ราคาน้ำมันในตลาดมืดของเมียนมาปรับตัวสูงขึ้น 2 เท่า

สนข. DVB รายงานเมื่อ 31 มี.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันในตลาดมืดในกรุงเนปยีดอ ของเมียนมา ปรับตัวสูงกว่าราคาที่ทางการกำหนดถึงสองเท่า โดยราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 92 เพิ่มจาก 3,610 จั๊ต (ประมาณ 56 บาท) เป็น 4,450 จั๊ต (ประมาณ 69 บาท) น้ำมันเบนซินออกเทน 95 ปรับเพิ่มจาก 3,850 จั๊ต (ประมาณ 60 บาท) เป็น 4,975 จั๊ต (ประมาณ 78 บาท) ส่วนน้ำมันดีเซล ราคาเพิ่มขึ้นจาก 4,390 จั๊ต (ประมาณ 68 บาท) เป็น 5,450 จั๊ต (ประมาณ 85 บาท) ขณะที่น้ำมันดีเซลพรีเมียม ราคาเพิ่มขึ้นจาก 4,820 จั๊ต (ประมาณ…

เรือบรรทุกน้ำมันมาเลเซีย 7 ลำ สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เว็บไซต์ The Vibes รายงานเมื่อ 31 มี.ค.69 อ้างนาย Valiollah Mohammadi Nasrabadi ออท.อิหร่านประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ยืนยันว่า รัฐบาลอิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงของมาเลเซียอีกอย่างน้อย 7 ลำ ที่อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะเป็นประเทศมิตรที่จะได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม  ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลัง รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง 7 ลำ อยู่ระหว่างรอการอนุมัติผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเป็นเรือของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petronas บริษัท MISC Berhad บริษัท Sapura Energy และบริษัท Shapadu Corporation

กัมพูชา-สหรัฐฯ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกองทัพและรื้อฟื้นการฝึกร่วมทางทหาร

พล.อ.เมา โซะพัน รอง ผบ.ทสส.และ ผบ.ทบ.กัมพูชา พบหารือกับ พล.ท.โจเอล วาวเวลล์ รอง ผบ.กองกำลังกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) เมื่อ 30 มี.ค.69 ณ ราชธานีพนมเปญ  ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง ทบ. ให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งความร่วมมือ ทั้งการจัดตั้งกลไกลการเจรจาระหว่างกองทัพ เพื่อประสานงานและดำเนินกิจกรรมความร่วมมือประจำปี นอกจากนี้  ยังหารือเกี่ยวกับการฝึกร่วม รหัส Ankor Sentinel ซึ่งระงับไปเมื่อปี 2560

สหรัฐฯ ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth Social เมื่อ 30 มี.ค.69 ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน โดยเฉพาะโครงข่ายไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงกลั่นน้ำจืด รวมทั้งเกาะคาร์ก หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่เสนอโดยสหรัฐฯ   ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ให้เป็นช่องแคบที่เสรีและเปิดกว้าง โดยอาจสนับสนุนให้มีการคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ ภายใต้การดำเนินการของกองทัพสหรัฐฯ หรือกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมกับย้ำความเชื่อมั่นว่า อิสราเอลจะสามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณทะเลแดง รวมทั้งการโจมตีจากกลุ่ม Houthi ได้ ส่วนนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ติดตามความขัดแย้งภายในรัฐบาลอิหร่านระหว่างกลุ่มสุดโต่งและกลุ่มที่พร้อมเจรจา

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง มี.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง มีนาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ยึดคลังน้ำมันอิหร่าน ไม่มีสัญญาณเชิงบวก

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด แม้ปากีสถานจะประกาศเมื่อ 29 มีนาคม 2569 พร้อมเป็นประเทศตัวกลางเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะยึดคลังน้ำมันของอิหร่านในเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน ประกอบกับอิหร่านยกระดับคำขู่ว่าจะโจมตีสถาบันศึกษาและอาคารที่พักอาศัยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีชาวอเมริกันและชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ สะท้อนว่าประเทศคู่ขัดแย้งยังไม่ไว้วางใจระหว่างกัน และยังคงเลือกปฏิบัติการทางทหารเป็นเครื่องมือตอบโต้กันเป็นอันดับแรก สหรัฐฯ มีขีดความสามารถทางทหารมากพอที่จะยึดเกาะ Kharg เพื่อตัดกำลังและช่องทางการเงินของรัฐบาล รวมทั้งกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ แต่สหรัฐฯ อาจไม่สามารถควบคุมผลกระทบหรือความท้าทายด้านความมั่นคงที่จะตามมาได้ เนื่องจากอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยการใช้ทุกวิธีการ รวมทั้งการก่อการร้าย และโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมทั้งอิสราเอล นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมีมุมมองว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสร้างแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน เพื่อให้ยินยอมเข้าสู่การเจรจา ตามเป้าหมายของสหรัฐฯ เพราะก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านยอมเจรจาแล้ว แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ สูญเสียความน่าเชื่อถือและถูกวิจารณ์ว่าเผยแพร่ข่าวปลอม จึงประกาศคำขู่จะยึดครองเกาะ Kharg ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ส่งทหารประมาณ 3,500 นายไปประจำการเพิ่มเติมในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่านตอบโต้กันด้วยเครื่องมือทางทหารและคำขู่ มีรายงานว่าเมื่อ 28-29 มีนาคม 2569 ชาวอเมริกันที่ไม่พอใจนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์รวมตัวกันประท้วงคัดค้านการทำสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ เช่น การต่อต้านผู้อพยพและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ โดยชาวอเมริกันรวมตัวกันประท้วงภายใต้แคมเปญ “NO…

รัสเซียจะห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซิน และดีเซล  

รัสเซียต้องการรักษาระดับราคาน้ำมันในประเทศให้มีเสถียรภาพ รวมทั้งพอใช้ และไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค จึงจะประกาศให้ตั้งแต่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2569 ว่า รัสเซียจะไม่ส่งออกน้ำมันเบนซิน และดีเซล ซึ่งเป็นเวลารวม  4 เดือน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์2569 ส่งผลต่อปริมาณน้ำมันดิบที่หมุนเวียนในตลาดโลก นอกจากนี้ เมื่อ มีนาคม 2569 รัสเซียยังถูกโดรนยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย สัญญาณการระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซีย เพื่อเตรียมไว้ใช้บริโภคในประเทศ ทำให้มีการประเมินกันว่าปริมาณน้ำมันในตลาดพลังงานโลก เฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจไม่มากพอตามความต้องการของประเทศต่าง ๆ และราคาจะยังอยู่ในระดับสูง แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง หากความพยายามบรรลุผล ตามที่นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่า การปฏิบัติการทหารอาจยุติในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ไม่ได้เป็นเดือน รวมทั้งอิหร่านก็ยอมให้เรือที่ไม่ใช่ศัตรูของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศที่คาดว่าจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้มีการหารือกัน โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ เมื่อ 29-30 มีนาคม 2569 การระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียจะส่งผลกระทบหลายประเทศ…

นักท่องเที่ยวอินเดียปรับแผนการท่องเที่ยวมายังไทย

The Economic Times ของอินเดีย รายงานระบุว่า วิกฤตในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินและเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ โดยนักท่องเที่ยวอินเดียเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ และต่างประเทศระยะใกล้ ซึ่งข้อมูลจาก Cleartrip แสดงให้เห็นว่ายอดจองที่พักและตั๋วเครื่องบินไปยังไทย มาเลเซีย เวียดนาม โคลอมโบ (ศรีลังกา) และบาหลี (อินโดนีเซีย) เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยหนุนด้านความคุ้มค่าและความสะดวกในการเดินทาง ด้านผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทางมากกว่าความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง และนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้เปลี่ยนไปเลือกกรุงเทพฯ แทนเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้นเคยและมีเที่ยวบินเลือกลงได้หลายจังหวัด

เวียดนามและไอร์แลนด์ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเกษตร การท่องเที่ยว และสังคม

การหารือระหว่างนาง Le Thi Thu Hang รมช.กต.เวียดนาม กับนาย Neale Richmond รมช.กต.ไอร์แลนด์ เมื่อ 26 มี.ค.69 โดยฝ่ายเวียดนามขอให้ไอร์แลนด์ผลักดันการจัดทำข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนเวียดนาม-สหภาพยุโรป ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงสนับสนุนให้สหภาพยุโรปปลดใบเหลืองเวียดนามจากปัญหาประมงผิดกฎหมาย ส่วนฝ่ายไอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารที่ลงนามเมื่อ ต.ค.67 อย่างมีประสิทธิภาพ และยินดีที่เวียดนามเปิดตลาดรับเนื้อวัวจากไอร์แลนด์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการกำหนดนโยบายและการจัดการห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรและอาหารอย่างเป็นระบบ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างภาคเอกชนด้านการเกษตรของสองประเทศ รวมทั้งส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และสนับสนุนการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพระหว่างประชาชน