันว่าฐานทัพดังกล่าวตกเป็นเป้าโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้อย่างน้อย 19 ลูก อย่างไรก็ดี ฐานทัพ Al Udeid  ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เพราะสหรัฐฯ ได้อพยพเครื่องบิน และยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ ๆ ออกจากฐานทัพนี้ไปก่อนที่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 แล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นเป้าหมายการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกาตาร์ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนข้อมูลเรื่องการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ไม่เป็นความจริง โดยก่อนหน้านี้…

รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการปรับปรุงทางหลวง R13 ใต้ (นครหลวงเวียงจันทน์-แขวงบอลิคำไซ)

  ห้วงปลายมิถุนายน 2568 รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ (R13 ใต้) มูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 21 ถึงกิโลเมตรที่ 71 เชื่อมระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ – แขวงบอลิคำไซ (ตรงข้าม จ.บึงกาฬ) เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้า การเชื่อมโยงภูมิภาค และความปลอดภัยบนถนน โดยจะขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง (ระยะทาง 20 กม.) ส่วนที่เหลือเน้นการซ่อมแซมตามมาตรฐานสากล พร้อมลาดยางมะตอย สามารถรองรับน้ำหนัก 11 ตัน โครงการดังกล่าวเป็นสัญญาร่วมทุนระหว่าง บริษัท Road No.8 Construction Enterprises กับบริษัท Somxay Chalern Construction Road and Bridge Sole ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวง กระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว…

ญี่ปุ่นจะขยายความช่วยเหลือด้านความมั่นคงในต่างประเทศผ่านกรอบ OSA

  ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและการทูตของญี่ปุ่นในปี 2568 ยังคงได้รับความสนใจจากประเทศพันธมิตรและประเทศในภูภาคเอเชียตะวันออก เฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งจับตามนโยบายขยายความช่วยเหลือด้านการทหารผ่านกรอบ OSA หรือ Official Security Assistance อย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานจากสื่อญี่ปุ่นเมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการทบทวนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ต่างประเทศประจำปี 2568  โดยพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณภายใต้กรอบ OSA จำนวนประมาณ 8,000,000,000 เยน หรือประมาณ 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับประเทศใดบ้าง กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประกาศแนวทางการใช้ความช่วยเหลือ OSA ประจำปี 2568 เมื่อเมษายน 2568 โดยระบุว่า งบประมาณ OSA ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากงบประมาณเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะญี่ปุ่นพิจารณาว่าปัจจุบันความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศต่าง ๆ สำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงให้ญี่ปุ่น  รวมทั้งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังย้ำว่า OSA แตกต่างจาก ODA หรือ Official Development Assistance…