WHO คืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ใหม่

  องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อ 7 ส.ค.69 ว่า คณะที่ปรึกษาทางเทคนิคด้านการวิจัยวัคซีนประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลใหม่เกี่ยวกับวัคซีน Ervebo ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตเพียงชนิดเดียวสำหรับป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยผลการศึกษาการทดลองในสัตว์ 2 ครั้ง พบว่า อาจช่วยป้องกันโรคจากไวรัสสายพันธุ์ Bundibugyo ได้บางส่วน โดยเฉพาะช่วยลดโอกาสเสียชีวิต และยังไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยที่น่ากังวล ทำให้คณะที่ปรึกษาของ WHO แนะนำให้นำวัคซีนนี้ไปทดลองในคนที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ซึ่งกำลังเกิดการระบาด  ทั้งนี้ WHO จะทำงานร่วมกับหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่เพื่อเริ่มการทดลองโดยเร็ว

มาเลเซียกระชับความสัมพันธ์กับกัมพูชา

มาเลเซียเป็นเจ้าภาพต้อนรับการเยือนของนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระหว่าง 3-4 สิงหาคม 2569  ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือมาเลเซีย-กัมพูชา (Cambodia-Malaysia Joint Commission for Bilateral Cooperation -JCBC) ครั้งที่ 3 ทั้งนี้ ในปี 2570 ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันด้วย มาเลเซียและกัมพูชามีความใกล้ชิดกันอย่างมาก และเมื่อปี 2568 ในโอกาสที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียนก็ได้ผลักดันบทบาทของตนเองในการเป็นตัวกลางให้ไทย-กัมพูชามีการลงนามร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิง โดยในครั้งนั้นมีประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ร่วมอยู่ด้วย สำหรับการประชุม  JCBC ครั้งที่ 3 เป็นการตอกย้ำความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ของทั้งมาเลเซียและกัมพูชา เช่น การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)   ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการต่อต้านอาชญากรรมชาติ ขณะที่ในฐานะสมาชิกอาเซียน ทั้งสองประเทศยังให้คำมั่นในการรักษาสันติภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนในปี  2583 ทั้งนี้ มาเลเซียและกัมพูชายังเพิ่มความใกล้ชิดกันหลาย ๆ ด้าน  เช่น…

นักวิจัยทางทหารของจีนใช้แบบจำลอง AI ของสหรัฐฯ ในการฝึกฝนระบบป้องกันประเทศ

นักวิจัยด้านการทหารของจีนได้นำผลลัพธ์จากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ อาทิ OpenAI และ Anthropic มาใช้ฝึกฝนระบบ AI ภายในประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศท่ามกลางมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงของทางการสหรัฐฯ

ผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคการเกษตร

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน และการวิเคราะห์ตลาด เผยแพร่รายงานเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารโลก ในช่วงปี 2569-2570  เรื่อง FACTBOX: El Niño may disrupt global food supplies as farm output falls  ด้วยการชี้ให้เห็นถึงแนวโน้ม และผลกระทบของสภาพอากาศต่อภาคการเกษตร และการส่งออกจากปรากฏการณ์เอลนีโญ รายงานระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังดำเนินอยู่ในปี 2569 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานอาหารทั่วโลก ในช่วงปี 2569-2570 เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงในหลายภูมิภาค โดยเอลนีโญจะเริ่มขึ้นในต้น กรกฎาคม 2569 รวมทั้งคาดว่าจะทวีความรุนแรงในช่วง ตุลาคม-ธันวาคม 2569  และคงอยู่จนถึง เมษายน 2570 ปรากฏการณ์นี้ จะส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้นในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย บางส่วนของภูมิภาคเอเชียใต้ และทางตอนเหนือของภูมิภาคอเมริกาใต้ ในขณะที่บางส่วนของภูมิภาคอเมริกาเหนือและตอนใต้ของภูมิภาคอเมริกาใต้คาดว่าจะมีปริมาณฝนสูงขึ้น พื้นที่เผชิญความเสี่ยงด้านลบส่วนใหญ่จะอยู่ในบราซิล ออสเตรเลีย…

