พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเริ่มการประชุมคัดเลือกผู้นำสูงสุด

สื่อต่างประเทศติดตามการประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่าง 19-25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปีเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดของพรรคและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ /ผู้นำสูงสุดเวียดนาม และนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวพร้อมสมาชิกพรรคและคณะผู้แทนระดับสูง ที่บริเวณ Pham Hung Street ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีผู้แทนสมาชิกพรรคจำนวน 1,586 คน เข้าร่วมการประชุมเพื่อสะท้อนมุมมองของสมาชิกพรรคจำนวนมากกว่า 5.6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะหารือกันภายใต้หลักการความสามัคคี ประชาธิปไตย มีวินัย ก้าวหน้าและพัฒนา (Solidarity, Democracy, Discipline, Breakthrough and Development) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ การประชุมนี้ มีเอกสารรายงาน 4 ฉบับที่พรรคคอมมิวนิสต์จะต้องพิจารณาระหว่างการประชุม ได้แก่ รายงานการเมือง รายงานการทบทวนนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ รายงานการทบทวนระเบียบของพรรค และรายงานรับรองผลงานของรัฐบาลและคณะกรรมาการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 13 ที่ผ่านมา ซึ่งในการประชมุครั้งนี้…

เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics – NBS) เมื่อ 19 มกราคม 2569 เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจจีน (GDP) เมื่อปี 2568 เติบโตร้อยละ 5 หรือ 19.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ แม้ว่าจะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ภาคบริการและการผลิต ขณะที่ดัชนีด้านการลงทุนและการบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ และสงครามการค้าของสหรัฐฯ การเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อทิศทางการกำหนดนโยบายของรัฐบาลจีน ในการประชุมสำคัญที่จะมีขึ้นในปี 2569 เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปี 2569-2573 โดยดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 สะท้อนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภาคอุตสาหกรรม การบริการ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพ จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนต่อไปในระยะยาว สื่อต่างประเทศสนใจรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ไม่ใช่เพราะเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลกเท่านั้น แต่เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าจะเผชิญมาตรการภาษีจากผู้นำสหรัฐฯ  สะท้อนว่าจีนยังคงส่งออกไปต่างประเทศได้มากพอที่จะทำให้ได้เปรียบดุลการค้าเมื่อปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนประเมินว่าจีนอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ชัดเจนมากขึ้นในปี 2569 นอกจากนี้…

“ทิศทางเศรษฐกิจเวียดนามปี 2569 : โอกาส ความเสี่ยง และผลสะเทือนต่ออาเซียน”

เวียดนามเพื่อนบ้านในอาเซียนกำลังเป็น “ดาวรุ่ง” ที่พุ่งแรงที่สุดในภูมิภาค และเติบโตในฐานะกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของอาเซียน ทิศทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2569 อยู่ในระดับที่เรียกว่า “High Growth” คือขยายตัวสูงกว่าทั้งค่าเฉลี่ยของอาเซียนและค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกอย่างเห็นได้ชัด…… ขอย้อนไปเมื่อปี 2568 การเติบโตทางเศรษฐกิจของ GDP ของเวียดนาม สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.5 ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่า อยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.6-6.8 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สวยงามมากเลย…. และในปี 2569 รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ถึงร้อยละ 10 ขณะที่สถาบันการเงินอื่น ๆ ประเมินไว้ที่ประมาณร้อยละ 7.2-7.5 แต่ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างไทย หรือสิงคโปร์ที่อัตราการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 2-3 เท่านั้น โครงสร้าง GDP ของเวียดนามก็ยังมีสัดส่วนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและการผลิต ภาคการส่งออกและภาคบริการที่เริ่มขยายตัวมากขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเวียดนามมาก ๆ คือ เวียดนามไม่ได้เป็นแค่ประเทศรับจ้างผลิตราคาถูกเหมือนเมื่อก่อน แต่เริ่มขยับไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ที่ย้ายฐานมาจากจีนและไต้หวัน ทำให้เวียดนามกลายเป็น…

หัวหน้ากลุ่ม Black Basta ถูกเพิ่มรายชื่อในบัญชีบุคคลที่ต้องการตัวมากที่สุดของสหภาพยุโรปและอินเตอร์โพล

เว็บไซต์ The Hacker News รายงานเมื่อ 17 ม.ค.69 ว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของยูเครนและเยอรมนี ได้ระบุตัวตนสมาชิกกลุ่มอาชญากรรมทางไซเบอร์ Black Basta ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (RaaS) ที่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย โดยมีการออกหมายประกาศตำรวจสากลสีแดง (Interpol Red Notice) และเพิ่มชื่อ นาย Oleg Yevgeniyevich Nefedov สัญชาติรัสเซีย หัวหน้ากลุ่มฯ ลงในบัญชีบุคคลที่ต้องการตัวมากที่สุดของสหภาพยุโรป ผลการสืบสวนพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญระดับสูงในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยทางเทคนิค โดยเฉพาะการใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทางเพื่อโจรกรรมข้อมูลรหัสผ่านและเข้ารหัสระบบสารสนเทศเพื่อกรรโชกทรัพย์ ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาในยูเครน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาจากการกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก กลุ่ม Black Basta เริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2565 ก่อเหตุโจมตีองค์กรกว่า 500 แห่งทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่รั่วไหลเผยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างหัวหน้ากลุ่มกับหน่วยข่าวกรองและนักการเมืองระดับสูงของรัสเซีย รวมถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มอาชญากรทางไซเบอร์รายใหญ่ในอดีต อาทิ กลุ่ม Conti และ Ryuk ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันกลุ่ม Black Basta จะยุติบทบาทลงภายหลังการถูกเปิดโปงข้อมูลภายในเมื่อช่วงต้นปี 2568 แต่จากรายงานด้านความมั่นคงพบว่า สมาชิกกลุ่มได้มีการปรับตัวและโยกย้ายไปร่วมงานกับกลุ่มแฮ็กเกอร์รายใหม่อย่างกลุ่ม…

อินโดนีเซียกับการทูตสามเส้า : สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย

นอกจากมีบทบาทนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหนึ่งในตัวแสดงสำคัญในโลกมุสลิม อินโดนีเซียยังมีความโดดเด่นในการดำเนินนโยบายต่างประเทศและการสร้างสมดุลความสัมพันธ์กับสามประเทศหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน หรือรัสเซีย…ในยุคอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศ G20 เมื่อพฤศจิกายน 2565 เป็นโอกาสสำคัญของอินโดนีเซียในการแสดงศักยภาพการจัดการประชุมระดับโลก โดยเฉพาะการเยือนรัสเซียและยูเครนในระหว่างสงครามเพื่อโน้มน้าวให้ผู้นำทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุมทำให้ภาพผู้นำอินโดนีเซียในเวทีการเมืองระหว่างประเทศแจ่มชัดยิ่งขึ้น และเสริมภาพการเป็นประเทศระดับกลาง (middle power) ของอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องในการยกระดับบทบาทในภูมิภาคและโลก … มาในยุคประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อินโดนีเซียยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจในยุคโลกหลายขั้ว (multiple poles of power) บนพื้นฐานการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่เป็นอิสระควบคู่กับการกระจายความเสี่ยง เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลกภายในปี 2588 ภายใต้วิสัยทัศน์ Golden Indonesia 2045 มุ่งมั่นจะพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาภายใน โดยใช้นโยบายต่างประเทศเป็นเครื่องมือ ดังนั้น ตลอดปี 2568 จึงปรากฏภาพการเยือนต่างประเทศและการพบปะกับผู้นำและผู้แทนของประเทศต่าง ๆ ของประธานาธิบดีซูเบียนโตบ่อยครั้ง โดยมีประเด็นหลักในการพูดคุยคือเรื่องเศรษฐกิจ (transactional diplomacy) ซึ่งการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวของผู้นำอินโดนีเซียจะยังดำเนินต่อไปในปี 2569 เพื่อเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย (Market diversification) และมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream Industrialisation…

ไทยต้องพัฒนาบุคลากรเพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นศูนย์กลางผลิตเซมิคอนดักเตอร์

Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเป้าหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลางผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยระบุว่า แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยังตามหลังมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เริ่มพัฒนาไปก่อน ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีเพียงนโยบายกว้าง ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง แต่ปัจจุบันไทยมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 25 ปี เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องสร้างผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรรุ่นใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบความสำเร็จ

ธนาคารโลกสนับสนุน สปป.ลาว ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร

ธนาคารโลก (World Bank-WB) อนุมัติโครงการใหม่ เมื่อ 16 ม.ค.69 ให้กับ สปป.ลาว ภายใต้ชื่อ “การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรแนวหน้าในภาคการศึกษาและสาธารณสุข” (Improving Frontline Workers Performance in Education and Health) โครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 6 ปี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรด้านการศึกษาและสาธารณสุขใน สปป.ลาว และมีมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรมนุษย์ และสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องของครูระดับประถมศึกษา ผ่านการสังเกตการสอนในห้องเรียน การประเมินผลการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมให้ทันสมัย

เยอรมนีเตรียมส่งทหารไปยังกรีนแลนด์

กห.เยอรมนีแถลงเมื่อ 14 ม.ค.69 ว่า เตรียมส่งทีมทหารลาดตระเวน จำนวน 13 นาย ไปยังกรีนแลนด์ตั้งแต่ 15 – 17 ม.ค.69 ตามคำเชิญของเดนมาร์ก โดยเยอรมนีจะเข้าร่วมภารกิจสำรวจโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสนับสนุนทางทหารเพื่อสนับสนุนเดนมาร์กในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค อาทิ ขีดความสามารถในการเฝ้าระวังทางทะเล ซึ่งทหาร 13 นายจะเดินทางโดยเครื่องบินขนส่ง Airbus A400M ไปที่เมืองนูอุก เพื่อทำภารกิจสำรวจร่วมกับประเทศพันธมิตร โดยเยอรมนีเป็นประเทศที่สาม ต่อจากสวีเดน และนอร์เวย์ ที่ส่งกำลังทหารไปยังกรีนแลนด์ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความต้องการที่จะผนวกกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เตรียมระงับการออกวีซา 75 ประเทศรวมถึงไทย

  สำนักข่าว Fox News รายงานเมื่อ 14 ม.ค.69 ว่า กต.สหรัฐฯ จะระงับการพิจารณาอนุมัติวีซาถาวรสำหรับผู้เดินทางจาก 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย รัสเซีย และอิหร่าน โดยจะเริ่มตั้งแต่ 21 ม.ค.69 เป็นต้นไป รายงานข่าวอ้าง กต.สหรัฐฯ ที่สั่งการให้ สอท.ปฏิเสธคำร้องขอวีซ่า เพื่อเข้าสู่กระบวนการทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานใหม่ การระงับชั่วคราวนี้เป็นผลมาจากมาตรการกวาดล้างการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะคัดกรองผู้สมัครที่มีแนวโน้มจะต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐและเป็นภาระต่อสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามนโยบาย America First ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เวเนซุเอลาเปิดรับการลงทุนน้ำมันจากต่างชาติ

นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงนโยบายครั้งแรกหลังรับตำแหน่งต่อรัฐสภาเวเนซุเอลา ณ กรุงการากัส เมื่อ 15 ม.ค.69 โดยประกาศแผนปฏิรูปเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมน้ำมัน และพร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ ท่าทีดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนทิศทางประเทศครั้งสำคัญหลังอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ถูกสหรัฐฯ จับกุมตัว นางโรดริเกซ ระบุว่ารายได้จากการส่งออกน้ำมันจะถูกนำเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลา และยืนยันพร้อมเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องความเคารพในอธิปไตยของเวเนซุเอลา แม้บรรยากาศการเมืองในประเทศยังมีความไม่แน่นอนจากการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านก็ตาม