อิหร่าน-กลุ่มประเทศรอบอ่าว เลื่อนการหารือแนวทางจัดการช่องแคบฮอร์มุซ 

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยความขัดแย้งและการปะทะทางทหารระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก และความขัดแย้งในเยเมนที่ทำให้กลุ่มฮูษี กองกำลังติดอาวุธควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบ Bab al-Mandeb เส้นทางขนส่งที่สำคัญของภูมิภาคอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางอาวุธมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กลไกการเจรจาและการทูตยังไม่มีสัญญาณเชิงลวก ล่าสุดเมื่อ 14 กันยายน 2569 โอมานประกาศเลื่อนกำหนดการประชุมระหว่างอิหร่าน-กลุ่มประเทศรอบอ่าว เพื่อเจรจาแนวทางจัดการความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยโอมาน ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม ให้เหตุผลว่าเพื่อป้องผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ อิหร่านต้องการจัดการประชุมดังกล่าวเพื่อสร้าความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคง โดยไม่ต้องการให้ประเทศนอกภูมิภาค หรือสหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคมีมุมมองว่าอิหร่านจะใช้การประชุมดังกล่าวสร้างความชอบธรรมในการทำข้อตกลงกับโอมาน เพื่อให้สิทธิการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแก่อิหร่านและโอมาน โดยที่ประเทศรอบอ่าวไม่มีสิทธิโต้แย้ง นอกจากนี้ บาห์เรนประกาศไม่เข้าร่วมการประชุม เพราะต้องการคัดค้านกรณีอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความมั่นคงในประเทศรอบอ่าวหลายครั้ง รวมทั้งต้องการแสดงจุดยืนของบาห์เรนที่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือตามปกติอีกครั้ง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือต้องได้รับอนุญาต ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งในช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบ Bab al-Mandeb รวมทั้งกรณีท่อขนส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มฮูษีเมื่อ 11 กันยายน 2569 ทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องสั่งระงับการลำเลียงน้ำมันบางส่วนผ่านท่อขนส่งดังกล่าว ประกอบกับกลไกการทูตที่ยังไม่ได้ผล ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 3 เสี่ยงกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก รวมทั้งประเทศในเอเชีย  

ผลการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพในปี 2570

อินเดียเสร็จสิ้นการจัดประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือ BRICS ประจำปี 2569 ที่กรุงเดลี ระหว่าง 11-13 กันยายน 2569 ภายใต้ธีม “Building for Resilience, Innovation, Cooperation and Sustainability” โดยประสบความสำเร็จในการเชิญผู้นำประเทศสมาชิก และออกปฏิญญา New Delhi Declaration ที่สะท้อนเอกภาพของกลุ่มร่วมกัน สาระสำคัญ ได้แก่ กลุ่ม BRICS สนับสนุนการใช้กลไกการทูตและการเจรจาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งเสริมการปฏิรูปองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้ประเทศเศรษฐกิจใหม่มีส่วนร่วมในการออกแบบระเบียบโลกที่ยุติธรรม รวมทั้งย้ำว่ากลุ่ม BRICS จะร่วมมือกันด้านต่อต้านการก่อการร้าย และเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเงินระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่น แต่ยืนยันไม่ทำลายค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อินเดียจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 18 จากนั้นในปี 2570 จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 19 ต่อไป โดยคาดว่าจีนจะเสนอแนวคิดให้กลุ่ม BRICS เป็นผู้บุกเบิกของโลก 4…

โปแลนด์และยูเครนกล่าวโทษรัสเซีย โจมตีสถานีรถไฟบริเวณพรมแดน

โปแลนด์และยูเครนเมื่อ 13 กันยายน 2569 กล่าวโทษรัสเซียว่าทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปตึงเครียดขึ้น จากเหตุรัสเซียใช้โดรนโจมตีสถานีรถไฟ Yahodyn เมืองทางภาคตะวันตกของยูเครน ติดกับบริเวณพรมแดนโปแลนด์ แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวจะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่โปแลนด์และยูเครนเห็นว่าเป็นการยั่วยุทางทหารและความมั่นคงอย่างมาก เนื่องจากการโจมตีเกิดขึ้นบริเวณพรมแดน และยังเกิดขึ้นหลังจากขบวนรถไฟของอดีตผู้นำสหราชอาณาจักร เจ้าหน้าทีระดับสูงของสหภาพยุโรป และอดีตผ็อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ (CIA) เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จากสถานีรถไฟในเมือง Yahodyn เพื่อไปยังสถานี Dorohusk ในโปแลนด์ หลังเสร็จสิ้นการประชุม Yalta European Strategy (YES) ในกรุงเคียฟ เท่ากับว่ารัสเซียอาจมีเจตนาข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของสหภาพยุโรป ยูเครนแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารบนรถไฟดังกล่าวอพยพได้ล่วงหน้าการโจมตีประมาณ 15 นาที ทำให้สามารถควบคุมความสูญเสียได้ อย่างไรก็ดี ยูเครนกล่าวโทษรัสเซียว่าตั้งใจทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน เป็นการปฏิบัติการทางทหารที่โหดร้ายและป่าเถื่อน พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เรียกร้องให้นานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ สนับสนุนระบบสกัดกั้นและป้องกันประเทศให้ยูเครนโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันรัสเซียเปลี่ยนยุทธวิธีไปใช้โดรนและขีปนาวุธที่มีความเร็วสูง เพื่อทำลายเป้าหมายในยูเครนมากขึ้น จากเดิมที่เน้นปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน รัฐบาลโปแลนด์จัดการประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการของรัสเซียอาจทำให้ความขัดแย้งขยายขอบเขตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไปเป็นสงครามรัสเซีย-สหภาพยุโรปและเนโต หากรัสเซียไม่ระมัดระวังและควบคุมการปฏิบัติการทางทหาร ก่อนหน้านี้ เมื่อต้น กันยายน 2569 เยอรมนีเปิดเผยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนโจมตีท่าอากาศยานในเมือง Leipzig เมื่อ สิงหาคม…

ไทยอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นประเด็นการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน

สื่อมาเลเซีย อาทิ Bernama, The Sun, The Star รายงานกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยเตรียมพิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) 450 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยว โดยข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจนถึง 28 ก.ย. 69 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ไทยเริ่มหยิบยกประเด็นการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาหารือตั้งแต่ปี 2562 และได้อัตรา 450 บาทภายหลังมีการทบทวนเมื่อ ส.ค. 69 และคาดว่าจะสามารถเก็บรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี

กัมพูชา-เมียนมากระชับความร่วมมือ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งเยือนกัมพูชาระหว่าง 11-12 ก.ย.69 ได้พบหารือกับคณะผู้นำกัมพูชา ได้แก่ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขแห่งรัฐ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม. และสมเด็จฯ ควน สุดารี ประธานสภาแห่งชาติ รวมถึงเข้าเฝ้าสมเด็จฯ พระสังฆราชกัมพูชา โดยผลการหารือ ได้แก่  จะส่งเสริมการใช้กลไกคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JCBC) และการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่าง จนท.ระดับสูงทั้งสองฝ่าย  สนับสนุนการลงทุนในทั้งสองประเทศและกระชับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนทั้งสองฝ่าย  เพิ่มการฝึกอบรมทักษะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างบุคลากรด้านความมั่นคง  แลกเปลี่ยนข้อมูลและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงขบวนการหลอลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) ซึ่งเมียนมาจะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ที่ราชธานีพนมเปญ ระหว่าง 23-24 ก.ย.69 รวมทั้งจะศึกษาความเป็นไปได้การจัดตั้งเส้นทางบินเชื่อมต่อระหว่างแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของทั้งสองประเทศ

จีนเสนอข้อริเริ่มเพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับกลุ่ม BRICS

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับผู้นำกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 18 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เมื่อ 13 ก.ย.69 เรียกร้องให้สมาชิก BRICS เสริมสร้างความเป็นเอกภาพของประเทศโลกใต้ (Global South) และมีบทบาทที่แข็งขัน มั่นคง และสร้างสรรค์ในกิจการระดับโลก พร้อมทั้งเสนอข้อริเริ่ม 5 ข้อเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ greater BRICS ได้แก่ 1) จีนจะเป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งชุมชน AI open source ของกลุ่ม BRICS 2) จีนเสนอให้สร้างหุ้นส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic zone partnership) ของกลุ่ม BRICS 3) จีนจะผลักดันการจัดตั้งแพลตฟอร์มคลาวด์ระบบนิเวศดิจิทัลของกลุ่ม BRICS และดำเนินการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล 4) จีนพร้อมให้ความช่วยเหลือประเทศ BRCIS ในการสร้างโรงงานอัจฉริยะ  และ 5) จีนเสนอจัดตั้งพันธมิตรวิศวกรกลุ่ม BRICS เพื่อร่วมกันพัฒนาวิศวกรและการยอมรับมาตรฐานสมรรถนะซึ่งกันและกัน

UN เรียกร้องปฏิรูปองค์การระหว่างประเทศเพื่อระเบียบโลกที่สมดุล

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 13 ก.ย.69 ในที่ประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เรียกร้องให้ปฏิรูประบบสถาบันระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และระบบการเงินแบบ Bretton Woods เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงด้านเศรษฐกิจ ประชากร และภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ท่ามกลางแนวโน้มโลกที่กำลังก้าวสู่ระบบหลายขั้ว ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลและความเป็นธรรมในโลกมากขึ้น ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เสนอ 4 ประเด็น ได้แก่ การระดมเงินทุน เทคโนโลยี ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และสันติภาพ พร้อมเตือนว่าความเหลื่อมล้ำด้าน AI และวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังขยายความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ โอกาส ความมั่นคง และอธิปไตย ตลอดจนเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎบัตร UN เคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และร่วมกันเสริมสร้างระบบพหุภาคีที่มี UN เป็นศูนย์กลางเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก

กลุ่ม BRICS รับรองปฏิญญานิวเดลี เสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วน

การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ระหว่าง 12–13 ก.ย.69 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย ที่ประชุมรับรองปฏิญญานิวเดลี (New Delhi Declaration) หลังผู้แทนประเทศสมาชิกเจรจาปรับถ้อยคำจนสามารถคลี่คลายความเห็นต่างระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปฏิญญาดังกล่าวประณามการใช้กำลังทางทหารฝ่ายเดียวของรัฐหนึ่งรัฐใด แต่ไม่พาดพิงชื่อประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง พร้อมยืนยันบทบาทสำคัญของประเทศหุ้นส่วนต่อความร่วมมือของ BRICS และสนับสนุนให้ประเทศหุ้นส่วนเพิ่มการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น การค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงระบบชำระเงิน การเกษตร เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม

EP.2  สถานการณ์ความมั่นคงพื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต 

บทความนี้เป็นบทความที่ต่อจาก EP.1  ที่เกี่ยวกับมุมองความมั่นคงในภาพรวม และทางออกปัญหาของจังหวัดภูก็ต ขณะที่ EP.2 เฉพาะเจาะจงไปที่พื้นที่ป่าตอง ของอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต……. พื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ ยังคงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกิจกรรมยามค่ำคืนของภูเก็ต แม้อยู่ในช่วงฤดูฝน และฤดูกาลท่องเที่ยวต่ำ (Low Season) แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาลห้วงกันยายน 2569 นี้ เป็นนักท่องเที่ยวชาวอาหรับเป็นส่วนใหญ่ แทนที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปซึ่งนิยมเดินทางในฤดูร้อน เศรษฐกิจในพื้นที่ พึ่งพาห่วงโซ่การท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด ทั้งที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง บริการชายหาด ยานพาหนะรับจ้าง และงานบริการต่าง ๆ ข้อสังเกตจากผู้ประกอบการท้องถิ่นสอดคล้องกับข้อมูลมหภาค กล่าวคือ นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้าไปพื้นที่ป่าตอง แต่การใช้จ่ายไม่สูงเท่าอดีต ในฤดูกาลท่องเที่ยวต้นปี 2569 โรงแรมในป่าตองมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย ร้อยละ 80–90 และเต็มในบางช่วง แต่สมาคมโรงแรมหาดป่าตองระบุว่านักท่องเที่ยวจองห้องพักระยะสั้นมากขึ้น บางส่วนย้ายไปที่พักราคาต่ำกว่า และการใช้จ่ายในร้านอาหารและสถานบันเทิงต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่ตลาดโรงแรมระดับบนของภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรกอ่อนตัวลง โดยจำนวนผู้เข้าพักลดลง ร้อยละ 2.72 อัตรา การเข้าพักลดลงจากร้อยละ 84.10 เหลือ ร้อยละ 80 และรายได้ต่อห้องพักที่มีอยู่ลดลง…

EP.1 สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก ทั้งจากปัจจัยภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างประชากร แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญความท้าทายด้านการจัดระเบียบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการกลุ่มประชากรแฝงที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและกระจายตัวในพื้นที่ ทั้งชาวต่างชาติที่พำนักในไทยระยะยาว แรงงานต่างด้าว และนักธุรกิจ เนื่องจากมีโอกาสเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย บทความนี้ จึงขอเสนอมุมมองสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 ตอน โดยตอนแรกเกี่ยวกับมุมองความมั่นคงในภาพรวม และทางออกปัญหาของจังหวัดภูก็ต และตอนที่ 2 เฉพาะเจาะจงไปที่พื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูก็ต พื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต เป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า การบริการ และการคมนาคมในพื้นที่ รวมทั้งเป็นที่ตั้งสถานกงสุลต่างประเทศหลายแห่ง เช่น เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี  เสน่ห์ของจังหวัดทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าไปใช้บริการการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกช่วงฤดูกาล ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่พักและร้านอาหาร แต่ชาวภูเก็ตจะเป็นเจ้าของกิจการมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้าง นอกจากนี้ ยังมีคนนอกพื้นที่เข้าไปทำงานในจำนวนที่ไม่น้อย สำหรับอาชีพอื่น ๆ นอกจากธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้แก่ ค้าขาย ก่อสร้าง ขนส่งและเก็บสินค้า เกษตรกรรม ประมง บริหารอสังหาริมทรัพย์…