โศกนาฏกรรมเซวตา : ภาพสะท้อนวิกฤตผู้ลี้ภัยจากแอฟริกาในยุโรป

“ผู้รุกราน! ผู้รุกราน!” เสียงจากชาวเซวตาที่พุ่งเป้าไปที่ผู้มาใหม่จากโมร็อกโก  ……. ตลอดทั้งวันของวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้อพยพชาวโมร็อกโกหลายหมื่นคน บ้างว่ายน้ำ บ้างวิ่งกรู บ้างปีนกำแพง บุกรุกจากโมร็อกโก สู่เมืองเซวตา (Ceuta) ที่เป็นดินแดนของสเปนแต่อยู่ในแอฟริกาบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของทวีป มีพรมแดนทางบกติดกับจังหวัด Fnideq ของโมร็อกโก ภาพดังกล่าวถ่ายทอดความน่ากลัวของ “โศกนาฎกรรมเซวตา” ในสองด้าน ทั้งความหวังและความสิ้นหวังของชาวโมร็อกโกที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า พวกเขายังไม่รู้ว่าจะไปอยู่อย่างไร เส้นทางของการอพยพสู่ยุโรปยังไม่มีภาพอนาคตที่ชัดเจน แต่ความหวังของชีวิตที่ดีกว่า ทำให้ยอมเสี่ยงตาย และ ณ ปัจจุบันก็มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้วอย่างน้อย 57 คน ส่วนใหญ่จากการจมน้ำหรือเหยียบกันตายระหว่างพยายามข้ามแนวรั้วกั้นพรมแดน ในอีกด้านหนึ่งคือความหวาดกลัวและสิ้นหวังของชาวสเปนในเมืองเซวตา เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 18.5 ตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียงประมาณ 85,000 คน ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ตัดขาดโดดเดี่ยวจากแผ่นดินใหญ่ของสเปน และในเวลานี้ กำลังเผชิญการบุกรุกจากชาวต่างชาติจากแอฟริกาเหนือที่ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ จำนวนรวมราว 60,000 คน ซึ่งเกือบจะเท่ากับประชากรของเซวตา จำนวนผู้บุกรุกมหาศาลในคราวเดียวกันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของเซวตาไม่มีกำลังใด ๆ ที่จะไปสกัดกั้นได้เลย และนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองเซวตา เซวตา…… สเปนครอบครองดินแดนเซวตามาตั้งแต่ปี…

เวียดนามส่งออกทุเรียนห้วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 32

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 7 ส.ค.69 ว่าห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 เวียดนามส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 และจะสามารถส่งออกทั้งปี 2569 ประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับไทยที่มีตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดเป็นจีน (เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนร้อยละ 90 ของทุเรียนที่ส่งออกทั้งหมด)  ปริมาณการส่งออกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแก้ไขปัญหาสินค้าตกค้างบริเวณชายแดน ซึ่งทำให้จัดส่งล่าช้าและถูกตีกลับเพราะไม่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ ด้วยการเพิ่มศูนย์ตรวจสอบคุณภาพทุเรียนที่ทางการจีนให้การรับรองจำนวน 50 แห่ง จาก18 แห่ง ควบคู่กับปราบปรามการทุจริตและรับสินบนของเจ้าหน้าที่ รวมถึงลดขั้นตอนการขอหมายเลขระบุพื้นที่เพาะปลูกจากทางการเวียดนาม จากเดิม 10 วัน เหลือ 3 วัน

ผู้นำเมียนมาเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ 7 ส.ค.69 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยผู้นำเมียนมายืนยันว่าจะผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ พร้อมระบุว่าเมียนมากำลังดำเนินไปบนเส้นทางประชาธิปไตยและมุ่งสู่อนาคตที่ดีขึ้น รวมทั้งจะกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนเพื่อประโยชน์ของประชาชน การเยือนไทยครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งที่ 4 ของนายมินอองไลง์ในฐานะประธานาธิบดี ต่อจากจีน อินเดีย และลาว ท่ามกลางความพยายามสร้างการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ

นรม.ญี่ปุ่นสงวนท่าทีต่อการแก้ไขหลักการปลอดนิวเคลียร์ของประเทศ

ถ้อยแถลงของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 6 ส.ค.69 ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีผู้สื่อข่าวถามคำถามว่ารัฐบาลจะแก้ไขหลักการปลอดนิวเคลียร์สามประการ (Three Non-Nuclear Principles) พร้อมกับการแก้ไขยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศ 3 ฉบับ ในปลายปี 2569 หรือไม่ ก่อนหน้านี้ ปรากฏข่าวสารเมื่อปลายปี 2568 ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น เรียกร้องให้มีการทบทวน Three Non-Nuclear Principles

สื่อต่างประเทศรายงานกรณีผู้นำเมียนมาเยือนไทย

กรณีนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา อายุ 70 ปี เยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่าง 6-7 สิงหาคม 2569 ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่รายงานกำหนดการเยือนตามข้อเท็จจริง และนำเสนอว่าผู้นำเมียนมาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ไทยให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับเมียนมา และความมั่นคงในเมียนมามาโดยตลอด เนื่องจากมีผลต่อความมั่นคงของไทยที่มีชายแดนติดกัน รวมทั้งคงการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ประเด็นที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจและวิเคราะห์ตีความ ได้แก่ 1) กรณีไทยต้อนรับผู้นำเมียนมาครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าไทยสนับสนุนเมียนมาให้กลับไปมีส่วนร่วมในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งอาเซียน แม้ว่าอาเซียนมีมติเมื่อ กรกฎาคม 2569 ไม่อนุญาตให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนในปลายปี 2569 ที่ฟิลิปปินส์ แต่ นายกรัฐมนตรีไทยย้ำว่าการรักษาช่องทางติดต่อสื่อสารกับเมียนมาจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเมืองในเมียนมา 2) มุมมองของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ที่ตั้งข้อสังเกตว่ากรณีผู้นำเมียนมาเยือนไทยอาจไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองในเมียนมา พร้อมกระตุ้นให้ไทย รวมทั้งอาเซียน ทบทวนหลักการ “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน” ของอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงมนุษย์ในเมียนมาอย่างจริงจัง และ 3) ความเคลื่อนไหวของอดีตผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยในเมียนมา หรืออองซานซูจี ซึ่งรัฐบาลเมียนมาเปิดเผยเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ว่า อองซานซูจียังสุขภาพดี และได้พบกับผู้แทนของสภากาชาดสากล (ICRC) เป็นครั้งแรก สะท้อนว่ารัฐบาลเมียนมาพยายามลดระดับแรงกดดันจากนานาชาติ ที่วิจารณ์เชิงลบเกี่ยวกับการปฏิบัติต่ออดีตผู้นำ…

จีนคัดค้านกรณีสหรัฐฯ จะเข้มงวดมาตรการนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สื่อมวลชนจีนเมื่อ 5 สิงหาคม 2569 รายงานความเห็นของเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตจีน/สหรัฐฯ เชิงลบต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ กรณีรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 28 กรกฎาคม 2569 จะเข้มงวดตรวจสอบการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ตลอดจนจะกำหนดราคาขั้นต่ำสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท เพื่อปกป้องนักธุรกิจและตลาดในสหรัฐฯ รวมทั้งเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ เนื่องจากสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากจีน จึงไม่เป็นผลดีต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงและการค้าระหว่างประเทศ ฝ่ายจีนมีมุมมองว่านโยบายของสหรัฐฯ เป็นมาตรการปกป้องการค้า (protectionism) ที่ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งไม่เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของสหรัฐฯ  พร้อมกันนี้ จีนประกาศว่าจะใช้กฎหมายเพื่อปกป้องธุรกิจการค้าและบริษัทของจีนที่ร่วมมือกับบริษัทในสหรัฐฯ ด้วย มาตรการของสหรัฐฯ ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อจีนที่ต้องการส่งออกสินค้าประเภทโพลีซิลิคอน (polysilicon) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (data center) และแผงโซลาร์เซลล์ ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของจีนในปัจจุบัน และกำลังจะเผชิญมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 15 สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่จะมีมาตรการควบคุมการนำเข้าเข้มงวดขึ้นด้วย ได้แก่ แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน อุปกรณ์แปลงพลังงาน และชุดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ กรณีดังกล่าวสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปกป้องทางการค้าเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของจีน ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจ จะมีแนวโน้มเป็นการแข่งขันระหว่างกันต่อไปในระยะยาวทั้งในมิติการเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 การเป็นผู้นำโลกด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยมีข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ…