รัฐบาลเมียนมาขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ

คำกล่าวของ พล.ท.ยาเป ประธานคณะกรรมการเจรจาต่อรองเพื่อสร้างสันติภาพและความปรองดองแห่งชาติ (NSPNC) ระหว่างการประชุมทบทวนความคืบหน้ากระบวนการสันติภาพระหว่าง NSPNC กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 20 ก.ค.69 ระบุความคืบหน้าของการเชิญกลุ่มต่าง ๆ เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ แนวทางดำเนินกระบวนการสันติภาพในระยะต่อไป แผนการหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามใน NCA และกลุ่มที่ถอนตัวจาก NCA ตลอดจนความพยายามสร้างเอกภาพระหว่างกลุ่มผู้ลงนามเพื่อให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาประเทศ รวมถึงรายงานผลการหารือทวิภาคีกับกลุ่มที่ลงนามใน NCA และประเด็นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 ขณะที่นายซอไซงิน เลขาธิการสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของกลุ่มผู้ลงนามใน NCA ระบุว่า ความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาลเป็นไปในทิศทางที่ดีมากกว่าที่คาดไว้ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้การเจรจาเป็นกลไกคลี่คลายความขัดแย้ง ด้านพล.ท.มินไนง์ เลขาธิการ NSPNC ได้ชี้แจงความคืบหน้าและสถานะทางกฎหมายของ NCA รวมถึงแนวทางการดำเนินกระบวนการสันติภาพของ NSPNC ในระยะต่อไป

ทร.เวียดนามและจีน ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

พล.น. ทร.162 ภทร.4 ของเวียดนาม นำเรือฟริเกต ชั้น Gepard 015-Tran Hung Dao เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Xinzhou นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง จีน เมื่อ 20 ก.ค.69 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง ทร.ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง การป้องกันประเทศและความมั่นคง การเยือนครั้งนี้ ครอบคลุมการฝึกบังคับบัญชาและการประสานงาน การใช้งานอาวุธและอุปกรณ์ทางเทคนิค และการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในทะเล  พล.น. ทร.162 จะเข้าเทียบท่าที่ฟิลิปปินส์ต่อไป ทั้งนี้ พล.น. ทร.162 ตั้งอยู่ที่อ่าวคัมรานห์ จ.คั๊ญหว่า รับผิดชอบพื้นที่ทะเลเวียดนามตะวันออก (ทะเลจีนใต้) ตอนล่าง และหมู่เกาะเจื่องซา (สแปรตลี) ตั้งแต่ จ.ดั๊กลั๊ก-จ.เลิมด่ง

ชาวอเมริกันกว่าร้อยละ 50 ใช้ AI ในการทำงาน

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ Gallup พบว่า พนักงานชาวอเมริกันมากกว่าร้อยละ 50 ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำงาน  ซึ่งเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 50 เป็นครั้งแรก โดยร้อยละ 52 ระบุว่า ใช้ AI อย่างน้อย ปีละ 2-3 ครั้ง  เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27 จาก 2 ปีที่ผ่านมา และใช้โมเดล AI ในการร่าง แก้ไข และค้นหาข้อมูลบ่อยที่สุด โดยร้อยละ 51 ใช้ AI สำหรับการเขียนและแก้ไข  ร้อยละ 49 ใช้ในการค้นหาหรือวิจัย และร้อยละ 39 ใช้สำหรับงานแก้ไขปัญหาทั่วไป  ทั้งนี้ 1 ใน 3 ของผู้ทำผลสำรวจระบุใช้ AI หลายครั้งต่อสัปดาห์  ร้อยละ 15 ใช้ทุกวัน และมีแนวโน้มใช้แชทบอทในการทำงาน  อีกทั้งพบว่าการทำงานที่ใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

เหตุใดยุโรปรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว แต่อาเซียนไม่เป็นเช่นนั้น

The Intelligence Podcast: “เหตุใดยุโรปรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว แต่อาเซียนไม่เป็นเช่นนั้น” เคยสงสัยไหม… ทำไมคนยุโรปถึงรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่คนอาเซียนอย่างเรากลับไม่รู้สึกแบบนั้น? . หลายคนชอบเปรียบเทียบว่าทำไมอาเซียนถึงไม่จับมือกันให้แน่นแฟ้นเหมือนสหภาพยุโรป (EU) ทั้งที่มีความร่วมมือกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “โจทย์ตั้งต้น” ของเราต่างกันโดยสิ้นเชิง . 🔍 พอดแคสต์นี้จะพาไปเจาะลึก 5 ความต่างที่ทำให้เราเดินคนละเส้นทาง 🎧 ตอนนี้เป็นผลงานการค้นคว้าและเขียนบทของ น้องเนตร และ น้องกาย นักศึกษาฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มาร่วมฝึกงานกับทีม The Intelligence ✨ ขอบคุณน้องๆ ทั้งสองคนสำหรับความตั้งใจและมุมมองที่คมชัดในตอนนี้! #TheIntelligencePodcast #อาเซียน #ยุโรป #aseann #europe #ฝึกงาน #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ภารกิจช่วยโลกยากกว่าที่คิด

The Intelligence Podcast: “ภารกิจช่วยโลกยากกว่าที่คิด” ทำไมเรื่องแค่ “อากาศร้อนกว่าปกติ” ถึงโยงไปถึงปัญหาระดับโลกได้? 🔥ตอนใหม่ล่าสุดของ The Intelligence Podcast พาทุกท่านไปสำรวจว่า UNEP (โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ) ที่ก่อตั้งมากว่า 50 ปี ทำหน้าที่อะไร และทำไมเป้าหมายเรื่องโลกร้อนถึงยังไปไม่ถึงไหน ผ่าน 3 อุปสรรคสำคัญ: 🔹 การแข่งขันสร้างแสนยานุภาพระหว่างรัฐ และ Tragedy of Common Property 🔹 UNEP ไม่มีอำนาจบังคับประเทศสมาชิก ทุกอย่างขึ้นกับความสมัครใจ 🔹 ข้อถกเถียงเรื่อง Common But Differentiated Responsibilities ระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว กับกำลังพัฒนา พร้อมเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างคลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป และบทบาทของไทยในเวที UNEP ผ่านแนวคิด BCG Model 🎧 ตอนนี้เป็นผลงานการค้นคว้าและเขียนบทของ น้องเฟื่อง และ น้องกร นักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มาร่วมฝึกงานกับทีม…

DATA CENTER อสังหาฯ ยุคใหม่ สร้างอย่างไรให้ยั่งยืน

เมื่อการพัฒนาและใช้งาน AI ในโลกยุคปัจจุบันเป็นไปอย่างแพร่หลายและก้าวกระโดด Data Center ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการประมวลผลของ AI จึงกลายเป็นอสังหาริมทรัพย์แห่งอนาคต โดยการออกแบบและพัฒนา Data Center นั้นไม่ได้วัดกันแค่ที่ขนาดหรือกำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องตอบโจทย์ความยั่งยืน ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการเติบโตในระยะยาว ดังนั้น Data Center ยุคใหม่ควรจะสร้างออกมาอย่างไรจึงจะถือว่ายั่งยืน มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “DATA CENTER อสังหาฯ ยุคใหม่ สร้างอย่างไรให้ยั่งยืน”

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียยังคงเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ เนื่องจากยังมีปัญหาทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ชายแดนไทย-มาเลเซียยังเป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งการค้ามนุษย์ ซึ่งเมื่อ ปลายเมษายน 2569  มีรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียที่ทำการกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์แรงงานชาวอินโดนีเซียที่ใช้ไทยและสิงคโปร์เป็นทางผ่านเพื่อลักลอบเข้ามาเลเซีย ลักษณะสำคัญของอาชญากรรมข้ามแดนที่สำคัญ และเห็นได้ชัด คือ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น มีรายงานเมื่อต้น กรกฎาคม 2569 ว่า ตำรวจชายแดนมาเลเซียพบว่า เครือข่ายการค้ามนุษย์ที่เคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียใช้วิธีการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา โดยในแต่ละครั้ง นำพาจำนวนน้อย ๆ  ประมาณ 2-4 คน จากเดิม ประมาณ 10-20 คน โดยลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และตำบลรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน เพื่อเดินทางเข้าเมืองโดยรถ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียยังตรวจพบรูปแบบการปฏิบัติการของเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ใช้ช่องทางชายแดนไทย-รัฐกลันตันใช้ว่า พยายามหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ด้วยการใช้คนท้องถิ่นที่เป็นสตรีมากขึ้นในการเป็นผู้นำทาง หรือนำพาเหยื่อ และผู้บัญชาการตำรวจรัฐเกดะห์ มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569…

กัมพูชารับความช่วยเหลือด้านการทหาร และความมั่นคงจากญี่ปุ่น

การที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือด้านการทหารและความมั่นคงจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองประเทศว่ามีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศในภาพรวมอยู่ในกรอบการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ที่ได้ลงนามกันเมื่อ 2566  นอกจากนี้ หลังจากที่กัมพูชาปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ แล้วเสร็จ และจะเริ่มใช้งานเมื่อ เมษายน 2568 กัมพูชายังได้เชิญเรือญี่ปุ่นจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียมเป็นประเทศแรกอีกด้วย สำหรับความช่วยเหลือที่นาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชากับ พลเอก เตีย เซยฮา รอง นายกรัฐมนตรี เมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ลงนามร่วมกันที่ราชธานีพนมเปญ เป็นโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นจะจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่กองทัพบกกัมพูชา และเรือตรวจการณ์แก่กองทัพเรือกัมพูชา มูลค่าทั้งหมดประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา  ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ OSA กับฟิลิปปินส์ และเมื่อ มีนาคม 2569 ก็ให้ความช่วยเหลือแก่ไทยให้รับมือกับภัยพิบัติ นาย Ueno…

ไทยเตรียมรับมือกับภาวะขาดแคลนแรงงานต่างด้าว

ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวของไทย แม้จะไม่อยู่ในระดับวิกฤต แต่ไทยก็ต้องเตรียมทุกแนวทางในการรับมือกับปัญหานี้ เนื่องจากต้องเป็นที่ยอมรับว่า แรงงานต่างด้าวจะเข้าไปทำงานในไทยในงานที่แรงงานไทยไม่ค่อยทำ เช่น แรงงานที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ไทยยังไม่รับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจากความขัดแย้งชายแดน อย่างไรก็ดี ไทยยังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยในระดับหนึ่ง ไทยจึงมีการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานต่อไปอีก 1 ปี  ทั้งนี้ ไทยมีคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568  ประมาณ 720,000 คน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามที่อนุญาตให้อยู่และทำงานอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ถึง 11 ธันวาคม 2569 (แต่ยังไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและไปดำเนินการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยผ่อนผันให้อยู่และทำงานได้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จ่ายค่าธรรมเนีนม และทำประกันสุขภาพ ให้ทันเวลาตามที่กำหนด…

กัมพูชากับญี่ปุ่นส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา และนาย Ueno Atsushi ออท.ญี่ปุ่น/กัมพูชา ลงนามความร่วมมือโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น ณ กห.กัมพูชา ราชธานีพนมเปญ เมื่อ 19 ก.ค.69 โดยญี่ปุ่นจะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านเยน (ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมการจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่ ทบ.กัมพูชา และเรือตรวจการแก่ ทร.กัมพูชา เป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา รวมถึงสนับสนุนเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก