สศช.เผยแพร่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเมื่อไตรมาส 2/2569

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส เมื่อ 2/2569 และประเมินทั้งปี 2569 เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 โดยเศรษฐกิจไทย เมื่อ ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอตัวลดลงจากร้อยละ 2.8 เมื่อไตรมาส 1/2569 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569  คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.0-2.5  จากร้อยละ 2.4 เมื่อปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวสูงของการลงทุนภาคเอกชน  การบริโภคครัวเรือน   และการส่งออกสินค้าที่คาดว่ามูลค่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 15.1 สำหรับเศรษฐกิจไทย เมื่อ ไตรมาส 2/2569 การใช้จ่าย และการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 3.3 ในไตรมาสก่อน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส นับตั้งแต่ปลายปี 2565 การลงทุนภาครัฐกลับปรับตัวลดลงร้อยละ 1.6 เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3…

จับตามองการพบหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ

การดำเนินนโยบายกลับมาใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เวทีระหว่างประเทศต้องจับตามองว่าสหรัฐฯ จะทำให้ภูมิภาคเอเชีย เฉพาะอย่างยิ่งคาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ และปลอดความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ได้หรือไม่ หลังจากทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้อนแรง โดยยังไม่สามารถลดความขัดแย้งกับอิหร่าน และทำให้อิหร่านปลอดนิวเคลียร์ได้ รวมทั้งยังทำให้ร้อนแรงขึ้น ด้วยการขู่ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการบางประการต่อโอมานที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด หลังจากอิหร่านอ้างว่าบรรลุข้อตกลงกับโอมานในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุชจะเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า จะมีการพูดคุยกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันก็สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม/กลาโหมของสหรัฐฯ ลดขนาดการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ที่เริ่มฝึกเมื่อ 18  สิงหาคม 2569 รวม 10 วันโดยให้เหตุผลว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเกาหลีใต้ไม่ได้ให้การช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งการฝึกร่วมกับเกาหลีใต้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการที่สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือจะมีการพูดคุยกัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ตอบรับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือ โดยมีการกำหนดเงื่อนไขใด ๆ…

อินโดนีเซียจะช่วยเหลือฝึกทักษะการใช้อาวุธแก่กำลังพลกัมพูชา

ถ้อยแถลงของนาย Krishnajie Partadiredja รักษาการอุปทูต ประจำ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงพนมเปญ เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า ในปี 2569 อินโดนีเซียจะเน้นไปที่การฝึกอบรมทักษะกำลังพลทหารและตำรวจกัมพูชา ให้สามารถใช้งานอาวุธที่อินโดนีเซียจัดสรรให้ในห้วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะอย่างยิ่ง อาวุธปืนขนาดเล็กและกระสุนปืนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านกลาโหมของอินโดนีเซีย PT Pindad มากกว่าการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่ นอกจากนี้ นาย Partadiredja ยังระบุถึงความก้าวหน้าของความสัมพันธ์  ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการเยือนกรุงจาการ์ตาของนายฮุน มานี รอง นรม.กัมพูชา มูลค่าการค้าระหว่างกันที่เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รวมถึงการผลักดันให้เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่น พนมเปญ-จาการ์ตา พนมเปญ-บาหลี และเสียมราฐ-บาหลี

สหรัฐฯ ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินของสถาบันการศึกษากับหน่วยงานต่างชาติ

กห.สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 17 ส.ค.69 สั่งสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ 30 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส  มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก   และมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์  ให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินกับหน่วยงานต่างชาติบางแห่ง โดยเฉพาะจากจีน อิหร่าน และรัสเซีย รวมถึงสถาบันขงจื๊อ  ตาม Section 1286 ของกฎหมายงบประมาณกลาโหมประจำปี 2562  เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลาง โดยสหรัฐฯ มุ่งปกป้องงานวิจัยและเงินทุนด้านการวิจัยจากภาษีของชาวอเมริกัน รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องประเมินความเสี่ยงและจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการยุติความร่วมมือกับหน่วยงานต่างชาติที่มีความเสี่ยง และต้องแจ้งต่อ กห.สหรัฐฯ ภายใน 31 ส.ค.69

ฝรั่งเศสระงับกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์

คณะมนตรีรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมีคำวินิจฉัยระงับร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการสื่อสาร รวมถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประชาชน

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทไทยอาจแข็งค่าในระยะสั้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ ว่าการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.9 นับตั้งแต่ต้น ส.ค. 69 อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น เนื่องจาก ธปท.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ในการประชุม กนง. ใน 26 ส.ค. 69 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าสู่ระดับ 33.50 – 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 โดยภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง อีกทั้งไทยอาจเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณปัญหาการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยเฉพาะการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

การค้าอาเซียน-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 ในครึ่งแรกของปี 2569

สำนักงานศุลกากรจีน (General Administration of Customs of China-GACC) ระบุว่า การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่า 4.34 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 643,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยสินค้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น มีมูลค่า 2.86 ล้านล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการค้ารวม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่คุณค่าระหว่างอาเซียนกับจีนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การค้าระหว่างอาเซียนกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ทำสถิติสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รวมถึงการเชื่อมโยงด้านโครงข่ายคมนาคมระหว่างอาเซียน-จีน มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการค้าและการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ

เวียดนามมุ่งดึงดูด FDI คุณภาพสูงเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ส.ค.69 อ้างนาย Nguyen Hoa Cuong รอง ผอ.สถาบันศึกษานโยบายและยุทธศาสตร์ สังกัดคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ว่า เวียดนามเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการที่มีคุณภาพสูงและมีมูลค่า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสีเขียว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในห้วงปี 2569-2573 ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.-ก.ค.69 เวียดนามรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ปัจจุบันเวียดนามมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 425 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมพหุประสงค์ 299 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 92,000 เฮกตาร์ (575,000 ไร่)

ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนรัสเซีย

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะพบกับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่จะยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการใน 18 ส.ค.69 เพื่อหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือรอบด้าน สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศและภูมิภาค รวมถึงการลงนามข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันหลายฉบับ

ผู้นำรัสเซียชื่นชมพัฒนาการความสัมพันธ์กับอินโดนีเซีย

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เมื่อ 17 ส.ค.69 แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพ พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของอินโดนีเซียในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนบทบาทของอินโดนีเซียในเวทีระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้กรอบความร่วมมือ BRICS+ และการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย เมื่อ 17-18 มิ.ย.69 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินชื่นชมความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียที่พัฒนาไปได้ด้วยดี โดยรัสเซียมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับอินโดนีเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งคาดหวังว่าประธานาธิบดีซูเบียนโต จะเข้าร่วมการประชุมนานาชาติด้านเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum – EEF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 1-4 ก.ย.69 ที่เมืองวลาดีวอสตอค รัสเซีย