ทำไม USTR ต้องไต่สวนนโยบายการค้าของไทย!? และข้อเสนอ

ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Trade Representative (USTR) ประกาศเมื่อ มีนาคม 2569 ว่าจะสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เน้นประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือรัฐบัญญัติ Trade Act มาตรา 301 พิเศษ โดยสหรัฐฯ ใช้กฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อตรวจสอบสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่อาจมีมาตรฐานการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของสหรัฐฯ เช่น เรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนราคาสินค้าเพื่อการส่งออก ..เป้าหมายของ USTR คือ ผลประโบชน์ของสหรัฐฯ ล้วน ๆ ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผู้ผลิต และแรงงานในประเทศ ความคิดเห็นและการตรวจสอบของ USTR ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ USTR เป็นเครื่องมือ และองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญภายใต้สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุคลากรที่ทำงานใน USTR เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายการค้า พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านกฎหมายและมาตรฐานการค้าฝ่ายเดียว (unilateral) ของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายการค้าของประเทศอื่น…

ไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจนส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพ

Bloomberg รายงานระบุว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง กำลังส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพในไทย วัดหลายแห่งทั่วประเทศเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับฌาปนกิจศพ และอาจต้องระงับการให้บริการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศรุนแรงขึ้น จากที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาค ตอ.กลางอย่างมาก ขณะที่ทยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันใช้เพียงพอ ประมาณ 3 เดือน แต่ภาพการเข้าคิวรอเติมน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งจำกัดการซื้อหรือปิดให้บริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมัน แสดงให้เห็นว่าประเทศกำลังรู้สึกถึงความตึงเตรียดจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

มาเลเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนที่ลงนามร่วมกับสหรัฐฯ

ถ้อยแถลงของนายโจฮารี อับดุล กานี รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมมาเลเซียระบุว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade-ART) ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ที่ลงนามโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ เมื่อ 26 ต.ค.68 เป็นโมฆะ หลังจากศาลฎีกาของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของมาเลเซียอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ยอมรับภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 15-20 และการเข้าถึงตลาดกับสหรัฐฯ อาจเริ่มพิจารณาข้อตกลงในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

วิกฤตความขัดแย้งใน ตอ.กลางส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทานการก่อสร้างสิงคโปร์

เว็บไซต์ channelnewsasia รายงานเมื่อ 16 มี.ค.69 ว่า อุตสาหกรรมการก่อสร้างของสิงคโปร์กำลังเผชิญกับภาระต้นทุนสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียมเคมี เช่น แผ่นกันซึม สี และยาแนว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20  ส่งผลให้ผู้รับเหมาจำนวนมากต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ความคืบหน้าของโครงการทันตามกำหนดการ   ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีปัญหาขาดแคลนวัสดุขั้นรุนแรง เนื่องจากสามารถจัดหาบางส่วนได้จากภายในภูมิภาค แต่หาก ความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทก่อสร้างที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด

สหรัฐฯ เรียกร้อง 7 ประเทศส่งเรือรบคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.AP รายงานเมื่อ อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ เรียกร้องอย่างน้อย 7 ประเทศ ให้สนับสนุนการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ จากการโจมตีอิหร่าน หลังการส่งเรือรบสหรัฐฯ  เข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นประเทศใด ก่อนหน้านี้ เคยระบุถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ประกอบทางนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประเทศข้างต้น และจีนจะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์

ลาวประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานภายในประเทศ

ประกาศเร่งด่วนของทางการลาว ลว.13 มี.ค.69 ว่า ด้วยมาตรการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับจัดตั้งคณะทำงานติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการที่จำเป็นซึ่งจะรายงานต่อ นรม.ทุกวัน  รวมทั้งระงับการเดินทางไปประชุมหรือศึกษาดูงานในประเทศ  ใช้การประชุมออนไลน์  หมุนเวียนวันเข้าสำนักงาน รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะจากเครื่องยนต์แบบสันดาป เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดค่าบริการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าลง ร้อยละ 30 แต่ปรับขึ้นที่ใช้เชื้อเพลิงลง ร้อยละ 30 กำหนดให้ผู้บริการขนส่งสาธารณะใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 10 ของยานพานะทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ ยังควบคุมราคาอาหารและสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ปลา และผัก  ควบคู่กับสนับสนุนเกษตรกรหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

IRGC ของอิหร่านประกาศจะตามไล่ล่าและสังหาร นรม.อิสราเอล

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงเมื่อ15 มี.ค.69 ว่า IRGC จะไล่ล่าและสังหารนายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งและการสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 และเป็นเหตุให้อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน เสียชีวิตเมื่อวันเดียวกัน

IDF เตรียมแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์

โฆษก กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงเมื่อ 15 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลกำลังประสานงาน กับสหรัฐฯ เพื่อดำเนินแผนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อไป อย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือจนถึงช่วงเทศกาลปัสกา (Passover) ของชาวยิว ระหว่าง 1-9 เม.ย.69 เพื่อโจมตีเป้าหมายหลายพันแห่งของรัฐบาลอิหร่าน รวมทั้งมีแผนครอบคลุมไปถึงช่วงเวลาอีก 3 สัปดาห์ถัดไปหลังเทศกาลปัสกาด้วย และย้ำว่า IDF  จะปฏิบัติการจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย  ซึ่งไม่ได้เพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ในอนาคต ซึ่งการตัดสินใจขึ้นอยู่กับชาวอิหร่าน

ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ตอบกระทู้ถามในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 16 มี.ค.69 เกี่ยวกับการส่งเรือของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Self-Defense Forces-SDF) ไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง นรม.ญี่ปุ่น ระบุว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ร้องขอ แต่กำลังพิจารณามาตรการตอบสนองที่จำเป็น รวมทั้งจะสื่อสารมุมมองของญี่ปุ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการพบหารือที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ใน 19 มี.ค.69 ขณะที่นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น กล่าวในที่ประชุมเดียวกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนที่จะส่งกองกำลัง SDF ไปยังภูมิภาค ตอ.กลาง ในขณะนี้

เวียดนาม-จีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์

เวียดนามและจีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยใน 15-16 มีนาคม 2569 ผู้แทนระดับรัฐมนตรีของจีนและเวียดนามจะจัดการประชุม 3+3 Strategic Dialogue หรือการประชุมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทูต การทหาร และความมั่นคงสาธารณะ ที่กรุงฮานอย เวียดนาม ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกที่จีนและเวียดนามจะแลกเปลี่ยนด้านความมั่นคงสาธารณะระหว่างกัน สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบการปกครองแบบเดียวกัน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจากการหารือ 3+3 ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนและเวียดนามเมื่อ ธันวาคม 2568 เวียดนามและจีนคาดหวังให้การประชุม 3+3 ครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างสังคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2569 จีนส่งสัญญาณให้เวียดนามเห็นว่าให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนเวียดนามเป็นประเทศแรกในปี 2569 และสนับสนุนการยกระดับการประชุมความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์จาก 2+2 ให้เป็น 3+3 คือ เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ ที่จีนเชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการขยายความไว้วางใจระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ การประชุม 3+3 จะเป็นผลดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับจีน และความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของจีนค่อนข้างน่าสนใจ เพราะสาเหตุที่จีนต้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ หรือ public security นั้นย่อมมีเป้าหมายปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ และความร่วมมือนี้อาจเปิดโอกาสให้จีนส่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปปฏิบัติการร่วมในประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกรณีการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง  ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศเพื่อนบ้านของจีน ปัจจุบัน…