WHO กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อ 19 พ.ค.69 ว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และยูกันดา น่ากังวลอย่างยิ่ง  มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 คน และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 500 คน ปัจจัยที่บ่งชี้ว่าการระบาดครั้งนี้มีโอกาสที่จะลุกลามต่อไปและทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1) การพบผู้ติดเชื้อในเขตเมืองขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น กรุงกัมปาลา   เมืองโกมา และเมืองบูเนีย  2) พบสัญญาณของการแพร่เชื้อภายในสถานพยาบาลหลังมีรายงานการเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ 3) สถานการณ์ความไม่มั่นคงจากความขัดแย้งในจังหวัดอิตูรี  ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและเป็นจุดที่ตรวจพบเชื้อไวรัสครั้งแรกเมื่อต้น พ.ค.69 และทวีความรุนแรงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน และ 4) เชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาเฉพาะ

กองทัพไต้หวันเตรียมจัดตั้งหน่วยควบคุมโดรนใหม่ 2 แห่ง

สนข. Taiwan News รายงานเมื่อ 19 พ.ค.69 ว่า กองบัญชาการยุทธบริเวณที่ 2  ของไต้หวัน เตรียมจัดตั้งหน่วยควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) 2 แห่ง ที่เมืองไถตง และเมืองฮัวเหลียน ทางทิศตะวันออกของไต้หวัน เพื่อรับมือกับรูปแบบการทำสงครามที่เปลี่ยนแปลงไป เฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจีนดัดแปลงเครื่องบินขับไล่รุ่น J-6 ที่ปลดประจำการแล้วกว่า 500 ลำ เป็นโดรนโจมตีรุ่น J-6W และนำเข้าประจำการในฐานทัพอากาศ 6 แห่งใกล้ช่องแคบไต้หวัน โดยกองบัญชาการพื้นที่ไถตง (Taitung Area Command) จะยุบและปรับโครงสร้างกองร้อยทหารม้ายานเกราะ เพื่อจัดตั้งเป็นหน่วยควบคุมโดรน ส่วนกองบัญชาการป้องกันพื้นที่ฮัวเหลียนจะจัดตั้งหน่วยควบคุมโดรนเช่นกัน

อิหร่านขู่ควบคุมและเก็บค่าธรรมเนียมสายเคเบิลทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 19 พ.ค.69 อ้าง สนข. Sepah News ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ว่า อิหร่านอาจประกาศให้สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber-optic cables) ทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การอนุญาต การกำกับดูแล และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านเข้ามาใช้อำนาจในการบริหารจัดการการสัญจรทางทะเลในน่านน้ำดังกล่าว

สหรัฐฯ มีแผนลดความช่วยเหลือทางทหารให้กับเนโต

สหรัฐฯ มีแผนจะลดกองกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ที่จะส่งไปช่วยสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO หรือเนโต ) หากเกิดสงครามหรือวิกฤตการณ์ร้ายแรง โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการตัดลดความช่วยเหลือทางการทหารแก่เนโตอย่างเป็นทางการใน 22 พ.ค.69 เพื่อผลักดันให้สมาชิกประเทศในยุโรปรับผิดชอบภาระด้านความมั่นคงเองมากขึ้น   ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศถอนทหารอเมริกันออกจากยุโรปแล้ว 5,000 นาย รวมถึงการยกเลิกการส่งทหารไปยังโปแลนด์ อีกทั้ง มีอาจปรับลดจำนวน จนท.ที่ปฏิบัติภารกิจในศูนย์บัญชาการร่วมและหน่วยกรองข่าวกรองของเนโตอีกประมาณ 200 คน

ญี่ปุ่นสนับสนุนโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชา

ญี่ปุ่นดำเนินโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านมนุษยธรรมในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 มีรายงานรัฐบาลญี่ปุ่น ส่งนาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/พนมเปญ เป็นผู้แทนมอบงบประมาณจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เหยื่อทุ่นระเบิดในกัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการของ Cambodian Mine Action Centre (CMAC) ที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2549 ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวผ่านกรอบการให้ความช่วยเหลือของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และการมอบงบประมาณจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้เป็นไปตามความร่วมมือระยะที่ 2 ของโครงการ และจะมีการมอบระยะที่ 3 เร็ว ๆ นี้ ญี่ปุ่นให้งบประมาณดำเนินโครงการดังกล่าวรวมจำนวน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหยื่อในพื้นที่จังหวัด Battambang จังหวัด  Pursat และจังหวัด Pailin ของกัมพูชา เริ่มตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้มากถึงร้อยละ 127 ของพื้นที่เป้าหมาย โดยทำลายทุ่นระเบิดได้ประมาณ 27,847 ทุ่น…

ผู้นำจีนต้อนรับผู้นำรัสเซีย ลงนามในความร่วมมือหลายมิติ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ เมื่อ 19 พฤษภาคม 2569  ผู้นำจีนต้อนรับผู้นำรัสเซียอย่างสมเกียรติ จากนั้นได้หารือกันประเด็นการกระชับความร่วมมือ และลงนามในข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อขยายความสัมพันธ์ด้านการค้า ความมั่นคงพลังงาน และการทูต พร้อมกับร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighborliness and Friendly Cooperation ที่เป็นข้อตกลงแก้ไขปัญหาขัดแย้งประเด็นพรมแดนจีน-รัสเซีย และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นตั้งแต่ปี 2544 และปัจจุบัน จีนกับรัสเซียเห็นพ้องจะขยายอายุสนธิสัญญาดังกล่าวด้วย สื่อมวลชนต่างประเทศวิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างจีน-รัสเซียในปัจจุบันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมากขึ้น อาจเป็นผลจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีปูติน เพราะทั้ง 2 ผู้นำมีอำนาจปกครองประเทศยาวนาน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อกัน และได้พบหารือกันมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งมีมุมมองว่าจีนและรัสเซียเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์มาโดยตลอด ทำให้จีนและรัสเซียใช้หลักการร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อรับมือกับสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันผู้นำรัสเซียต้องพึ่งพาผู้นำจีนมากกว่าในอดีต เพราะรัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติจากกรณีสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการมีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียในปัจจุบันเป็นรูปแบบการพึ่งพาอาศัย เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศในช่วงที่สถานการณ์โลกผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศการพบหารือระหว่างผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียที่ราบรื่น ยังสะท้อนว่าปัจจุบันจีนพร้อมร่วมมือกับต่างประเทศทุกฝ่าย…

มุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย

ในห้วง17-18 พฤษภาคม 2569 สื่อต่างประเทศรายงานมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมความงาม สำนักข่าว Bloomberg ของสหรัฐฯ Reuters ของสหราชอาณาจักร และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานเศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์ กรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เมื่อไตรมาสที่ 1/2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.8 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ โดยมีปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น สำนักข่าว Bloomberg ยังนำเสนอว่าไทยเตรียมลดกฎระเบียบทางธุรกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศกรณีที่รัฐบาลมีแผนปฏิรูปกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจมายาวนาน เพื่อแข่งขันในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ความพยายามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมของไทยจะผลักดันการปรับตำแหน่งให้ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นสำหรับบริษัทข้ามชาติที่กำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ส่วน South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับอุตสาหกรรมความงามของไทยกำลังเติบโต โดยระบุว่าอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เฉพาะอย่างยิ่ง ไทยและเวียดนามกำลังได้รับความนิยมและขยายตัวในหลายภูมิภาคของเอเชีย และสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาด ซึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นเจ้าของตลาดหลัก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการมีบุคลากรที่มีทักษะและบริการด้านเวชศาสตร์ความงามจำนวนมาก ต้นทุนแรงงาน และค่าบริการที่ต่ำกว่าประเทศตะวันตก ทำให้ลูกค้าจากทั่วโลกเดินทางมาใช้บริการด้านความงามที่ไทย รัฐบาลไทยหนุนภาคเอกชนให้เดินหน้าการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ …

คิวบาเผชิญความเสี่ยงหลังสหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตร

คิวบาเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางการเมืองและพลังงานมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรอง เพื่อกดดันคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมือง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ตระกูลคาสโตร ยุติอิทธิพลทางการเมือง เพราะไม่สามารถบริหารจัดการความมั่นคงและเศรษฐกิจของคิวบาได้ เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อดีตประธานาธิบดี Raúl Castro ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องการยื่นฟ้องร้องข้อหาเกี่ยวข้องกับการสั่งยิงเครื่องบินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เมื่อปี 2539 ซึ่งทั่วโลกคาดการณ์ว่าการยื่นฟ้องจะเป็นขั้นตอนแรก สู่การที่สหรัฐฯ จะส่งทหารไปแทรกแซงและควบคุมคิวบา ปัจจุบัน ประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ของคิวบายังไม่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ โดยประกาศเตือนสหรัฐฯ หากใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อคิวบา จะได้รับผลกระทบตามมาอย่างรุนแรง พร้อมส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเข้าใจสถานการณ์ว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ข่มขู่และกดดันคิวบามาโดยตลอด ทั้งมาตรการคว่ำบาตรและตัดช่องทางขนส่งพลังงาน ทำให้ประชาชนคิวบาต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน และเสี่ยงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม เพราะมีรายงานว่าเรือขนส่งสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคและบริโภคจำนวนมาก จะไม่สามารถเดินทางไปยังคิวบาได้ เนื่องจากมาตรการของสหรัฐฯ กรณีดังกล่าวทำให้รัฐบาลคิวบาต้องประกาศตอบโต้ ด้วยการย้ำว่าคิวบามีสิทธิจะป้องกันตนเอง หากสหรัฐฯ เตรียมปฏิบัติการทางทหารในคิวบา สถานการณ์ความมั่นคงในคิวบายังไม่แน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าต้องการครอบครองคิวบา จากนั้นก็เพิ่มมาตรการกดดันรัฐบาลคิวบาด้วยการคว่ำบาตรและระงับการส่งพลังงานจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบา คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการคิวบาเนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญของสหรัฐฯ และภูมิภาคละตินอเมริกาที่ปัจจุบันเป็นภูมิภาคที่สหรัฐฯ…

หน่วยความมั่นคงจีนเตือนข้อมูลรั่วไหลจากการใช้เทคโนโลยี

สถาบันปกป้องความมั่นคงและข้อมูลลับแห่งชาติ (National Administration of State Secrets Protection) ของรัฐบาลจีนเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นเตือนให้ประชาชนและนักธุรกิจระมัดระวังความปลอดภัยระหว่างการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต หรือ Internet of Things (IoTs) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะทำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ภาพถ่ายพื้นที่สำคัญที่อาจรั่วไหลได้จากการใช้โดรน ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังเสี่ยงทำให้ข้อมูลสำคัญระดับชาติถูกเปิดเผยด้วย รัฐบาลจีนเน้นย้ำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการขออนุญาตใช้เทคโนโลยีอย่างเคร่งครัด เนื่องจากในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการลักลอบใช้โดรนถ่ายภาพในหลายพื้นที่ บางส่วนเข้าไปถ่ายภาพในฐานทัพและคลังเครื่องบินรบ ซึ่งมีความอ่อนไหวอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสถาบันที่ให้บริการด้านสาธารณสุขใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลและคาดการณ์สุขภาพของผู้เข้ารับบริการ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อการป้องกันปัญหาสุขภาพ แต่เสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จริยธรรม และข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ภัยคุกคามและอันตรายจาก IoTs นั้น ประเทศจีนยังสามารถควบคุมได้ แต่พบว่ามีแฮกเกอร์จำนวนมากพยายามโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ สะท้อนว่าจีนยังมีความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว หน่วยความมั่นคงจีนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางรับมือในอนาคต ได้แก่ การเตรียมความพร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ การแก้ไขช่องโหว่ในระบบ…

ผู้นำรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อการเยือนจีน

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 19-20 พฤษภาคม 2569 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง  ผู้นำรัสเซียคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อความร่วมมือของรัสเซีย-จีน รวมทั้งสร้างเสถียรภาพให้โลก พร้อมระบุว่ารัสเซียกับจีนสามารถร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพโลกได้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) ซึ่งเป็นสนธิสัญญานานาชาติ นอกจากนี้ รัสเซียกับจีนยังมีความร่วมมือในกรอบพหุภาคีที่หลากหลาย เช่น กรอบ Shanghai Cooperation Organisation (SCO) และกรอบ BRICS ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ผู้นำรัสเซียเชื่อว่า หลักการสำคัญที่ทำให้รัสเซียและจีนร่วมมือกันได้อย่างดี คือ การเคารพอธิปไตย การให้ความสำคัญกับเอกภาพของชาติ และการมองสู่ความร่วมมือในอนาคต การเยือนจีนของผู้นำรัสเซียครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighbourliness and Friendly Cooperation ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบหารือกันเมื่อ ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม…