ไทยเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม

The Strait Times ของสิงคโปร์ และ Executive Traveller ของออสเตรเลีย รายงานกรณีไทยเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตรา 450 บาทต่อคน เพื่อนำรายได้ดังกล่าวไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว และเพิ่มความคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้าน Nikkei Asia ของญี่ปุ่น ประเมินว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบคแพคเกอร์และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยังมีรายได้ไม่มาก ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติการท่องเที่ยวในไทย ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม

เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงานระยะ 25 ปี

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อ 30 ส.ค.69 ว่า เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงด้านพลังงาน  ระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์   และแหล่งสัมปทานใหม่ในเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาตั้งเป้าว่าข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศ เป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ประมาณ 209,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวของรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 28 ส.ค.69 เกี่ยวกับแผนที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา กว่า 65,000 ล้านบาร์เรล ผ่านการร่วมทุนกับภาคเอกชน

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนร่วมภารกิจปกป้องประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค.69 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในโอกาสวันวีรบุรุษแห่งชาติ เรียกร้องให้ชาวฟิลิปปินส์ร่วมแบ่งปันความรับผิดชอบในการปกป้องดินแดน อธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นภารกิจของทุกคน  พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการยืนยันสิทธิ์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของสิทธิทางทะเลของประเทศ และใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ส่งเสริมความจริง ต่อต้านข้อมูลเท็จ และส่งเสริมการสนทนาอย่างมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยยามฝั่ง กองทัพ สนง.ทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำ และชาวประมง ที่เปรียบเสมือนแนวหน้าในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่ออิหร่าน

ในช่วงเช้าของ 30 ส.ค.69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศใส่แท่นยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค (Larak Island) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากตรวจพบว่าอิหร่านเตรียมยิงจรวดเพื่อวางทุ่นระเบิดรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จึงต้องโจมตีเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือสินค้า   การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent  ปรับขึ้นสูงเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง (ประมาณ 90.31 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 85.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เนื่องจากความกังวลว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับสู่ความรุนแรงอีกครั้ง

ศรีลังกาเฝ้าระวังเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 31 ส.ค.69 ว่า ศรีลังกาเฝ้าติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 20 ลำ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของศรีลังกา โดยเป็นเรือติดธงอิหร่านประมาณ 13 ลำ และบางส่วนเป็นเรือในกองเรือที่ใช้วิธีอำพรางการปฏิบัติการ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวยังอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา จึงไม่อยู่ภายใต้อำนาจแทรกแซงของศรีลังกาโดยตรง และรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ให้บริการหรือความช่วยเหลือใดแก่เรือดังกล่าว ขณะที่ ทร. และ ทอ.ศรีลังกายังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

ผู้นำจีนเยือนคีร์กีซสถาน ร่วมการประชุมสุดยอด SCO

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเยือนคีร์กีซสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ประจำปี 2569 ที่เมือง Bishkek เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน ระหว่าง 31 สิงหาคม 2569 – 1 กันยายน 2569 โดยการเยือนครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการกระชับความร่วมมือระหว่างจีนกับคีร์กีซสถาน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของกรอบความร่วมมือพหุภาคีให้ SCO เป็นกลไกส่งเสริมความเชื่อมั่นระหว่างประเทศสมาชิกต่อไป ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการผลักดันและสนับสนุนกรอบ SCO อย่างมาก และในโอกาสครบรอบ 25 ปีในปี 2569 นี้ คาดว่าจีนจะสมาชิก SCO จะย้ำการให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนา เฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างภูมิภาค และโครงการพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน ทั่วโลกจับตามองท่าทีของจีนและสมาชิก SCO ต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก SCO ที่กำลังเผชิญภาวะสงครามกับสหรัฐฯ และมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางราคาพลังงานโลก ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าจีน รัสเซีย รวมทั้งสมาชิก SCO ส่วนใหญ่จะยังยืนยันท่าทีสนับสนุนความมั่นคงของอิหร่าน และหลีกเลี่ยงการใช้การประชุม SCO…

กลยุทธ์ตัดตอนทางการเมือง กรณีผู้นำอิสราเอลประณามการก่อเหตุรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์

กรณีนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 ออกแถลงการณ์ประณามชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ก่อเหตุบุกทำร้ายชาวบ้านในหมู่บ้าน Qusra และ Jarud เขตเวสต์แบงก์ เมื่อ 29 ส.ค. 69 โดยวิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวขัดขวางการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ พร้อมทั้งยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่ง หรือกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่ละเมิดกฎหมายเท่านั้น ทั้งนี้ ท่าทีของผู้นำอิสราเอลมีขึ้นหลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานกระจายกำลังโจมตีชาวปาเลสไตน์หลายจุดทั่วเขตเวสต์แบงก์ ทำให้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ชาวอิสราเอล ปัจจุบัน มีผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลมากกว่า 500,000 คน อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ร่วมกับชาวปาเลสไตน์ประมาณ 3.4 ล้านคน ขณะที่ สนง.เพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายกรกฎาคม 2569 เกิดเหตุกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานโจมตีจนทำให้ชาวปาเลสไตน์บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหายแล้วมากกว่า 1,330 ครั้ง ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ท่าทีของผู้นำอิสราเอลนั้นล่าช้า รวมทั้งขัดแย้งต่อสถานการณ์จริงในพื้นที่ และอาจเป็นไปเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของอิสราเอลในเวทีระหว่างประเทศว่าไม่ได้สนับสนุนการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มที่มีแนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง ควบคู่กับสร้างเงื่อนไข หรือ “ข้ออ้าง” ในการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเข้าไปปฏิบัติการควบคุมตัวบุคคลและตั้งฐานที่มั่นในเขตเวสต์แบงก์มากขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่อิสราเอลไม่ได้เข้าไปปราบปรามกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานอย่างจริงจัง แต่กลับมีรายงานว่าเข้าไปปฏิบัติการคุกคามและขับไล่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ ดังนั้น ท่าทีของผู้นำอิสราเอลเป็นเพียงการเดินเกมการเมือง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของรัฐบาลอิสราเอลให้ยังคงได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ ด้วยกลยุทธ์…

ความคืบหน้าปฏิบัติการกู้ภัยในเนปาล-ทิเบต

เหตุอุทกภัยและดินถล่มฉับพลันที่บริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ยังคงเป็นภัยพิบัติที่ทำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง โดยมีรายงานเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 ว่าจำนวนผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ราย และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 800 ราย โดยผู้สูญหายจำนวนหนึ่งเป็นแรงงานชาวเนปาลและชาวต่างชาติ ได้แก่ อินเดีย จีน และเกาหลีใต้ ที่ทำงานในโครงการก่อสร้างเขื่อนพลังงานน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 11 แห่งในพื้นที่ประสบภัย ขณะที่สภาพภูมิอากาศในพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเหตุภัยพิบัติซ้ำ เนื่องจากฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบบริเวณใกล้เคียงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังปฏิบัติการให้ความช่วยเหลืออย่างมาก ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบการติดตามสถานการณ์ภูมิอากาศและระดับน้ำในทะเลสาบ ยังมั่นใจว่าหากสถานการณ์เสี่ยงภัย จะสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้า 30 นาที รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเนปาลระบุว่าปัจจุบันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่มากกว่า 19,00 นายและเฮลิคอปเตอร์ 16 ลำ ร่วมปฏิบัติการกู้ภัย อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยในพื้นที่โครงการเขื่อนพลังงานน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีอุโมงค์จำนวนมาก และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้หน่วยกู้ภัยไม่สามารถระบุตัวตนผู้ประสบภัยได้ตามเป้าหมาย ทำให้มีรายงานว่าอินเดียและจีน ส่งทีมกู้ภัยเข้าไปร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเนปาล ประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติดังกล่าวประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเนปาลยังคงเน้นปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยเป็นอันดับแรก ยังไม่เปลี่ยนเป้าหมายการปฏิบัติการไปสู่ขั้นตอนการบรรเทาทุกข์ หรือการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม…

สหรัฐฯ-อิหร่าน ปะทะรอบใหม่ ภูมิภาคตะวันออกกลางเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้ประเทศอื่น ๆ เสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีและได้รับผลกระทบมากขึ้น จากกรณีล่าสุดเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 ทั้ง 2 ประเทศเริ่มการโจมตีด้วยกำลังทหารรองใหม่ โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มปฏิบัติการใช้จรวดยิงทำลายเกาะ Larak นอกชายฝั่งติดกับเมืองบันดาร์อับบาส ทางตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐฯ เปิดเผยว่าการโจมตีเกาะ Larak เป็นไปเพื่อสกัดกั้นปฏิบัติการลักลอบวางทุ่นระเบิดของกองทัพอิหร่าน ด้านอิหร่านไม่พอใจและประกาศว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง จากนั้นจึงมีรายงานว่าอิหร่านปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ จำนวน 2 แห่งในจอร์แดน ได้แก่ ฐานทัพ King Hussein และฐานทัพ al-Azraq  ด้านกองทัพจอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้จำนวน 8 ลูก ส่วนกองทัพอิหร่านระบุว่าสามารถสร้างความเสียหายให้กับฐานทัพดังกล่าวได้ การตอบโต้ทางทหารดังกล่าวเป็นการปะทะรอบล่าสุด หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายยับยั้งการโจมตีระหว่างกันเมื่อ ปลายกรกฎาคม 2569 แต่ระดับความขัดแย้งไม่ผ่อนคลาย เนื่องจากยังไม่มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง ไม่มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขการเจรจา ขณะที่สหรัฐฯ ก็เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันอิหร่านอย่างจริงจังเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ จะส่งผลเสียต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า สหรัฐฯ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องมือทางทหารให้บรรลุเป้าหมายเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองการปกครองของอิหร่าน…

CyberXplore ปักษ์หลัง ส.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังสิงหาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน