จีนเปิดเผยอุปสรรคในภารกิจกู้ภัยในเขตปกครองตนเองทิเบต-เนปาล

สื่อมลวชนจีนเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 เปิดเผยอุปสรรคในภารกิจกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มฉับพลันในเขตปกครองตนเองทิเบต-เนปาล เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียชีวิตจำนวน 955 คน สูญหาย 4,471 คน สำหรับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ 1) ลักษณะภัยพิบัติที่เป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องจากพื้นที่สูงลงพื้นที่ต่ำ ประกอบด้วยธารน้ำแข็งละลาย ดินและหินถล่ม และอุทกภัย 2) สภาพภูมิประเทศที่เป็นช่องเขาและพื้นที่แคบ 3) เส้นทางคมนาคมเข้าพื้นที่ถูกตัดขาด หรือได้รับความเสียหาย และ 4) สถานการณ์ภัยพิบัติยังไม่แน่นอน เสี่ยงเผชิญภัยพิบัติระลอกใหม่ ดังนั้น ปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับภารกิจเฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพื้นที่อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ บริเวณธารน้ำแข็ง ทะเลสาบใกล้เคียง ฝั่งแม่น้ำ และชุมชนโดยรอบ จีนเชื่อว่าแนวทางลดอุปสรรคในภารกิจกู้ภัยดังกล่าว ได้แก่ การร่วมมือระหว่างประเทศ การปรับใช้เทคโนโลยีและนวัติกรรมในปฏิบัติการที่เสี่ยงภัย และการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ประกอบการตัดสินใจและการออกแบบภารกิจแต่ละขึ้นตอน พร้อมกันนี้ รัฐบาลจีนออกมาตรการลงโทษต่อผู้ใดก็ตามที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับสถานการณ์ในเขตปกครองตนเองทิเบต รวมทั้งการบิดเบือนตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตและสูญหาย โดยจีนยืนยันจำนวนที่ผู้เสียชีวิต 16 ราย และสูญหาย 546 คน…

การชุมนุมคัดค้านนโยบายเข้าเมืองของ EU

การปรับเปลี่ยนนโยบายเข้าเมืองของสหภาพยุโรป (EU) ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าจากกลุ่มประเทศบอลข่านตะวันตก (Western Balkans) ไปยังยุโรป เนื่องจาก EU จะปรับระบบ Entry/Exit System ด้วยการลดจำนวนวันที่อนุญาตให้บุคคลจากกลุ่มประเทศนอก EU เข้าไปประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้ในเขตเชงเก้น (Schengen zone) จากเดิม 180 วัน/6 เดือน เหลือ 90 วัน/6 เดือน ทำให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกจำนวนมากจะได้รับผลกระทบ แม้ว่าที่ผ่านมา EU จะพยายามหารือกับรัฐบาลกลุ่มประเทศบอลข่านตะวันตกแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่มีเพียงข้อตกลงระดับทวิภาคี เช่น มาซิโดเนียเหนือบรรลุข้อตกลงกับโครเอเชีย สวิตเซอร์แลนด์ และโรมาเนีย ปัจจุบัน ผู้ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกข้ามแดนจำนวนหลายร้อยคนรวมตัวกันชุมนุมประท้วงคัดค้านมาตรการดังกล่าว ที่เมืองหลวงของประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย มอนเตเนโกร และมาซิโดเนียเหนือ โดยผู้ชุมนุมในเมือง Belgrade เมืองหลวงของเซอร์เบียระบุว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางไปกดดัน EU ที่บริเวณจุดข้ามแดนใน 14 กันยายน 2569 หาก EU ไม่พิจารณาผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว หรือกำหนดมาตรการยกเว้นที่ครอบคลุมทั้งเขตเชงเก้น การคมนาคมและนโยบายเข้าเมืองของ EU…

สหรัฐฯ เชิญผู้แทนรัสเซียร่วมการประชุม G 20 ทำให้ยุโรปไม่พอใจ

สหรัฐฯ เชิญนาย Anton Siluanov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัสเซียร่วมการประชุมกลุ่ม G20 ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจ เมื่อ 30 สิงหาคม 2569 ที่เมือง Asheville รัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยเป็นการเชิญผู้แทนจากรัสเซียเข้าร่วมครั้งแรก หลังจากรัสเซียทำสงครามในยูเครนเมื่อปี 2565 สหรัฐฯ มีสิทธิคัดเลือกและเชิญผู้แทนจากรัสเซียเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นประธานจัดการประชุม G20 ประจำปี 2569 จึงมีสิทธิเลือกเชิญผู้แทนจากต่างประเทศ โดยในปี 2569 นี้ สหรัฐฯ ไม่เชิญผู้แทนจากแอฟริกาใต้ เนื่องจากมีนโยบายแตกต่างกัน ทั้งมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและประเด็นในประเทศ แต่สหรัฐฯ กลับเชิญผู้แทนจากโปแลนด์ ทั้งที่ไม่ใช่สมาชิก G20 อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศยุโรปไม่พอใจและคัดค้านการที่สหรัฐฯ ให้ผู้แทนจากรัสเซียเข้าร่วมการประชุมพหุภาคี เนื่องจากไม่เป็นผลดีต่อทิศทางการแก้ไขปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ด้านผู้แทนจากโปแลนด์เปิดเผยว่าไม่ไว้วางใจท่าทีของรัสเซีย พร้อมเตือนให้สหรัฐฯ ระมัดระวังการเจรจาหารือกับผู้แทนจากรัสเซียด้วย ขณะที่ผู้แทนจากเยอรมนีระบุว่าท่าทีของสหรัฐฯ อาจไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ความมั่นคง พร้อมทั้งยืนยันกับผู้แทนรัสเซียว่า กลุ่ม G20 จะสนับสนุนยูเครน ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า การเชิญผู้แทนจากรัสเซียมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับทุกฝ่าย และการเชิญครั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างโอกาสให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของทั้ง 2…

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนอุตสาหกรรม Data Center แม้ฝ่ายนิติบัญญัติคัดค้าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 31 สิงหาคม 2569 ให้ความเห็นสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center หรือคลังข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศ โดยโน้มน้าวให้ประชาชนชาวอเมริกันเปิดรับยุคสมัยใหม่และยอมรับอุตสาหกรรมดังกล่าวที่จะส่งเสริมเทคโนโลยีและเพิ่มการจ้างงานในประเทศ ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งสังกัดพรรครีพับลิกันและพรรเดโมแครต เตรียมคัดค้านการขยายอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศ เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงพลังงาน เพราะอุตสาหกรรม Data Center ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับในอนาคตด้วย ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการชะลออุตสาหกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งวิจารณ์กระแสคัดค้านดังกล่าวว่าเป็นขบวนการต่อต้านอุตสาหกรรม หรือ “anti-Data Center movement” และตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลจีนน่าจะพอใจอย่างมาก หากรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจชะลอการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า หากชาวอเมริกันคัดค้านอุตสาหกรรม Data Center ก็อาจทำให้สังคมถอยหลังและยากจน ดังนั้น หากชาวอเมริกันต้องการความร่ำรวยและประสบความสำเร็จ ก็ควรปล่อยให้เป็นยุคสมัยของอุตสาหกรรม Data Center ต่อไป ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนการพัฒนาและขยายอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศเพื่อเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยี เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบเศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกำหนดระเบียบและข้อบังคับเพื่อควบคุมอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่ให้ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว…

ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม

The Strait Times ของสิงคโปร์ และ Executive Traveller ของออสเตรเลีย รายงานกรณีไทยเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตรา 450 บาทต่อคน เพื่อนำรายได้ดังกล่าวไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มความคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้าน Nikkei Asia ของญี่ปุ่น ประเมินว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบคแพคเกอร์และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยังมีรายได้ไม่มาก ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติการท่องเที่ยวในไทย ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม

เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนร่วมภารกิจปกป้องประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันวีรบุรุษแห่งชาติ เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบในการปกป้องดินแดน อธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของทุกคน  พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการยืนยันสิทธิ์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของสิทธิทางทะเลของประเทศ และใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมความจริง ต่อต้านข้อมูลเท็จ และส่งเสริมการสนทนาอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยยามฝั่ง กองทัพ สนง.ทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำ และชาวประมง ที่เปรียบเสมือนแนวหน้าในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่ออิหร่าน

ในช่วงเช้าของ 30 ส.ค.69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่แท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค (Larak Island) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากตรวจพบว่าอิหร่านเตรียมยิงจรวดเพื่อวางทุ่นระเบิดรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงต้องโจมตีเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสินค้า   การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent  ปรับขึ้นสูงเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง (ประมาณ 90.31 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากความกังวลว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ศรีลังกาเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า ศรีลังกาเฝ้าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 20 ลำ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของศรีลังกา โดยเป็นเรือติดธงอิหร่านประมาณ 13 ลำ และบางส่วนเป็นเรือในกองเรือที่ใช้วิธีอำพรางการปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวยังอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา จึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจแทรกแซงของศรีลังกาโดยตรง และรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ให้บริการหรือความช่วยเหลือใดแก่เรือดังกล่าว ขณะที่ ทร. และ ทอ.ศรีลังกายังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

ผู้นำจีนเยือนคีร์กีซสถาน ร่วมการประชุมสุดยอด SCO

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเยือนคีร์กีซสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ประจำปี 2569 ที่เมือง Bishkek เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน ระหว่าง 31 สิงหาคม 2569 – 1 กันยายน 2569 โดยการเยือนครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการกระชับความร่วมมือระหว่างจีนกับคีร์กีซสถาน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของกรอบความร่วมมือพหุภาคีให้ SCO เป็นกลไกส่งเสริมความเชื่อมั่นระหว่างประเทศสมาชิกต่อไป ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการผลักดันและสนับสนุนกรอบ SCO อย่างมาก และในโอกาสครบรอบ 25 ปีในปี 2569 นี้ คาดว่าจีนจะสมาชิก SCO จะย้ำการให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนา เฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างภูมิภาค และโครงการพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน ทั่วโลกจับตามองท่าทีของจีนและสมาชิก SCO ต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก SCO ที่กำลังเผชิญภาวะสงครามกับสหรัฐฯ และมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางราคาพลังงานโลก ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าจีน รัสเซีย รวมทั้งสมาชิก SCO ส่วนใหญ่จะยังยืนยันท่าทีสนับสนุนความมั่นคงของอิหร่าน และหลีกเลี่ยงการใช้การประชุม SCO…