สหรัฐฯ ระบุว่าจีนพยายามขยายเครือข่ายสวมสิทธิ์ระดับโลก

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน The Great Transshipment Scam  เมื่อ 13 ส.ค.69 โจมตีความพยายามของจีนในการขยายเครือข่ายสวมสิทธิ์ระดับโลก เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ด้วยการใช้ประเทศที่สามประกอบชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ในหลายภูมิภาค อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เม็กซิโก เคนยา คาซัคสถาน จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกัมพูชา  รวมทั้งไทยที่อยู่ในกลุ่ม tier 2  ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม   อย่างไรก็ดี สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เร่งหามาตรการป้องกันเครือข่ายดังกล่าว โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในโครงการนำร่องเพื่อสกัดกั้นการถ่ายลำสินค้า (transshipment) ซึ่งจะช่วยตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง ข้อมูลสินค้า กรรมสิทธิ์ และข้อมูลอื่น ๆ และหากตรวจพบ จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขณะที่ประเทศที่ช่วยเหลือจีนในการหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจเผชิญมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ

จีนจะจัดทำกฎหมายยกระดับคุณภาพอุปกรณ์กู้ภัย

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับกระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของจีน ประกาศ 13 ส.ค.69 แผน 5 ปี เพื่อจัดทำกฎหมายควบคุมและส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย สำหรับใช้ในการกู้ภัยและสถานการณ์ฉุกเฉิน ในระดับอุตสาหกรรมของจีน ให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพมากขึ้น  เพื่อให้มีการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการปฏิบัติการกู้ภัยหลากหลายรูปแบบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวระดับสากลภายในปี 2573 ทั้งนี้ ในห้วงที่ผ่านมา  อุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีนขยายตัวอย่างอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าสำคัญ โดยเทคโนโลยีใหม่ ที่ถูกนำมาใช้งานมากขึ้นในปฏิบัติการกู้ภัย เช่น โดรนและระบบสื่อสารดาวเทียม ซึ่งช่วยให้การควบคุมน้ำ การเฝ้าระวัง และการตอบสนองต่อภัยพิบัติในจีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สิงคโปร์สั่งปิดกว่า 500 เว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างหน่วยงานรัฐ

กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ แถลงเมื่อ 12 ส.ค.69 ว่า ได้สั่งปิดเว็บไซต์ปลอมกว่า 500 แห่งที่แอบอ้างเป็นกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัด อีก 7 แห่ง หลังจากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโฮมทีมตรวจพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้ลอกเลียนแบบตราสัญลักษณ์และเนื้อหาจากเว็บไซต์จริง เช่น กองกำลังตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิด แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าถูกนำไปใช้เพื่อการหลอกลวง  การล้วงข้อมูล (Phishing) หรือมีการเจาะระบบข้อมูลของรัฐแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้สังเกตโดเมนเนมของรัฐบาลสิงคโปร์ที่จะต้องลงท้ายด้วย “.gov.sg”  พร้อมทั้งตรวจสอบจุดผิดปกติ เช่น การสะกดคำ รูปภาพ หรือลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้ ก่อนการให้ข้อมูลส่วนบุคคล

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะประจำกัมพูชาอีกครั้งในรอบ 2 ปี

สหรัฐฯ แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกัมพูชาอีกครั้งหลังตำแหน่งดังกล่าวว่างลงเป็นเวลาถึง 2 ปี เพราะเหตุใดสหรัฐฯ ถึงมีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้งในตอนนี้ และบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งคนใหม่นั้นจะเป็นใคร มาจากไหน มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะประจำกัมพูชาอีกครั้งในรอบ 2 ปี”

กัมพูชากลับมามีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ อีกครั้งในรอบกว่า 2 ปี

การจะกลับมามีเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญอีกครั้งในรอบกว่า 2 ปี เป็นความสำเร็จของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต ที่น่าจะมีเป้าหมายใช้ความใกล้ชิดทางการทูตกับสหรัฐฯ สะท้อนภาพลักษณ์ในเชิงบวกของกัมพูชาต่อเวทีระหว่างประเทศ เพิ่มจากที่กลับมาใกล้ชิดทางการทหาร การลงทุน และการค้าระหว่างกันก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำว่า สหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นความสำคัญของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนมาเน็ต วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ความเห็นชอบ เมื่อ 7 สิงหาคม 2569 ให้นายคริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ ต่อจากนายแพทริค เมอร์ฟีย์ ที่สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง เมื่อ มีนาคม 2567 ขณะที่นายโรเบิร์ต วิลเลียม ฟอร์เดน ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2567 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ คำชี้แจงของนายแอนเดอร์สัน ที่ทำให้คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ พอใจเมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 จนนำไปสู่ความเห็นชอบของวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชธานีพนมเปญ นั้น ก็คือ การให้คำมั่นของนายแอนเดอร์สันที่จะให้ความสำคัญอันดับแรกกับกวาดล้างเครือข่ายออนไลน์ และเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีการกดขี่…

APHR คัดค้านกรณีเมียนมาปฏิเสธบทบาทผู้แทนพิเศษอาเซียน

เว็บไซต์สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เผยแพร่ข้อความเมื่อ 12 ส.ค.69 คัดค้านต่อแถลงการณ์ของ กต.เมียนมา เมื่อ 8 ส.ค.69 กรณีปฏิเสธบทบาทของผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมา และข้อเรียกร้องของผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนที่ให้ปล่อยตัวหรือเข้าพบนางอองซานซูจี โดย APHR เห็นว่าเป็นความพยายามยุติการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนจัดทำตัวชี้วัดความคืบหน้าการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ และกำหนดบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียนในระยะยาวตามที่ได้หารือในที่ประชุม รมว.กต.อาเซียน ครั้งที่ 59 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ ก.ค.69 และเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ใน พ.ย.69 นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้อาเซียนคงการจำกัดการเข้าร่วมการประชุมทางการเมืองของรัฐบาลที่นำโดยทหารเมียนมา จนกว่าจะมีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ที่สามารถตรวจสอบได้ และไม่ควรนับว่าการติดต่อหรือการเยือนอย่างไม่เป็นทางการเป็นการกลับมามีส่วนร่วมทางการเมืองของรัฐบาลทหารเมียนมา ตลอดจนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการยกเลิกหรือผ่อนคลายการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ

ญี่ปุ่นประท้วงกรณีประธานาธิบดีรัสเซียเยือนเกาะในดินแดนทางเหนือ

นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 ส.ค.69 ประท้วงรัสเซียกรณีประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เยือนเกาะ Etorofu ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เกาะของดินแดนทางเหนือ (Northern Territories) หรือหมู่เกาะคูริว (Kuril) ตามที่รัสเซียเรียก โดยญี่ปุ่นและรัสเซียมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะดังกล่าว ทั้งนี้ รมว.กต.ญี่ปุ่น ระบุว่า ดินแดนทางเหนือเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อการเยือนดังกล่าว

IMO เตือนการโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงเสี่ยงต่อการเดินเรือและห่วงโซ่อุปทานโลก

เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization – IMO) แถลงเมื่อ 12 ส.ค.69 ว่า การโจมตีเรือบรรทุกสินค้า Tihamah นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเยเมนทำให้ลูกเรือเสียชีวิต และเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือและห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีรายงานว่ากลุ่ม Houthi ขู่ปิดกั้นช่องแคบบาบ อัลมันดาบ และกลับมาโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างรุนแรง ทำให้มีเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวเหลือประมาณ 7 ลำต่อวัน ลดลงเกือบ 20 เท่าจากระดับก่อนความขัดแย้ง และส่งผลให้การส่งออกน้ำมัน ก๊าซ และวัตถุดิบสำหรับผลิตปุ๋ยลดลง รวมทั้งผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น

อิหร่านจะเข้าร่วมธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่ม BRICS

นาย Abdolnaser Hemmati ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน (Central Bank of Iran-CBI) ระบุระหว่างเข้าร่วมการประชุม รมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม BRICS ที่อินเดีย เมื่อ 12 ส.ค.69 ว่า อิหร่านจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank-NDB) ของกลุ่ม BRICS ในเร็ว ๆ นี้ โดยอิหร่านเชื่อว่าสมาชิก BRICS สามารถขยายการค้าโดยใช้สกุลเงินท้องถิ่นของตนได้ พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้มีการพัฒนาความร่วมมือทางการเงินแบบทวิภาคีและไตรภาคีระหว่างประเทศสมาชิก

ยูเครนโจมตีท่าเรือในทะเลดำจะส่งผลให้ราคาอาหารโลกสูงขึ้น

โฆษก กต.รัสเซียแถลงเมื่อ 12 ส.ค.69 ภายหลังเกิดเหตุยูเครนโจมตีท่าเรือในเมือง Novorossiysk แคว้นครัสโนดาร์ ริมชายฝั่งทะเลดำของรัสเซียในวันเดียวกันทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และท่าเทียบเรือขนส่งธัญพืชหยุดทำการ ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะขาดแคลนธัญพืชและปุ๋ยรุนแรง รวมทั้งผลักดันให้ราคาอาหารโลกสูงขึ้น โดยรัสเซียมองว่าการกระทำดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อชาติตะวันตกบางประเทศ ทั้งนี้ ห้วง ก.ค-ส.ค.69 ยูเครนเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก