รัสเซียโจมตีบ้านเกิดผู้นำยูเครน สร้างความเสียหายมากที่สุดในรอบปี

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายได้ด้วยการเจรจา ล่าสุดเมื่อ 5 เมษายน 2568 มีรายงานว่ารัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih บ้านเกิดของผู้นำยูเครนอย่างหนัก ด้วยขีปนาวุธ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ได้รับบาดเจ็บเกือบ 80 ราย รวมทั้งเด็กและเยาวชน สื่อมวลชนประเมินว่าเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในห้วงปี 2568 สะท้อนว่าความพยายามของนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้นำรัสเซียยุติการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายพลเรือนในยูเครน ล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ เมือง Kryvyi Rih อยู่บริเวณตอนกลางของยูเครน มีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 600,000 คน ก่อนหน้านี้ รัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน  

อิหร่านเตือนความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

ทางการอิหร่านเมื่อ 3 เมษายน 2568 ยกระดับการป้องกันภัยคุกคามจากการโจมตีโดยต่างประเทศ พร้อมกับเตรียมพร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีมาตุภูมิอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อิหร่านให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฮะมาส กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่มฮูษี ตลอดจนเพิ่มการประจำการยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งอิหร่านประเมินว่าเป็นการเตรียมความพร้อมกดดันและโจมตีอิหร่านเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเชื่อว่า สหรัฐฯ ต้องการข่มขู่อิหร่านเพื่อกดดันให้ต่ออายุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) และปรับให้ข้อตกลงดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในปลายปี 2568 

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าร้อยละ 34

บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ประเทศคู่ค้าอย่างน้อยร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 เป็นต้นไป นอกจากกรณีดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้จีน คู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อ 5 เมษายน 2568 ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ครอบคลุมสินค้าทุกประเทศ โดยจีนจะเริ่มใช้มาตรการนี้สัปดาห์หน้า เหตุการณ์นี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่แรงที่สุดตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ ทำสงครามการค้าระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ อ้างว่าจีนมีนโยบานการค้าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกล่าวโทษเมื่อห้วงต้นปี 2568 ว่าจีนไม่แก้ไขปัญหาการค้ายาเสพติด สหรัฐฯ จึงกดดันจีนด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เมื่อ กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ตัดสินถอดถอนประธานาธิบดี

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำตัดสินถอดถอนประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ ใน 4 เมษายน 2568 หลังจากประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอลใช้อำนาจสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อ ธันวาคม 2567 เพื่อรับมือกับข่าวลือที่ว่ามีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนไหวเพื่อปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง มีความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในจากเกาหลีเหนือ และก่อความไม่สงบในประเทศ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและนักการเมืองในเกาหลีใต้จำนวนมากคัดค้านการประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าว เพราะกระทบความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ และมองว่าประธานาธิบดียูนแสวงประโยชน์ทางการเมือง ทำให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้ลงมติยกเลิกกฎอัยการศึก โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเกาหลีใต้จำนวนมาก หลังจากนั้น ประธานาธิบดียูน ซ็อก-ยอลถูกวิจารณ์เชิงลบมาโดยตลอดว่าใช้วิธีการแบบผู้นำเผด็จการ และเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ลาออกจากตำแหน่ง

ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 3 เมษายน 2568 ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อทบทวนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยแนะนำให้ประเทศอื่น ๆ มีข้อเสนอสำคัญมากพอที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบาย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่านโยบายของเขาจะประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคทางเศรษฐกิจให้ชาวอเมริกัน ตลอดจนสร้างอำนาจการต่อรองให้สหรัฐฯ ในความร่วมมือต่าง ๆ มากขึ้น และประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จะกลับมามั่นคงเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าปัจจุบันจะผันผวนและตกต่ำลงอย่างมาก เพราะนักลงทุนวิตกว่านโยบายภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่แน่นอน นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่านโยบายของสหรัฐฯ ครั้งนี้ทำให้เกิดระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบไม่แน่นอน (uncertainty) ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่สหรัฐฯ เองอาจได้รับผลกระทบและเผชิญเศรษฐกิจถดถอยได้เช่นกัน

จีนเสร็จสิ้นการฝึกทหารร่วมรหัส Strait Thunder-2025A เน้นป้องปรามไต้หวัน

กองทัพจีน (PLA) ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินซานตง (Shandong) ปฏิบัติการและฝึกซ้อมในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้ช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องปรามความเคลื่อนไหวที่อาจเป้นภัยคุกคามต่อจีน โดยเมื่อ 2 เมษายน 2568 จีนระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Shandong และกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีน สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวของไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการนำเข้าพลังงาน เส้นทางการรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากต่างประเทศ และเส้นทางหลบหนี เพราะจากการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศจีน รหัส “Strait Thunder-2025A” สะท้อนชัดเจนว่าจีนสามารถโจมตีไต้หวันได้ทั้งเป้าหมายบทบกและบนทะเล ตลอดจนสามารถเคลื่อนกำลังพลไปยังภาคตะวันออกของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว

อิสราเอลขยายปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา มุ่งสร้าง Security Zones

รัฐบาลอิสราเอลประกาศเมื่อ 2 เม.ย.68 ขยายปฏิบัติการทางการทหารในฉนวนกาซา เป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ พร้อมกับสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากพื้นที่สงคราม อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติการภาคพื้นดิน นักวิเคราะห์เชื่อว่าอิสราเอลจะใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลยังประกาศว่า กองทัพอิสราเอลจะสร้างพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือ Security Zones ในฉนวนกาซา ซึ่งภายหลัง นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลระบุว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อประจำการทหารอิสราเอล ชื่อ Morag corridor ทั้งนี้ อิสราเอลเคยยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซาชั่วคราว ได้แก่บริเวณเมือง Rafah และ Khan Younis ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า Security Zones อาจครอบคลุมพื้นที่บริเวณพรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซาทั้งหมด

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ รวมทั้งไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศร้อยละ 10 ตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 และขึ้นภาษีนำเข้าแบบเฉพาะเจาะจงต่อประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ 9 เมษายน 2568 เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยแต่ละประเทศคู่ค้าจะถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแตกต่างกัน และสินค้าบางรายการจะถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ เหล็กและอะลูมิเนียม ทองแดง ยารักษาโรค อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุบางชนิดและพลังงาน มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างยุคทอง (Golden Age)  และปลดปล่อย (Liberation Day) ชาวอเมริกันจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และทำให้สหรัฐฯ ไม่เสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศอีกต่อไป