สหรัฐฯ ระบุว่าบรรลุการเจรจาและเตรียมลงนามยุติสงครามกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่าน Truth Social เมื่อ 11 มิ.ย.69 ว่า บรรลุการเจรจาและเตรียมลงนาม MOU สงครามกับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ที่ยุโรป โดยอ้างว่าอิหร่านยอมรับเงื่อนไขเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยุติโครงการพัฒนาแร่ยูเรเนียมและอาวุธนิวเคลียร์ 15-20 ปี ขณะที่สหรัฐฯ จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้นำอิหร่าน รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค อาทิ อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต จอร์แดน อียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะลงนามสำเร็จ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี

สภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและรุนแรง ควบคู่กับปรากฎการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 มีแนวโน้มจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาว ปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก และจะเริ่มส่งผลต่อสภาพอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิโลกชัดเจนในห้วงปลาย มิถุนายน 2569  องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) คาดการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 จะทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งภาวะแล้งจัด อุทกภัย ไฟป่า พายุรุนแรงและคลื่นความร้อน ประเด็นที่ WMO และเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) วิตกกังวลอย่างมาก คือ ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายนี้ด้วย ซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานและอาหารในปัจจุบันที่เป็นผลจากการทำสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้น เลขาธิการสหประชาชาติจึงเตือนและเรียกร้องให้นานาชาติให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพอากาศโลกแปรปรวนรุนแรง และความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และอาหาร โดยเปรียบเทียบปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเหมือน “น้ำมัน” ที่ราดบนกองไฟวิกฤตและความเดือดร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะอุณหภูมิบนพื้นดิน ซึ่งจะกระทบการทำเกษตรกรรมของหลายประเทศ…

ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการพนันที่จะเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก

เชื่อว่ามีคนทั่วโลกและแฟนบอลจำนวนมาก รวมถึงคนไทย ที่ตั้งหน้าตั้งตารอรับชมการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 หรือฟุตบอลโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประเมินว่าห้วงเวลาดังกล่าวจะถูกใช้เป็นเวทีการพนันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การพนันในห้วงฟุตบอลโลกปีนี้จะมีขนาดใหญ่ขนาดไหน อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้การพนันกีฬาขยายตัวขึ้น มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการพนันที่จะเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก”

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากที่สุดยุคหลัง COVID-19

ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 เผยแพร่มุมมองต่อทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ผ่านรายงาน Global Economic Prospects ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวมากที่สุดตั้งแต่ยุคหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พร้อมทั้งปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 2.5 เนื่องจากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงเผชิญวิกฤตห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ มุมมองดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในประเทศสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ที่ร้อยละ 4 ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านปัจจุบันตึงเครียดสูงเพราะมีการตอบโต้ทางทหารระหว่างกัน นอกจากนี้ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งและไม่สอดคล้องกับท่าทีของผู้นำอิหร่าน เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ ทำให้ทั่วโลกวิตกกังวลว่าความไม่แน่นอนในสงครามนี้จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกผันผวนต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนระหว่างประเทศ ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่าสุดเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ทำให้ทั่วโลกสับสนอีกครั้ง เนื่องจากเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าและมีแนวโน้มว่าอิหร่านจะเห็นชอบข้อตกลงเร็ว ๆ นี้ และสหรัฐฯ จะระงับการปฏิบัติการโจมตีอิหร่านไปก่อนจากที่ขู่ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนด้วยการปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธและเผยแพร่มุมมองที่แตกต่างจากผู้นำสหรัฐฯ อย่างชัดเจน…

กระแสต่อต้านผู้อพยพในไอร์แลนด์เหนือและแอฟริกาใต้

ผู้อพยพในต่างประเทศเผชิญกระแสต่อต้านจากผู้ประท้วงอย่างรุนแรง โดยมีรายงานเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านผู้อพยพในไอร์แลนด์เหนือ และแอฟริกาใต้ ส่งผลให้เกิดความรุนแรงและการปราบปราม สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดการต่อต้านผู้อพยพในเมืองเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร เริ่มจากประชาชนที่มีอุดมการณ์ชาตินิยมบางส่วนไม่พอใจมาตรการจัดการผู้อพยพของรัฐบาล และไม่พอใจเหตุผู้อพยพชาวซูดานใช้อาวุธมีดทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงเมื่อ 8 มิถุนายน 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนทำให้ชาวไอร์แลนด์เหนือที่มีอุดมการณ์ชาตินิยมและเกลียดกลัวชาวต่างชาติ ไม่พอใจและรวมตัวกันประท้วงในเมือง Belfast และเมือง Antrim เพื่อคัดค้านนโยบายรับผู้อพยพของสหราชอาณาจักร ตลอดจนเผยแพร่แนวคิดต่อต้านผู้อพยพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นผู้ชุมนุมประท้วงเริ่มก่อเหตุรุนแรงและทำลายทรัพย์สินสาธารณะด้วยการเผาไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติการควบคุมมวลชนด้วยการใช้ปืนฉีดน้ำ ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักร รวมทั้งรัฐบาลไอร์แลนด์เหนือ ประณามการประท้วงต่อต้านผู้อพยพว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากมีการใช้อุดมการณ์เหยียดเชื้อชาติและความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจและอยู่ในความสงบเรียบร้อย พร้อมย้ำว่าผู้อพยพจำนวนมากเป็นส่วนสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนสถานการณ์ในแอฟริกาใต้ มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากชุมนุมประท้วงรัฐบาลในกรุงโจฮันเนสเบิร์ก  ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ และเมือง Durban ตั้งแต่ต้น มิถุนายน 2569 กรณีล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้าแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากสร้างปัญหาอาชญากรรมซึ่งเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงชายแดน และแย่งโอกาสทางเศรษฐกิจจากพลเมือง การประท้วงในแอฟริกาใต้เสี่ยงขยายตัวและเป็นอันตรายต่อผู้อพยพ เนื่องจากผู้นำแอฟริกาใต้ประกาศใช้แผนการจัดการผู้อพยพผิดกฎหมายฉบับใหม่ โดยกำหนดให้ผู้อพยพผิดกฎหมายเดินทางออกจากประเทศภายใน 30 มิถุนายน 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีรายงานเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ผู้อพยพชาวกานา…

สหรัฐฯ เร่งสอบสวนรหัส 8647 อาจเป็นการข่มขู่ประธานาธิบดีทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ พบเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่ามีหมายเลข 8647 ขนาดใหญ่ปรากฏบนสนามหญ้าที่บริเวณ National Mall กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งก่อนหน้านี้ รหัส 8647 ถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ข่มขู่คุกคามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจาก 86 มีความหมายอย่างไม่เป็นทางการว่า “กำจัด” ส่วน 47 อาจมีความหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ แถลงว่าการสร้างสัญลักษณ์ดังกล่าวในพื้นที่สาธารณะเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ เข้าข่ายการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และสร้างความวิตกกังวลให้สังคม พร้อมย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของผู้นำรัฐบาล จึงจะเร่งสอบสวนกรณีดังกล่าวอย่างจริงจัง รหัส 8647 กลายเป็นคำขู่คุกคามประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งแต่ เมษายน 2569 หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหานายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ว่า ข่มขู่คุกคามประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยการโพสต์ข้อความที่มีตัวเลข 8647 ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสำหรับชาวอเมริกัน ตัวเลข 86 เป็นคำแสลงในชีวิตประจำวันที่หมายถึงการกำจัดหรือการนำออกไป ทั้งนี้…

ญี่ปุ่นจะมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้งานจนถึง มี.ค.71

ถ้อยแถลงของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ต่อที่ประชุม รมต. ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง เมื่อ 12 ก.ค.69 ว่า การนำเข้าน้ำมันของญี่ปุ่นใน ก.ค.69 จะเป็นการนำเข้าจากแหล่งทางเลือก (ที่ไม่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งหมด แม้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งทางเลือกของญี่ปุ่นจะลดลงเหลือร้อยละ 75 ใน ส.ค.69 เป็นต้นไป แต่จะมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้งานภายในประเทศจนถึง มี.ค.71 เนื่องจากญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรอง ก่อนหน้านี้ นางทาคาอิจิเคยระบุว่าญี่ปุ่นจะมีน้ำมันเพียงพอจนถึงฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) ประจำปี 2570

ญี่ปุ่นปล่อยจรวด H3 ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency-JAXA) ปล่อยจรวด H3 Launch Vehicle No.6 (H3F6) จากฐานปล่อยจรวดที่ศูนย์อวกาศทานาเกชิมะ (Tanegashima Space Center) จ.คาโกชิมะ ทาง ตต.ต. ของญี่ปุ่น เมื่อ 12 มิ.ย.69 เวลา 09.53 น. (ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น) เพื่อนำส่งดาวเทียมขนาดเล็ก (Microsatellite) จำนวน 6 ดวง ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ นับเป็นการปล่อยจรวด H3 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน นับแต่ JAXA ยกเลิกการปล่อยจรวด H3 Launch Vehicle No.8 (H3 F8) เมื่อ ธ.ค.68 เนื่องจากตรวจพบความผิดปกติของอุปกรณ์ที่ติดตั้งในจรวด

วิกฤตหนี้เกษตรกรไทยเป็นบททดสอบรัฐบาล

Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีเกษตรกรไทยเผชิญปัญหาวิกฤตหนี้สินรุนแรงขึ้น หลังต้นทุนค่าน้ำมันและปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นผลจากสงครามในภูมิภาค ตอ.กลาง ประกอบกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขณะที่การช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งความไม่พอใจของเกษตรกรสะท้อนถึงความเสี่ยงทางการเมืองของรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 69 ด้วยคะแนนเสียงจากประชาชนในชนบท ขณะที่ผลโพลเมื่อ พ.ค. 69 แสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลเริ่มลดลง รัฐบาลจึงไม่ได้เผชิญเพียงแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ แต่ยังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ข้อพิพาททางการค้ามาเลเซีย-ไทยทวีความรุนแรงขึ้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานระบุว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างมาเลเซียกับไทยทวีความรุนแรงขึ้น จากกรณีไทยยกระดับการตรวจสอบการส่งปลากะพงจากมาเลเซียบริเวณด่านชายแดน และมาเลเซียตอบโต้ด้วยการสั่งห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์จากไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกกุ้งของไทยอย่างมาก โดยไทยอาจยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือในระดับอาเซียนหรือองค์การการค้าโลก (WTO) หากการเจรจาทวิภาคีไม่ประสบผลสำเร็จ