ผู้นำรัสเซียและอิหร่านหารือประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สนข.Tass รายงานเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอน ของอิหร่าน ประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน กับอิสราเอล-สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีรัสเซียย้ำจุดยืนสนับสนุนอิหร่าน  และให้แก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูต ส่วนประธานาธิบดีปิซิชก็ยอน ขอบคุณประธานาธิบดีปูตินที่ช่วยเหลือ และสนับสนุนอิหร่าน  โดยเฉพาะความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองได้มีการหารือกันเป็นระยะ ก่อนหน้า เมื่อ 6 มี.ค.69

ประธานาธิบดีทรัมป์ข่มขู่อิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงในการโจมตีอิหร่านมากขึ้น หากยังปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ กับทั้งเน้นย้ำว่าเป็นการช่วยเหลือจีน และประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าว  ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถการปล่อยขีปนาวุธ การสร้างอาวุธนิวเคลียร์และกองทัพเรือ

วุฒิสภาสหรัฐฯ แต่งตั้ง พล.อ.โจชัว รัดด์ เป็น ผอ.NSA คนใหม่

วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบให้ พล.อ.โจชัว รัดด์ เป็น ผอ.สนง.ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) และ ผบ.กองบัญชาการทหารไซเบอร์สหรัฐฯ (U.S. Cyber Command) ซึ่งควบสองหน้าที่สำคัญ ทั้งด้านการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง และด้านการปฏิบัติการทางไซเบอร์เชิงรุกและการปกป้องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์  พล.อ.รัดด์ เคยดำรงตำแหน่ง รอง.ผบ.กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (U.S. INDOPACOM, ห้วงปี 2567 – 2568)  ทั้งนี้ ตำแหน่ง ผอ.NSA ว่างตั้งแต่ เม.ย.68 หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปลด พล.อ.ทิโมธี ฮอว์ อดีต ผอ.NSA และ น.ส. Wendy Noble อดีต รอง ผอ.NSA ซึ่งแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่สนับสนุน Anthropic กรณี รมว.กห.ของสหรัฐฯ ปรับสถานะบริษัทเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ อาทิ Google, Amazon, Apple และ Microsoft ให้การสนับสนุนบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) Anthropic และคัดค้านการตัดสินใจของ รมว.กห.ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ อาจเข้ายึดครองคิวบาแบบเป็นมิตร

สถานการณ์กลางตะวันออกกลางที่ใกล้จะมีทางออก หากพิจารณาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุเมื่อ 9 มีนาคม 2569 ว่า สงครามกับอิหร่านใกล้ยุติลงแล้ว และจะไม่ยินยอมให้อิหร่านนำโลกเป็นตัวประกัน ซึ่งหมายถึงกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุช  แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็พร้อมจะเปิดสมรภูมิขัดแย้งใหม่ โดยย้ายกลับมาภูมิภาคอเมริกา ที่คิวบา ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเม็กซิโก และอยู่ใกล้กับรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เพียง 150 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับคิวบาจะยอมเจรจาผลประโยชน์กับสหรัฐฯ หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคิวบา ทั้งการเมือง และระบบเศรษฐกิจ โดยอ้างว่าคิวบากำลังจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว และถูกปกครองแบบผูกขาดมานาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียน ที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 5 มีนาคม 2569  ว่า คิวบาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายให้นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเจรจากับคิวบา รวมทั้งคิวบาต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากสหรัฐฯ เสร็จภารกิจในอิหร่าน ซึ่งใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว มีรายงานว่านายรูบิโอได้ไปเจรจากับ นาย Raul Guillermo Rodriguez Castro ซึ่งเป็นหลานอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร โดยไม่ผ่านประธานาธิบดีประธานาธิบดีมิเกล…

เวียดนามช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อิหร่านยังไม่ยุติ และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เมื่อ 9 มีนาคม 2569  เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ กรกฎาคม 2565 โดยเกิน100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มจะสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากที่อิหร่านยังเดินหน้าตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมกับมีการตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เมื่อ 8 มีนาคม 2569  ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้นำคนก่อนที่ถูกสหรัฐฯ สังหาร คือ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี อายุ 56 ปี บุตรชายคนที่ 2 ของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องช่วยพยุงราคาพลังงานภายในประเทศ ที่ปรับขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 21–32 ตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง น้ำมันดีเซลของเวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ร้อยละ 30 ซึ่งสูงที่สุดนับแต่ กรกฎาคม 2565 นอกจากนี้ เมื่อ 7 มีนาคม…

รัสเซียและสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์ประเด็นอิหร่านและยูเครน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2569 ที่สำคัญได้แก่ ประเด็นอิหร่าน ซึ่งรัสเซียย้ำให้สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ยุติความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูตโดยเร็วที่สุด  ขณะที่สหรัฐฯ ชี้แจงเป้าหมายและบริบทของการปฎิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ประเด็นยูเครน รัสเซียเชื่อว่ากองทัพรัสเซียสามารถรุกคืบเข้าในยูเครนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รัฐบาลยูเครนต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจายุติสงคราม ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันความต้องการให้รัสเซียกับยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงยุติสงครามในระยะยาวโดยเร็ว ตลอดจนประเด็นอื่น ๆ อาทิ เวเนซุเอลา ราคาน้ำมันโลก

เกาหลีใต้เตรียมมาตรการพลังงานรับมือความไม่แน่นอนจากวิกฤต ตอ.กลาง

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 มี.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการเชิงรุก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้ใช้แนวคิดจากฉากทัศน์สถานการณ์เลวร้าย (Worst-case scenarios) ในการพิจารณามาตรการต่าง ๆ อาทิ การควบคุมราคาน้ำมัน การกำหนดเพดานราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล การรับมือความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมถึงการแสวงหาเส้นทางนำเข้าพลังงานทางเลือกผ่านความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ตลอดจนการดำเนินคดีต่อการสมรู้ร่วมคิดระหว่างโรงกลั่นน้ำมันกับสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการกำหนดราคาเกินจริงและการกักตุนน้ำมัน

กลุ่ม G7 ชะลอการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์

การประชุม รมว.กระทรวงการคลังกลุ่ม G7 เมื่อ 9 มี.ค.69 ร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)  มีมติชะลอการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของสมาชิกกลุ่ม G7 ไว้ก่อน ซึ่งมีปริมาณรวมกันอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบยังอยู่ในภาวะล้นตลาด  ผอ.IEA ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อให้เกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์ มากกว่าการขาดแคลนน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี กลุ่ม G7 จะติดตามสถานการณ์และพัฒนาการในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก

HRW ระบุว่าอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวโจมตีพลเรือนในเลบานอน

Human Rights Watch (HRW) แถลงเมื่อ 9 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาวจากปืนใหญ่โจมตีที่อยู่อาศัยของพลเรือนในเมือง Yohmor ทางตอนใต้ของเลบานอน  พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้อาวุธดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการถูกเผาไหม้อย่างรุนแรงและมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ HRW ยังเรียกร้องให้ พันธมิตรของอิสราเอล ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี  ระงับความช่วยเหลือทางทหารและยุติการขายอาวุธให้แก่อิสราเอล รวมถึงกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันรัฐบาลอิสราเอล ทั้งนี้ นับตั้งแต่การปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะฮ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ 2 มี.ค.69 มีผู้เสียชีวิตในเลบานอน อย่างน้อย 217 คน