สหราชอาณาจักรยกระดับการระมัดระวังเหตุก่อการร้าย

สหราชอาณาจักรยกระดับการระมัดระวังเหตุก่อการร้าย จากระดับมาก หรือ “substantial” เป็นระดับเข้มงวด “severe” หลังจากเกิดเหตุผู้ก่อความรุนแรงใช้มีดแทงชาย 2 คนที่เป็นชาวยิว ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อ 29 เมษายน 2569 โดยสหราชอาณาจักร ยกระดับคำเตือนดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่า สหราชอาณาจักรจำเป็นต้องปรับระดับคำเตือน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สังคมเสี่ยงเผชิญความรุนแรงและการก่อการร้ายที่เกิดจากผู้มีอุดมการณ์สุดโต่งและนิยมความรุนแรง ทั้งจากแรงจูงใจด้านศาสนาและอุดมการณ์ทางการเมือง สำหรับเหตุผู้ร้ายใช้มีดแทงชาวยิวครั้งล่าสุด สะท้อนว่าชุมชนชาวยิวในสหราชอาณาจักร เผชิญความเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีจากผู้ที่นิยมใช้ความรุนแรง การเตือนภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในระดับเข้มงวด หรือ severe เป็นสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเหตุก่อการร้ายในห้วงเวลา 6 เดือนข้างหน้า จึงต้องการให้ประชาชนตื่นตัว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและหน่วยความมั่นคงของสหราชอาณาจักร จะเฝ้าระวังและป้องกันเหตุร้ายอย่างจริงจัง รวมทั้งให้ความสำคัญกับการปกป้องชุมชนชาวยิว โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทบทวนเหตุร้ายต่าง ๆ ที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียนและเตรียมพร้อมเสริมความมั่นคงในสาธารณะ ก่อนหน้านี้ ชุมชนชาวยิวในสหราชอาณาจักรเผชิญเหตุร้ายต่อเนื่อง เช่น กรณีเมื่อ ตุลาคม 2568 ผู้ก่อเหตุร้ายขับรถพุ่งชนและใช้อาวุธมีดแทงชาวยิว 2 รายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย และกรณีเมื่อ…

เมื่อมหาวิทยาลัยในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เป็นปลายทางของนักศึกษาจีน

หลังจากต้องพลาดหวังจากการแข่งขันอย่างดุเดือดในการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาระหว่างนักศึกษาจีนด้วยกัน หลายคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาเอกชนในจีน เลือกที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยประเทศนอกสายตา เช่น ประเทศตามแนวเส้นทาง BRI ดูจะเป็นที่นิยมของนักศึกษาจีนมากขึ้น ด้วยค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่รับได้ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งความแตกต่างด้านภาษา สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ระบบการศึกษา รวมทั้งยังไม่มีหลักประกันความก้าวหน้าหรือโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ แต่ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยในประเทศเหล่านั้นจะเป็นตัวเลือกสำหรับนักศึกษาจีน เนื่องจากการสมัครเข้าศึกษาต่อต้องตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้น ๆ ได้รับการยอมรับจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการของจีน (Chinese Service Center for Scholarly Exchange-CSCSE) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศหรือไม่ เนื่องจากหากสถาบันการศึกษาที่เลือกเรียนต่อ  CSCSE ไม่ให้การยอมรับ จะมีผลต่อโอกาสการทำงานในจีน นอกจากนี้ ผู้เรียนและผู้ปกครองยังต้องพิจารณาความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพในประเทศนั้น ๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากนักศึกษาในประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศ ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาจีนเลือกจะไปศึกษาต่อในประเทศตามแนวเส้นทาง BRI เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียกลางที่อยู่ไม่ห่างจากจีน เช่น คาซัคสถาน เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครองชาวจีนได้ไม่น้อย ทั้งค่าใช้จ่าย บรรยากาศการเรียน เงื่อนไขและการกำหนดคุณสมบัติการเข้าศึกษาต่อ รวมทั้งมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมทางภาษาก่อนศึกษาต่อในสาขาที่ต้องการ โดยรายงานประจำปีว่าด้วยการพัฒนาการศึกษาต่อในต่างประเทศของนักศึกษาจีน ของ Center for China and Globalization…

ไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงาน

  The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวปัญหาการขยายโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของไทย ที่ไม่สอดคล้องกับทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าความพร้อมจ่ายทำให้จ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมายาวนานก่อนเกิดความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง และสัญญาใหม่ทุกฉบับในปัจจุบันคือการถ่ายโอนความเสี่ยงจากนักลงทุนไปยังผู้บริโภคในอนาคต การเดินหน้าลงทุนใน LNG จึงไม่ได้ลดความเปราะบางด้านพลังงานของไทย

ผู้นำเมียนมาสั่งย้ายนางอองซานซูจีจากเรือนจำไปควบคุมตัวไว้ในบ้านพัก

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา มีคำสั่งเมื่อ 30 เม.ย.69  ให้ย้ายนางอองซานซูจี (อายุ 81 ปี /2569) อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา ออกจากเรือนจำเนปยีดอไปควบคุมตัวไว้ในบ้านพักที่กำหนดไว้ เพื่อรับโทษที่เหลืออ  พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายขณะนางอองซานซูจีนั่งพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยสวัสดิภาพที่ดี โ นางอองซานซูจีถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเมื่อ ก.พ.64 และต้องโทษจำคุกนาน 33 ปี ก่อนที่ทางการเมียนมาจะทยอยลดโทษ จนท้ายที่สุดผู้นำเมียนมามีคำสั่งเมื่อ 30 เม.ย.69 ให้ลดโทษจำคุกเหลือเพียง 18 ปี ซึ่งทำให้นางอองซานซูจีจะต้องถูกควบคุมตัวต่อไปอีก 13 ปี เพราะรับโทษมาแล้ว 5 ปี   เหตุผลที่ลดโทษและย้ายสถานที่ควบคุมตัวนางอองซานซูจี ว่าเป็นการกุศลในวันเพ็ญเดือนกะโส่น (Kason Full-moon Day) และเพื่อคำนึงถึงมนุษยธรรม ตลอดจนความเมตตาและความปรารถนาดีของรัฐ พร้อมกันนี้ได้ปล่อยตัวนักโทษอีก 1,519 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติ 11 คน

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ จะชี้แจงแนวปฏิบัติการกับอิหร่านต่อผู้นำสหรัฐฯ

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 เม.ย.69 ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผบ.กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) จะเข้าชี้แจ้งต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงแนวทางปฏิบัติการทางทหารขั้นต่อไปในอิหร่าน โดยคาดว่าจะเสนอ 3 ทางเลือก  1) การ โจมตีมุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยใช้เวลาจำกัด  2) การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้กองกำลังยกพลขึ้นบก และ 3) ปฏิบัติการบุกยึดคลังแร่ยูเรเนียนใต้ดินของอิหร่าน ด้วยกองกำลังหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ  เพื่อยุติความขัดแย้ง และบีบบังคับให้อิหร่านกลับสู่การเจรจา พร้อมยอมรับข้อตกลงจากสหรัฐฯ ที่อิหร่านจะต้องยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

นรม.ญี่ปุ่นหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อ 30 เม.ย.69 โดยนางทาคาอิจิแสดงความคาดหวังให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายโดยเร็ว อีกทั้งแสดงความเห็นว่าการที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ซึ่งมีลูกเรือญี่ปุ่น 3 คน สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 27 เม.ย.69 เป็นพัฒนาการเชิงบวกของสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น  ขณะที่นายมัสอูดชี้แจงท่าทีและการประเมินสถานการณ์ของอิหร่าน ทั้งนี้ นางทาคาอิจิหารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูดครั้งล่าสุดเมื่อ 8 เม.ย.69

CyberXplore ปักษ์หลัง เม.ย.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนเมษายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง เม.ย.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง เมษายน 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

ราคาน้ำมันโลกอาจถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 29 เมษายน 2569 ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ จะประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป และจะควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งอาจใช้มาตรการส่งเรือรบสหรัฐฯ เข้าไปยึดครองท่าเรือของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร จนกว่าอิหร่านจะประกาศยอมแพ้ ท่าทีดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพที่อิหร่านเสนอ และอาจเป็นสัญญาณว่าทั้ง 2 ประเทศจะยังไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพเร็ว ๆ นี้ ผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สร้างแรงกดดันและความเสียหายทางเศรษฐกิจให้อิหร่านได้มากกว่าการโจมตีทางทหาร เป็นการขยายมาตรการกดดันจากการใช้เครื่องมือทางทหาร ไปใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ทั้งด้านลดความสูญเสียด้านการทหาร และทำให้นานาชาติต้องมีส่วนร่วมในการกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ  เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อิหร่านต้องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เพราะเป็นภัยคุกคามสำคัญของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่าสหรัฐฯ ต้องการมีสิทธิ์ควบคุมความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทำให้อิหร่านไม่พอใจและไม่ตอบรับเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมกันนี้ ประธานสภาอิหร่าน ยังวิจารณ์ยุทธศาสตร์การทำสงครามของสหรัฐฯ ครั้งนี้ว่ามีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอิหร่าน แต่กลับเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง เนื่องจากราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าสหรัฐฯ อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หากไม่ยอมถอนกองเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ยังไม่แน่นอน อย่างน้อยจาก 3…

แนวโน้มกระแส Longevity เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

Longevity คือ แนวคิดที่ให้ความสำคัญต่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพดี กลายเป็น 1 ในกระแสนิยมหรือเทรนด์ระดับโลกที่ได้รับพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสนิยมเรื่อง Longevity ยืนยาว อาจเป็นเพราะโลกก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โครงสร้างประชากรโลกเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อยลง ประชากรโลกจำนวนมากต้องเตรียมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการพึ่งพาตนเอง จึงจำเป็นต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยทำงาน …ผู้คนจึงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น กระแสนิยมเรื่อง Longevity นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่แล้ว ยังเป็น “น่านน้ำใหม่” สำหรับหลายวงการที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นวงการแพทย์ รวมถึงโลกธุรกิจ เพราะกระแสนิยมดังกล่าวทำให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์มากขึ้น รวมทั้งการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโรคเฉพาะบุคคล …หากจะเปรียบเทียบกระแสนิยมนี้กับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการทำงานในตลาดแรงงานยุคใหม่ ก็อาจจะสรุปได้ว่า แนวคิด Longevity เป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนสภาพภายในร่างกายมนุษย์ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมโลก หากความสามารถในการใช้ AI เป็นเครื่องมือและทักษะในการเอาตัวรอดในตลาดแรงงานยุคอนาคต ดังนั้น ความสามารถในการเข้าใจและเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยแนวคิด Longevity ก็จะเป็นเครื่องมือและทักษะการปรับสภาพร่างกายและวิถีชีวิตให้มนุษย์เราเอาตัวรอดในยุคอนาคตได้เช่นกัน แต่กระแสนิยมเรื่อง Longevity จะยืนยาวและเป็น “น่านน้ำใหม่” ที่ขยายโอกาสด้านธุรกิจและการแพทย์ได้อีกนานแค่ไหน?!… บทความนี้ขอนำเสนอว่า Longevity จะเป็นมากกว่ากระแสนิยม เพราะมีโอกาสกลายเป็น “วิถีชีวิต”…