WHO ประกาศการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในคองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉิน

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) ในคองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern-PHEIC) เนื่องจากทำให้ประเทศที่มีชายแดนทางบกติดกับคองโกและยูกันดาเผชิญความเสี่ยงการแพร่ระบาดเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี WHO ยืนยันว่าการแพร่ระบาดดังกล่าวยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่ WHO จะประกาศให้เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก

ไทยและอินโดนีเซียจะทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

เหตุผลด้านความมั่นคงในประเทศ ทำให้ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย และอินโดนีเซีย เป็นสองประเทศที่กำลังเร่งทบทวนนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) แม้อาจมีผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งไทย เห็นว่าการมีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เอื้อประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าในเชิงปริมาณ อย่างไรก็ดี เป้าหมายการดึงดูดการท่องเที่ยวก็ยังเป็นนโยบายหลักในการสร้างรายได้ของประเทศ ไทยย้ำว่าการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาลดระยะเวลาสิทธิยกเว้นฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ก็เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า ไทยจะทบทวนวีซ่าทุกประเภทที่อาจให้ระยะเวลาพำนักเกินความจำเป็น และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเป็นพิเศษ แต่เพื่อทบทวนการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงในไทย ไทยประกาศ รายชื่อ 93 ประเทศหรือดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่า และสามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567  อย่างไรก็ดี หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้างต้น รัฐบาลจะมีการพิจารณาทบทวนรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธิ์ใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมประเทศที่ประเทศไทยต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือมีการเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตใหม่ ๆ นโยบายการลดจำนวนวันฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวของไทย…

ประธานาธิบดีจีนจะเยือนสหรัฐฯ ในห้วงปลายปี 2569

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน แถลงเมื่อ 15 พ.ค.69 ภายหลังเสร็จสิ้นการพบหารือระหว่างผู้นำจีนกับสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเยือนสหรัฐฯ  ระหว่าง ก.ย.-พ.ย.69 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมทั้งขอให้ทั้งสองฝ่ายประสานความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนให้การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น  การเยือนดังกล่าวจะเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นับจากการเยือนล่าสุดเมื่อปี 2558 สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

ญี่ปุ่นเตรียมรับมอบ LNG จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เรือ Mraweh ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas-LNG) ของบริษัท Abu Dhabi National Oil Co. ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรรจุ LNG ลงเรือที่เกาะดาส (Das Island) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อ เม.ย.69 ก่อนออกเดินทางเพื่อส่งมอบ LNG ให้ญี่ปุ่น โดยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเมื่อ 6 พ.ค.69 และคาดว่าจะเดินทางถึงท่าเรือฟุตสึ  จ.ชิบะ ญี่ปุ่น ใน 18 พ.ค.69   เรือลำดังกล่าวจะเป็นเรือบรรทุก LNG ลำแรกที่เดินทางถึงญี่ปุ่นโดยใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นับแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69

EU เห็นชอบมาตรการคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์

เว็บไซต์ Eureporter รายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของนางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า รมว.กต. EU เห็นชอบให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อแกนนำกลุ่มฮะมาส ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวทางการทูตยังให้ข้อมูลว่า รัฐบาลฮังการีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายปีเตอร์ มาจาร์ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุน EU มากขึ้น ช่วยให้สามารถบรรลุฉันทามติในประเด็นดังกล่าวได้ หลังรัฐบาลฮังการีของอดีต นรม.วิกเตอร์ ออร์บาน เคยคัดค้านมาตรการต่ออิสราเอลมาโดยตลอด

มาเลเซียไม่พอใจที่นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธ

มาเลเซียไม่พอใจกรณีนอร์เวย์ ประกาศยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธและระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ให้มาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียแสดงความเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า การตัดสินใจของนอร์เวย์จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการทหารของมาเลเซียให้ทันสมัย รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับผู้นำนอร์เวย์แล้ว และแสดงความไม่พอใจว่านอร์เวย์ตัดสินใจดำเนินการยกเลิกสัญญานี้เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นผลดีต่อความร่วมมือในอนาคต นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกระบบขีปนาวุธดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และให้สอดคล้องกับกฎหมายห้ามส่งออกอาวุธฉบับใหม่ โดยนอร์เวย์จะส่งออก Naval Strike Missile ให้กับสมาชิกเนโต และประเทศที่เป็หุ้นส่วนของเนโตเท่านั้น มาเลเซียไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต ทำให้นอร์เวย์ไม่สามารถส่งออกขีปนาวุธและระบบดังกล่าวให้ได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของนอร์เวย์มีสภาวะ “เหตุสุดวิสัย” หรือ force majeure และคาดว่าสาเหตุที่ทำให้นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งอาวุธให้มาเลเซีย เพราะส่วนประกอบของระบบ Naval Strike Missile เฉพาะอย่างยิ่งระบบนำทางขีปนาวุธ หรือ ไจโรสโคป (Gyroscope) เป็นส่วนประกอบที่บริษัทนอร์เวย์นำเข้าจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีมาตรการเข้มงวดการส่งออกส่วนประกอบดังกล่าวไปยังประเทศที่สาม ปัจจุบัน ประเทศที่ใช้ระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ได้แก่ สหรัฐฯ…

สาระสำคัญจากการพบหารือผู้นำจีน-สหรัฐฯ

บรรยากาศการพบหารืออย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 13-14 พฤษภาคม 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และไม่ต้องการติดกับดักมหาอำนาจ หรือ Thucydides Trap ที่จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศหวาดระแวงระหว่างกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้ง 2 ผู้นำยังไม่มีถ้อยแถลงร่วม แต่ต่างฝ่ายต่างเผยแพร่ผลการหารือบางส่วน โดยประเด็นการหารือที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) ผู้นำจีนย้ำประเด็นความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมเตือนว่าจีนและสหรัฐฯ ไม่ควรทำให้ความมั่นคงในพื้นที่ไร้เสถียรภาพ หรือตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย 2) ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจีนให้คำมั่นจะสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมจะปฏิบัติการทางทหารเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่านต่อไป และ 3) ทั้ง 2 ผู้นำมีมุมมองเชิงบวกว่าการพบหารือกันครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และในอนาคต ทั้ง 2 ประเทศจะสร้าง “วิสัยทัศน์ใหม่” เพื่อขยายความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในระยะ 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งเห็นพ้องว่าจีนกับสหรัฐฯ…

กัมพูชาปฏิเสธกรณีไทยระบุว่ากองทัพกัมพูชายิง M79

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 รายงานปฏิเสธกรณีสื่อมวลชนไทยอ้างว่ากองทัพกัมพูชายิงระเบิด M79 โจมตีฐานที่มั่นของกองทัพไทย ใกล้บริเวณชายแดนจังหวัดพระวิหาร โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่าข้อกล่าวหาของไทยไม่มีหลักฐาน และต้องการให้แก้ไขการสื่อสารโดยเร็ว เนื่องจากการรายงานดังกล่าวเท่ากับสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม และอาจทำให้เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายงานของสื่อมวลชนไทยทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพกัมพูชาเสื่อมเสียด้วย กัมพูชาให้ความสำคัญกับการแก้ไขเนื้อหาที่สื่อมวลชนรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างมาก เนื่องจากมีมุมมองว่าเนื้อหาที่ไม่ชัดเจนจะส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคง ทั้งนี้ นอกจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะมีถ้อยแถลงแล้ว ยังมีรายงานว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สังกัดกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ด้วยอีกช่องทาง พร้อมเรียกร้องไทยให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคี สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารยั่วยุกันในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษของไทย และจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา โดยมีรายงานได้ยินเสียงระเบิด แม้ยังไม่มีรายละเอียด แต่ฝ่ายไทยเตรียมความพร้อมด้านการทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์อ่อนไหว ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีความเสี่ยงเกิดการปะทะหรือการยั่วยุทางทหาร เพราะเคยเกิดเหตุปะทะ ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีคณะสังเกตการณ์ของอาเซียน (ASEAN Observer Team-AOT) ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกตั้งอยู่ จึงได้รับความสนใจจากอาเซียนและนานาชาติ มีข้อสังเกตว่าปัจจุบันสื่อมวลชนกัมพูชาและสื่อมวลชนไทยมีบทบาทและอิทธิพลในการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์บริเวณชายแดนค่อนข้างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากรัฐบาลและประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ขณะเดียวกันก็อาจเป็นช่องทางหรือเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์ความตึงเครียดครั้งนี้

มาเลเซียตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือในทะเลจีนใต้

 มีรายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 ว่า หน่วยบังคับใช้กฎหมายทางทะเลมาเลเซีย (MMEA) มาเลเซีย ตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายลักลอบขนถ่ายน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จากเรือสู่เรือ ห่างจากชายฝั่งรัฐยะโฮร์ประมาณ 70 กม. ในเขตท่าเรือนอกชายฝั่ง ตอ. (Eastern Outer Port Limit-EOPL) ในทะเลจีนใต้  ก่อนหน้านี้ กลุ่ม United Against Nuclear Iran (UANI) ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมพบเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านลักลอบขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือกว่า 42 ครั้งในพื้นที่ EOPL นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อ 28 ก.พ.69 พร้อมตำหนิว่า การที่มาเลเซียไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อกิจกรรมผิดกฎหมายนี้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับอิหร่าน จีน และกลุ่มเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี ผอ.MMEA ยืนยันว่า มาเลเซียไม่สนับสนุนการถ่ายโอนน้ำมันจากเรือสู่เรือที่ดำเนินการนอกเขตที่ได้รับอนุญาต เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดการรั่วไหลของน้ำมันในน่านน้ำห่างไกล