ประธานาธิบดีจีนหารือกับ UAE และสถานการณ์ใน ตอ.กลาง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับ เชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะห์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 เม.ย.69 ว่า โดยประธานาธิบดีจีนให้ความสำคัญ UAE ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน  รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ตอ.กลาง และพื้นที่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจีนย้ำจุดยืนในการส่งเสริมสันติภาพและการเจรจา และจะยังมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับเสนอ 4 ข้อ  ได้แก่ 1) ยึดมั่นหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคปรับปรุงความสัมพันธ์ 2) ยึดมั่นหลักการอธิปไตยของชาติ 3) รักษาหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และ 4) การประสานงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ขณะที่ UAE ชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีน และให้คำมั่นจะคุ้มครองชาวจีน

CyberXplore ปักษ์แรก เม.ย.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์แรกเดือนเมษายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก เม.ย.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก เมษายน 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

ช่องแคบฮอร์มุซ : ตัวประกันของสงคราม

ความเข้มข้นในการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกันของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง หลังจากการเจรจาที่ปากีสถานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เมื่อ 11 เมษายน 2569  ล้มเหลว โดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาแถลงว่า สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับอิหร่านแล้วในเรื่องการระงับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธ อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งได้พบกับผู้แทนอิหร่านที่เข้าร่วมเจรจาภายหลังการหารือ เปิดเผยว่า ปากีสถานยังมีความพยายามหาทางยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้การหารือเมื่อ 11 เมษายน 2569 ไม่ได้ข้อสรุป ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศที่จะเข้าควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากประเทศอื่น หลังการเจรจาที่ปากีสถานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ  ซึ่งกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) ได้เริ่มตรวจสอบเรือทุกลำที่เข้า-ออกจากท่าเรือ และชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรืออิหร่านในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน ตั้งแต่ 13 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ด้วยว่าจะโจมตีเรือของอิหร่าน ด้วยความรวดเร็ว และรุนแรง หากเข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ หลังจากอ้างว่ากองทัพเรือของอิหร่านถูกสหรัฐฯ โจมตีอย่างหนักก่อนหน้านี้ สมาชิกเนโตจะไม่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยินดีสนับสนุนภารกิจ  ขณะที่สหราชอาณาจักร…

กัมพูชาร่วมมือกับสิงคโปร์ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร

การดำเนินนโยบายเกี่ยวพันกับสิงคโปร์ด้วยการร่วมมือในสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เป็นกลยุทธ์หนึ่งของกัมพูชาที่ใช้เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์กับสิงคโปร์  โดยในช่วง เมษายน 2569 กัมพูชาใช้จุดแข็งในด้านการเกษตร ด้วยการทำข้อตกลงกับสิงคโปร์ในการส่งออกข้าว ขณะเดียวกันก็แลกเปลี่ยนการเยือนกับผู้ค้าปลีกของสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มโอกาสขายปลีกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในสิงคโปร์ ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 กัมพูชาส่งออกข้าวสารเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2567  ร้อยละ 45.59 และส่งออกข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 32.43 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน ฮ่องกง อาเซียน (8 ประเทศ) แอฟริกา ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กัมพูชาเป็นประเทศที่สิงคโปร์จัดทำลงนามในบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation-MOC) เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและการค้าข้าวระหว่างกันเมื่อ 10 เมษายน 2569  จากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2568 สิงคโปร์ได้ทำข้อตกลงลักษณะนี้กับเวียดนาม และไทย โดยสิงคโปร์ต้องการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซอุปทานอาหาร เพราะสิงคโปร์พึ่งพาการนำเข้าอาหารถึงร้อยละ 90 และเพื่อลดความเสี่ยงความมั่นคงด้านอาหารที่ต้องเผชิญกับภูมิรัฐศาสตร์โลกตึงเครียด เช่น กรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อระหว่างอิสราเอล และสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เกิดขึ้นเมื่อ 28…

จีนปฏิเสธข่าวการเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ให้อิหร่าน

โฆษก สอท.จีน ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว CNN เมื่อ 11 เม.ย.69 ปฏิเสธข้อกล่าวหาของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมจะส่งระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า (MANPADs) ให้กับอิหร่าน  ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการคาดการณ์ที่ไม่มีหลักฐาน พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของจีนที่ไม่เคยจัดหายุทโธปกรณ์ให้กับคู่ขัดแย้ง และจีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ

ปากีสถาน–อิหร่านหารือนอกรอบเสริมความสัมพันธ์และเสถียรภาพในภูมิภาค

เว็บไซต์ นสพ.Pakistan Observer รายงานเมื่อ 11 เม.ย.69 ว่า นาย Mohammad Ishaq Dar รอง นรม. และ รมว.กต.ปากีสถาน ได้หารือนอกรอบกับนาย Abdolnasser Hemmati ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ระหว่างที่ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี โดยทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าร่วมกัน

คณะเจรจาของสหรัฐฯ ออกจากปากีสถาน หลังการเจรจากับอิหร่านไม่บรรลุผล

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 12 เม.ย.69 ว่า รองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ เดินทางออกจากปากีสถาน หลังการเจรจากับอิหร่าน 21 ชม.ไม่บรรลุผล โดยนายแวนซ์แถลงต่อสื่อหลังเสร็จสิ้นการเจรจาว่า ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดและเป็นข้อเสนอสุดท้าย (Best and Final Offer) ให้กับอิหร่านแล้ว โดยประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติได้แก่ อิหร่านปฏิเสธที่จะยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญ รวมถึงความขัดแย้งเรื่องการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

รัสเซียและอินโดนีเซียจะหารือเกี่ยวกับการซื้อขายน้ำมัน

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และ ที่รัสเซียใน ช่วงปลาย เมษายน 2569 เนื่องจากอินโดนีเซียต้องการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย  ซึ่งเป็นการเยือนรัสเซียครั้งที่ 3 ของประธานาธิบดีซูเบียนโต  ล่าสุดเมื่อ 10 ธ.ค.68 ทั้งนี้ อินโดนีเซียนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง เพียงร้อยละ 25 จากน้ำมันที่ใช้ทั้งหมด จึงได้รับผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง น้อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียน แต่อินโดนีเซียต้องการตรึงราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้สูงเกินไป เพื่อรักษาคะแนนนิยมของรัฐบาล อีกทั้งต้องการย้ำความสำคัญของข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รัสเซีย-อินโดนีเซีย ที่ลงนามเมื่อปี 2568 จึงจะนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย