ผู้ใช้ Reddit ทั่วโลกเปิดประสบการณ์ถูกสแกมเมอร์หลอกลวงในปี 2569

ชุมชน r/Scams บน Reddit ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1.34 ล้านบัญชี และมีผู้เข้าร่วมใหม่เฉลี่ยวันละ 516 บัญชี ได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางรายงานและวิเคราะห์กลโกงแบบเรียลไทม์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โมเดลการทำงานเริ่มจากผู้ใช้ที่ได้รับข้อความน่าสงสัยผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น SMS, WhatsApp, อีเมล หรือแอปหาคู่และหางาน นำมาตั้งคำถามสั้น ๆ ว่า “Is this a scam?” พร้อมแนบภาพหน้าจอ จากนั้นสมาชิกจะร่วมกันวิเคราะห์สัญญาณเตือน (Red Flag) อย่างรวดเร็ว โดยมี AutoModerator คอยให้ข้อมูลกลโกงทั่วไป และทีมผู้ดูแลอาสาสมัครคัดกรองเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องสงสัย จากข้อมูลที่สมาชิกชุมชน r/Scams แบ่งปันกันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 กลโกงที่พบมากที่สุดคือ Job Scam คิดเป็นร้อยละ 20 ของการแชร์ทั้งหมด สแกมเมอร์มักแอบอ้างเป็นบริษัทที่กำลังรับสมัครพนักงานทำงานจากบ้าน โดยใช้ชื่อองค์กรที่ฟังดูน่าเชื่อถือ เช่น Swiftora Logistics หรือ Triumph…

รายงานประเมินภัยคุกคามแห่งชาติของนอร์เวย์ ประจำปี 2569 : รัสเซีย จีน อิหร่าน และภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น

  หน่วยข่าวกรองความมั่นคงตำรวจนอร์เวย์ (Norwegian Police Security Service – PST) เผยแพร่รายงาน National Threat Assessment 2026 ซึ่งประเมินภัยคุกคามระดับชาติทั้งจากรัฐต่างชาติ กลุ่มแนวคิดสุดโต่ง และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคม ให้พร้อมรับมือและวางมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม รายงานชี้ว่า ปัจจุบันนอร์เวย์กำลังเผชิญสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลจากความตึงเครียดจากปฏิบัติการของต่างชาติ สงครามที่ดำเนินอยู่ การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ และการขยายตัวของภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid Threat) ทั้งทางการทหาร ทางไซเบอร์ การบิดเบือนข่าวสาร และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง  โดยประเมินว่ารัสเซีย จีน และอิหร่าน เป็นรัฐที่สร้างภัยคุกคามหลัก ทั้งด้านข่าวกรอง การจารกรรมทางไซเบอร์ การแทรกแซงทางการเมือง และการก่อวินาศกรรมต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในส่วนของรัสเซีย รายงานประเมินว่าหน่วยข่าวกรองมุ่งเป้าไปที่กองทัพ การฝึกซ้อมร่วมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) การสนับสนุนยูเครน และพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างอาร์กติกและภูมิภาคตอนเหนือสุด (High North) ผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปฏิบัติการทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรม การบ่อนทำลาย ไปจนถึงการแทรกซึมและการสรรหาแหล่งข่าวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและบุคคลที่ไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับรัฐ ที่น่ากังวลคือ…

ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา | ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 ก่อนจะมีเส้นพรมแดน มีเพียงผืนแผ่นดินและผู้คน วิดีโอนี้พาย้อนรอยความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี ภาษา สถาปัตยกรรม นาฏศิลป์ และบาดแผลที่ยังคงเปิดอยู่จากยุคอาณานิคม เนื้อหาอ้างอิงจากบทความทางวิชาการ:”ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา: ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศานติ ภักดีคำ

นรม.มาเลเซียประเมินความต้องการพลังงานอาเซียนจะเพิ่มขึ้น

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในงาน Energy Transition Conference 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 4 มิ.ย.69 ว่า ความต้องการพลังงานของอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 ภายในปี 2583 จากปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวของเขตเมืองอย่างรวดเร็ว การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมาเลเซียจัดสรรงบประมาณลงทุนกว่า 43,000 ล้านริงกิต ระหว่างปี 2568-2570 เพื่อยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้าและบูรณาการ AI รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนศูนย์ข้อมุลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ

ญี่ปุ่นห่วงกังวลเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางทหารของจีน

สนข. NHK รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.69 อ้างเนื้อหาในร่างรายงานด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น หรือรายงานสมุดปกขาวประจำปี ของ กห.ญี่ปุ่น ซึ่งระบุถึงการดำเนินกิจกรรมทางทหารของจีนในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงกรณีเครื่องบินขับไล่ J-15 ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Liaoning ของจีน ใช้เรดาร์ล็อกเป้าเครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น (Japan Air Self-Defense Force-JASDF) เมื่อ 6 ธ.ค.68 พร้อมแสดงท่าทีของญี่ปุ่นโดยใช้ถ้อยคำในลักษณะคล้ายกับถ้อยคำในรายงาน Annual White Paper ประจำปี 2568 เช่น ญี่ปุ่นเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของจีนสร้างความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ อีกทั้งเป็นความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเสนอร่างรายงานดังกล่าวให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในห้วงฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ประจำปี 2569

สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 60 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย

สนง.ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยแพร่มาตรการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเมื่อ 2 มิ.ย.69 ซึ่งเป็นผลล่าสุดจากการสอบสวนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม Section 301 เมื่อ มี.ค.69 ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 – 12.5 กับสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศรวมทั้งไทย  เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อควบคุมการค้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ (forced labor) ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยจะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 10 ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการใช้แรงงานบังคับ จากสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา มาเลเซีย ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร ส่วนอีก 45 ประเทศที่เหลือซึ่งถูกสอบสวนในครั้งนี้ จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 12.5 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นข้อเสนอของ USTR ซึ่งต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ (Public Hearing) ใน 7 ก.ค.69 จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนจะมีผลบังคับใช้

สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้า 60 ประเทศที่มีปัญหาใช้แรงงานบังคับ รวมทั้งไทย

รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ค่านิยมอเมริกันและมาตรการภาษีเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศอย่างเข้มข้น หลังจากการขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้า (reciprocal tariffs) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กับการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า เมื่อเมษายน 2568 ต้องถูกยกเลิกตามคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 ที่สั่งให้รัฐบาลต้องคืนเงินที่เรียกเก็บจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้า มาตรการทางภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้ต่อประเทศคู่ค้าอีกครั้ง คือ เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ( U.S.Trade Representative-USTR) เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนประเทศคู่ค้าที่มีการใช้แรงงานบังคับ (forced labor) ตามกฎหมายมาตรา 301 ของสหรัฐฯ พบว่าประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ จำนวน 60 ประเทศ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับตามมาตรฐานของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ต่อต้านและคัดค้านการใช้แรงงานบังคับมาโดยตลอดมากกว่า 100 ปี สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในบัญชี 60 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยไทยอยู่ในกลุ่มที่ USTR ของสหรัฐฯ…

สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พัฒนาการและแนวโน้ม

สถานการณ์ความมั่นคงและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก ยังไม่มีเสถียรภาพหรือสันติภาพที่ชัดเจน แม้ว่าเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 อิสราเอลกับเลบานอนจะตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire) ที่สหรัฐฯ เข้าไปช่วยประสานงานให้แล้ว เพื่อยุติความรุนแรงและการปะทะทางทหารบริเวณพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน และระงับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ไม่ให้ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล รวมทั้งไม่ให้เลบานอนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวค่อนข้างเปราะบางและอ่อนไหว ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับท่าทีของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และรัฐบาลเลบานอนจะควบคุมหรือเจรจาให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยุติการปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลได้หรือไม่ เนื่องจากเป็น 1 ในเงื่อนไขสำคัญ ที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการสร้างสันติภาพ ปกป้องความปลอดภัยของเลบานอน และสร้าง pilot zones หรือพื้นที่นำร่อง ทดลองให้กองทัพเลบานอนควบคุมความมั่นคงในพื้นที่ทั้งหมด แทนที่อิทธิพลของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ปัจจุบัน กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ยังไม่แสดงท่าทีหรือเคลื่อนไหวประเด็นดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลเลบานอนกับรัฐบาลอิสราเอลจะหารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงและมาตรการด้านความมั่นคงระหว่างกันอีกครั้งใน 22 มิถุนายน 2569 ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเลบานอนเปิดเผยว่ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยอมรับเงื่อนไขบางส่วนแล้ว แต่นาย Mahmoud Qamati ผู้นำกลุ่มย้ำต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะยอมรับเฉพาะเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการปกป้องพื้นที่ Dahieh ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางการเมือง การทหาร และสังคมของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ แต่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่รัฐบาล 2 ประเทศไปหารือกันเองที่สหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ขณะที่สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยังไม่แน่นอน…

ยูเครนใช้โดรนโจมตีรัสเซีย ขณะจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากคู่ขัดแย้งพยายามบั่นทอนภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ล่าสุดเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า กองทัพยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวนอย่างน้อย 59 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ 3 แห่ง บริเวณชนบทของเมือง St Petersburg เมืองสำคัญของรัสเซีย แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะสามารถสกัดกั้นโดรนได้ทั้งหมดที่โจมตีในช่วงเวลากลางคืน แต่ปฏิบัติการครั้งนี้สำคัญต่อรัสเซียอย่างมาก เนื่องจากผู้นำรัสเซียกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ St Petersburg Economic Forum ประจำปี 2569 (SPIEF-2026) ที่เมือง St Petersburg ระหว่าง 3-6 มิถุนายน 2569 โดยจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียจะร่วมการประชุมใน 5 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศว่ายูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีฐานทัพใกล้กับเมือง Kronstadt เมืองท่าสำคัญทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งอยู่ในทะเลบอลติก ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนย้ำว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อย้ำเตือนนานาชาติให้คว่ำบาตรรัสเซีย…

MI5 เตือนว่าเว็บไซต์หางานอาจถูกใช้รวบรวมข้อมูลอ่อนไหวทางความมั่นคง

หน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักร หรือ MI5 เมื่อ 4 มิถุนายน 2569 ออกถ้อยแถลงเตือนให้ระมัดระวังการใช้งานเว็บไซต์หางาน เช่น LinkedIn, Indeed และ Upwork เนื่องจากอาจเป็นช่องทางที่ต่างชาติใช้รวบรวมข้อมูลที่อ่อนไหวต่อความมั่นคงทางทหารและการเมือง ทั้งนี้ MI5 เผยแพร่คำเตือนดังกล่าวร่วมกับหน่วยข่าวกรองของกลุ่มพันธมิตร Five Eyes ได้แก่ หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยระบุว่าสายลับจีนใช้เว็บไซต์หางานที่น่าเชื่อถือ เพื่อโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และนักวิชาการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการทหาร เศรษฐกิจ การเมือง หรือข้อมูลที่สำคัญด้านความมั่นคง จากนั้นสายลับจีนจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินยุทธศาสตร์ต่อไป MI5 เผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของสายลับจีนเป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีข้อมูลตั้งแต่เมื่อปี 2568 ว่า หน่วยข่าวกรองจีน หรือ Ministry of State Security (MSS) ใช้เว็บไซต์ LinkedIn เป็นช่องทางสรรหาบุคลากร  โดยใช้ข้อมูลปลอมหลอกผู้ที่สนใจให้เข้าไปให้ข้อมูล จากนั้นจะทดสอบความสามารถ และโน้มน้าวพลเรือนในต่างประเทศให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงและการเมืองของสหราชอาณาจักร เพื่อส่งไปให้รัฐบาลจีน แลกเปลี่ยนกับค่าจ้างที่จะชำระผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น…