CyberXplore ปักษ์หลัง พ.ค.2569
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน
The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1/2569 จะขยายตัวร้อยละ 2.8 สูงกว่าคาดการณ์ไว้ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่การส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่มั่นคงทางการเมือง ขณะที่หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue (SLD) ครั้งที่ 23 ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 พ.ค.69 โดยกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “Priorities within Asia’s Shifting Strategic Landscape” ย้ำถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) และความเป็นเอกภาพของอาเซียน ส่งเสริมความร่วมมือที่ครอบคลุม และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเน้นประเด็นบทบาทของอาเซียนในฐานะกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการเจรจา ความร่วมมือ และการเป็นสถาปัตยกรรมระดับภูมิภาคที่ เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความสอดประสานกันของภูมิภาค มากกว่าการแบ่งขั้ว
เวียดนาม-ลาว-กัมพูชา จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพและวัฒนธรรมไตรภาคีระหว่าง จนท.ความมั่นคงรุ่นใหม่ ที่บ้านวัฒนธรรมมิตรภาพ จ.กอนตูม เวียดนาม (ไม่ระบุห้วงเวลาจัดกิจกรรม) โดยเมื่อ 28 พ.ค.69 จนท.กลุ่มดังกล่าวได้ร่วมทัศนศึกษาหลักเขตแดนเวียดนาม-ลาว-กัมพูชา ที่ จ.กอนตูม หลักเขตดังกล่าวถูกใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ พิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพไตรภาคีระดับจังหวัดครั้งแรก เมื่อปี 2561 และพิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพไตรภาคีด้านการป้องกันประเทศครั้งแรก เมื่อปี 2566 ทั้งยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสามฝ่าย ซึ่งเป็นโอกาสเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ความร่วมมือ ความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน เพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนระหว่างประชน และสันติภาพในพื้นที่และภูมิภาค
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการประชุมฉุกเฉินกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 29 พ.ค.69 เพื่อหา “ข้อสรุปขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับร่างข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชม.โดยไม่มีการประกาศ ข้อสรุปขั้นสุดท้าย หลังจากปรากฏรายงานจากสื่อหลายแห่งว่า ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว ที่จะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุใน Truth Social ก่อนการประชุมว่า อิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ต้องทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดเพื่อเปิดให้มีการเดินเรือในน่านน้ำได้อย่างเสรี และต้องยินยอมให้สหรัฐฯ ขนย้ายและทำลายยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้ว
นายพีท เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ (ระหว่าง 29-31 พ.ค.69) ได้พบหารือกับ รมว.กห.สิงคโปร์ รมว.กห.เวียดนาม รมว.กห.ฟิลิปปินส์ และ รมว.กห. ในประเด็นความร่วมมือและความมั่นคงในภูมิภาค โดยนายเฮกเซธ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ใน 30 พ.ค.69 หัวข้อ UNITED STATES’ STRATEGY FOR PEACE IN THE INDO-PACIFIC ก่อนจะพบหารือกับ รมว.กห. มาเลเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ในโลกยุคปัจจุบันที่สถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและการดำเนินนโยบายของประเทศมหาอำนาจมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อนานาประเทศมากขึ้น มาดูกันว่าประเทศมหาอำนาจหลักของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย มีแนวทางการดำเนินนโยบายอย่างไร และจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหนต่อไป ติดตามกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “ทิศทางความสัมพันธ์ 3 มหาอำนาจ : สหรัฐฯ จีน รัสเซีย”
รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง พฤษภาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม
Global Gaze ปักษ์หลังเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจรอบโลกพร้อมประเมินแนวโน้ม
เมียนมา-จีน ลงนามข้อตกลงความร่วมมือภายใต้กองทุนพิเศษความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (Lancang-Mekong Cooperation Special Fund – LMCSF) เมื่อ 28 พ.ค.69 ที่กรุงเนปยีดอ โดยมีนายตินหม่องซเว รมว.กต.เมียนมา เป็นสักขีพยานในการลงนามระหว่าง รมช.กต.เมียนมา กับ ออท.จีน/เมียนมา พร้อมขอบคุณจีนให้การสนับสนุนประเทศลุ่มน้ำโขงอย่างต่อเนื่องผ่านกองทุน LMCSF เนื่องจากกองทุนดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่มุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ปี 2560 เมียนมาได้รับการสนับสนุนโครงการภายใต้กองทุนดังกล่าวรวม 140 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 40.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในปี 2569 เมียนมามีกำหนดดำเนินโครงการใหม่จำนวน 8 โครงการ ซึ่งครอบคลุมสาขาความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาภาคเกษตร พลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ตลอดจนความร่วมมือด้านวัฒนธรรม