ผู้ชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่เยือนจีน

นาง María Fernanda Espinosa Garcés อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ แทนที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ชาวโปรตุเกส ที่จะหมดวาระในปลายปี 2569 เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง จีน เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อพบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน โดยมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายหารือกันประเด็นการเพิ่มพูนบทบาทของสหประชาชาติ (UN) ให้เป็นกลไกกลางแก้ไขปัญหาสำคัญระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งขยายความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติกับจีน พร้อมกันนี้ นาง Espinosa ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนสนับสนุนหลักการจีนเดียว (one-China principle) รวมทั้งสนับสนุนข้อริเริ่มของรัฐบาลจีนที่จะส่งเสริมสันติภาพโลก ตลอดจนชื่นชมบทบาทของจีนที่ส่งเสริมความร่วมมือแบบพหุภาคี และปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ผู้ชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ยังแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนจีนให้มีบทบาทด้านการขับเคลื่อนความร่วมมือ 3 เสาหลักของสหประชาชาติ ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนา และการปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน สนับสนุนให้สหประชาชาติแสดงบทบาทมากขึ้นเพื่อปกป้องสมาชิกทุกฝ่าย พร้อมเห็นพ้องว่าการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ จะมีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตขององค์กร รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศสมาชิก ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ทยอยแสดงวิสัยทัศน์และบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีผู้ลงสมัครแล้วอย่างน้อย 7 คน ซึ่งนาง…

ความเคลื่อนไหวของประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อลดความขัดแย้งในภูมิภาค

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางใน ต้นกรกฎาคม 2569  น่าจับตามองไปที่ความเคลื่อนไหวของประเทศในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศรอบอ่าว เนื่องจากมีความพยายามหลากหลายรูปแบบที่จะจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่เป็นคู่ขัดแย้งที่ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพระหว่างกัน ทำให้ประเทศที่อยู่ในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีที่ตั้งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ จุดขัดแย้งสำคัญ ต้องแสดงบทบาทเพื่อรักษาบรรยากาศความมั่นคง ล่าสุดเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า โอมานเสนอร่างแผนการบริหารการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของอิหร่าน ที่เสนอให้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทจ่ายค่าใช้บริการ (service fee) ให้โอมานและอิหร่านด้วย พร้อมยืนยันว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ใช่ค่าธรรมเนียมผ่านทาง อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับร่างแผนนี้ และจะหารือกับโอมานต่อไปในสัปดาห์นี้ แต่สื่อมวลชนบางสำนักระบุว่า อิิหร่านและโอมานกำลังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมช่องแคบฮอร์มุซกับโอมานเป็นครั้งแรกที่กรุงมัสกัต เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 นอกจากความเคลื่อนไหวของโอมาน กาตาร์ก็จัดการหารือกับผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีรายงานเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีกาตาร์พบหารือกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮา จากนั้นหารือกับคณะผู้แทนฝ่ายอิหร่าน และเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะหารือกันต่อไปที่กาตาร์ ทั้งรูปแบบการพบหารือโดยตรงและโดยอ้อม แต่จะไม่ใช่การเจรจาระหว่างผู้แทนระดับสูง…

อัตราเงินเฟ้อลาวปรับลดลงเหลือร้อยละ 7.4

รายงาน กค.ลาว เมื่อ 29 มิ.ย.69 ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเมื่อ มิ.ย.69 อยู่ที่ร้อยละ 7.4 ลดจากเมื่อ พ.ค.69 ซึ่งที่ร้อยละ 9 แบ่งเป็นหมวดที่อยู่อาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ปรับขึ้นร้อยละ 20.1 จากจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2568  ขณะที่หมวดการศึกษา สาธารณะสุขและยารักษาโรค และการสื่อสารและขนส่ง ปรับขึ้นร้อยละ 12.3  11.8 และ 11.6 ตามลำดับ กค.ลาว ระบุด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กับสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลลาวให้คำมั่นสานต่อนโยบายด้านการเงิน และประสานงานกับธนาคารชาติลาว (BOL) เพื่อดำเนินมาตรการที่จำเป็น อาทิ การออกพันธบัตรรัฐบาล รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ เป้าหมายรักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของลาว

เกาหลีเหนือเพิ่มการส่งออกถ่านหินผ่านจีนและรัสเซีย

รายงานร่วมขององค์กร Citizens’ Alliance for North Korean Human Rights (NKHR) ของเกาหลีใต้ และสถาบันวิจัย Data Desk ของสหราชอาณาจักร ว่า เกาหลีเหนือเพิ่มการส่งออกถ่านหินและแร่ธาตุกว่า 5 เท่า ในห้วงปี 2562-2568 โดยผ่านจีนและรัสเซีย รวมถึงใช้แรงงานบังคับในเหมืองแร่ ซึ่งขัดต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่า จำนวนเรือสินค้าที่เข้าออกท่าเรือหลัก 5 แห่งของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะท่าเรือนัมโป เพิ่มขึ้นจาก 783 เที่ยว ห้วงปี 2562 เป็น 3,756 เที่ยว ในห้วงปี 2568 รวมถึงมีเรือที่ถูกคว่ำบาตรเข้าเทียบท่าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนือได้ส่งออกถ่านหินประมาณ 1.5 ล้านตัน เมื่อปี 2568 และปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นของรัสเซีย เพื่อส่งออกไปยังจีนและประเทศอื่น โดยรายได้จากการค้าถ่านหินส่วนใหญ่ถูกนำไปสนับสนุน กห. และหน่วยงานความมั่นคงของเกาหลีเหนือ

อินเดียวางบทบาทการเป็นศูนย์กลางการผลิตโลกและมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ

นาย Vinay Mohan Kwatra ออท.อินเดีย/สหรัฐฯ ระบุระหว่างการประชุม The US-India Strategic Partnership Forum (USISPF) ครั้งที่ 9 ที่กรุงวอชิงตัน ดี. ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 29 มิ.ย.69 ว่า อินเดียวางบทบาทการเป็นจุดหมายสำหรับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องการกระจายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ ซึ่งอินเดียสามารถเป็นเสาหลักของการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลกในห้วงที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อินเดียเร่งเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด และการผลิตเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของอินเดีย นอกจากนี้ พร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรกลุ่ม G20

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง มิ.ย.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง มิถุนายน 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

เกษตรกรไทยกังวลโรงไฟฟ้าก๊าซอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น

  Mongabay ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าบูรพา โรงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนน้ำและมลพิษทางอากาศในพื้นที่รุนแรงขึ้น จากเดิมที่เผชิญปัญหาจากการการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยกลุ่มผู้คัดค้านและนักวิเคราะห์เห็นว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรองล้นระบบ การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มจึงไม่มีความจำเป็น และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซ LNG อาจทำให้ไทยติดกับดักการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าล่าช้า

อินโดนีเซียเสนอส่งออกข้าว 10,000 ตัน ไปยังสิงคโปร์

รมว.กษ.อินโดนีเซีย แถลงผลการหารือกับ นาง Grace Fu รมว.ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ เมื่อ 29 มิ.ย.69 ที่กรุงจาการ์ตา ว่า อินโดนีเซียได้เสนอการจัดหาสินค้าเกษตรแก่สิงคโปร์์เพิ่มขึ้น รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะข้อเสนอส่งออกข้าว จำนวน 10,000 ตัน ไปยังสิงคโปร์ รวมถึงไก่ ไข่ น้ำมันปาล์ม มะพร้าว และสินค้าอื่น ๆ โดยอ้างถึงความพร้อมที่อินโดนีเซียมีปริมาณสำรองข้าว จำนวน 5.1 ล้านตัน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์และเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ จึงวางแผนที่จะส่งออกข้าวเพื่อเสริมสร้างบทบาทผู้จัดหาอาหารระดับภูมิภาคต่อไป ขณะที่นาง Fu ระบุว่าถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขยายความร่วมมือ เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดมากและมีศักยภาพในการจัดหาอาหาร ขณะที่สิงคโปร์พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นส่วนใหญ่

การปราบปรามการทุจริตในจีน จะเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองภายในประเทศ

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.69 อ้างการประเมินของสภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (MAC) ว่า จีนกำลังทำให้การดำเนินมาตรการปราบปรามการทุจริตกลายเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองภายในประเทศ โดยสะท้อนจากกรณีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งดำเนินการสอบสวนและปลด จนท.ระดับสูง รวม 20 ราย ฐานละเมิดวินัยและทุจริตเมื่อห้วงไตรมาสแรกของปี 2569 (10 ราย/ม.ค.69, 5 ราย/ก.พ.69 และ มี.ค.69 อีก 5 ราย) ซึ่งเป็นอัตราความถี่ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยการปลด จนท.ระดับสูง เมื่อห้วงปี 2566-2568 ที่จำนวนเฉลี่ย 57.7 รายต่อปี โดยมาตรการดังกล่าวช่วยให้ประธานาธิบดีสี สามารถรวมศูนย์อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมีอำนาจเหนือคณะกรรมาธิการถาวรประจำกรมการเมือง พคจ. อีกทั้งสามารถแต่งตั้ง จนท. ที่จงรักภักดีให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนและปลด จนท. อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้นำจีนเสื่อมเสีย เพราะผู้ที่ถูกปลดส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ประธานาธิบดีสี แต่งตั้งเอง

ฟิลิปปินส์เร่งผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง

เว็บไซต์ข่าว GMA รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.69 ว่า นาย Frederick Go รมว.กค.ฟิลิปปินส์ พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เพื่อเร่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งซึ่งมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 901 เมกะวัตต์ บริเวณอ่าว San Miguel จ.Camarines Sur เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งแห่งแรกในประเทศและภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ทั้งนี้ นาย Go ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพลังงานปี 2566-2593 ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว