จีนเปิดเผยผลการทุจริตของสถาบันการเงินระดับชาติ

สนง.ตรวจสอบบัญชีแห่งชาติจีนเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบประจำปี 2568 ต่อสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ระหว่าง 24-25 มิ.ย.69 ที่กรุงปักกิ่ง โดยตรวจพบการทุจริตของสถาบันการเงินระดับชาติของจีนหลายแห่ง ที่สำคัญคือ  ธนาคาร Bank of China ซึ่งมีพฤติการณ์เลี่ยงภาษีมูลค่า 2,370 ล้านหยวน (ประมาณ 348 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในห้วงปี 2566-2568 ทั้งยังแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากนโยบายสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวม ขณะที่ ธนาคาร Agricultural Bank of China มีพฤติการณ์ปล่อยกู้โดยมิชอบด้วยกฎหมายมูลค่า 11,100 ล้านหยวน (ประมาณ 1,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับโครงการพื้นที่เกษตรกรรมที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และพบการนำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างร้ายแรง เช่น นำไปเก็งกำไรในกองทุน และนำเงินกู้ไปชำระหนี้สิน

ปัญหาในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นบทเรียนให้ประเทศอื่น

The Interpreter ของสถาบัน Lowy’s Institute ออสเตรเลีย เผยแพร่บทความเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เคยได้ชื่อว่าเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชีย แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญภาวะถดถอย การผลิตรถยนต์และยอดขายในประเทศลดลง ขณะที่การนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากจีนเพิ่มขึ้นจนแทนที่บริษัทญี่ปุ่น เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยปัญหาสำคัญของไทย คืออุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอยู่ก่อนรถยนต์จีนเข้ามาในตลาด และแม้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากบริษัทใหญ่ แต่ประโยชน์ต่อภาคการผลิตและการสร้างงานในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ กรณีของไทยจึงเป็นบทเรียนสำหรับประเทศอื่นในการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ในการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมในระยะยาว

UN เสนอแผนผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อรับมือวิกฤตภูมิอากาศ

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงเมื่อ 23 มิ.ย.69 ว่า โลกจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เนื่องจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของทั้งภาวะโลกร้อนและความเปราะบางด้านพลังงานของหลายประเทศ โดยเสนอแผนปฏิบัติการ 7 ประการเพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 การยุติการอุดหนุนโครงการเชื้อเพลิงฟอสซิล การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มการลงทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และการขยายแหล่งเงินทุนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีและ AI เปิดเผยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลอย่างโปร่งใส พร้อมใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในปี 2573 ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เตือนว่าอุณหภูมิโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อระบบนิเวศ ชุมชนชายฝั่ง และประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก หากประชาคมโลกไม่เร่งดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

สหรัฐฯ เร่งวิจัยพัฒนาการใช้เทคโนโลยีควอนตัมและระบบการเข้ารหัสป้องกันแบบใหม่

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดี เผยแพร่เมื่อ 23 มิ.ย.69 เกี่ยวกับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 2 ฉบับ คือ (1) เร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีการประมวลผลด้วยควอนตัม ด้วยการปฏิรูปการทำงานร่วมกันระหว่าง พน. กห. และประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ในการส่งเสริมสายการผลิต ตลาดแรงงานและฐานอำนาจทางอุตสาหกรรมในประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างระบบการต่อต้านข่าวกรองในกรอบความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร พร้อมทั้งแข่งขันกับขั้วตรงข้าม และ (2) เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการระบบการเข้ารหัสป้องกันการถอดรหัสด้วยเทคโนโลยีควอนตัม (Post-Quantum Cryptography – PQC) ในระบบของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยต้องจัดทำโครงการนำร่องโดย พณ. ภายใน 31 ธ.ค. 2570 และวางแผนเพื่อการปฏิรูประบบทั้งหมดภายในปี 2573 โดยมุ่งหวังให้ภาคเอกชนจะสามารถนำไปปรับใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในประเทศจากการโจมตีทางไซเบอร์

รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณาห้ามการส่งออกน้ำมันดีเซล

นาย Alexander Novak รอง นรม.รัสเซีย ระบุ เมื่อ 23 มิ.ย.69 ว่า รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณาห้ามการส่งออกน้ำมันดีเซลอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเตรียมแก้ไขกฎหมายเพื่อกระตุ้นการจัดหาพลังงานเชื้อเพลิงเข้าสู่ตลาดรัสเซียโดยเร็ว ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านพลังงานเชื้อเพลิงของรัสเซียกำลังเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจุบัน บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียต้องรับภาระในการจัดหาพลังงานเชื้อเพลิงแก่ตลาดในประเทศ และเพิ่มการผลิตเพื่อจัดส่งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคที่ไม่มีสถานีบริการน้ำของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ หรือมีจำนวนไม่มาก รวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าส่งรายย่อย นอกจากนี้ การโจมตีของยูเครนยังทำให้กำหนดการซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งล่าช้า ซึ่งกระทรวงพลังงานของรัสเซียกำลังเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเข้มงวด

What If: ไทยต้องเลือก

เมื่อโลกแบ่งขั้วระหว่างมหาอำนาจ สิ่งที่ไทยต้องเผชิญไม่ใช่แค่โอกาสทางเศรษฐกิจ แต่คือคำถามที่หนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — เราจะโน้มเอียงไปข้างใคร? 🇺🇸🇨🇳 What If: ไทยต้องเลือก ชวนทุกคนมองภูมิรัฐศาสตร์ในมุมที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ ผ่านสองเส้นทางที่ต่างกันสิ้นเชิง ระหว่างการโน้มเอียงเข้าหาจีนที่เป็นทั้งนักลงทุน เพื่อนบ้าน และมหาอำนาจที่เติบโตไม่หยุด กับสหรัฐฯ ที่ถือทั้งพันธมิตรทางทหาร เทคโนโลยี และกติกาโลกไว้ในมือ 🤝⚔️ เพราะถ้าเลือกผิดขั้ว…ไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในโลกใบใหม่? 🤔 The Intelligence Podcast ชวนทุกคนมานั่งคิดด้วยกัน ผ่านสถานการณ์สมมติที่ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด แต่มีผลกระทบจริงที่ทุกคนควรรู้ เพราะในโลกที่ขั้วอำนาจกำลังเปลี่ยน การไม่รู้ คือความเสี่ยงที่ต้องระวังที่สุด 👀 🎙️ ดำเนินรายการโดย ปั๊บ • เตย ✨ ผลงานจาก นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มาฝากงานกับ The Intelligence

WW3 สงครามที่โลกกำลังเดินเข้าหา ?

The Intelligence Podcast ชวนทุกคนมองประเด็นที่คนไทยต้องรู้ ประเทศไทยบนเส้นด้าย ที่เปราะบางสุดในอาเซียนเพราะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 52% แถมจุดยุทธศาสตร์อย่าง “แลนด์บริดจ์” ก็เป็นที่ต้องการของทั้งสหรัฐฯ และจีน มหาอำนาจกำลังบีบให้เราเลือกข้าง จนคำว่า “เป็นกลาง” ทำได้ยากขึ้นทุกวัน! “ในสมรภูมิยุคใหม่ ข้อมูลและการรู้เท่าทันคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด ผู้ที่อ่านเกมออกก่อน… คือผู้ที่อยู่รอด” 🎙️ ดำเนินรายการโดย ตั้ม และ แทน ✨ ผลงานจาก นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มาฝึกงานกับ The Intelligence

ความมั่งคั่ง” อาจมาพร้อม “ระเบิดเวลาทางชีวภาพ

เมื่อแลนด์บริดจ์ดึงเรือสินค้าหลายร้อยลำเข้าน่านน้ำไทยในแต่ละวัน สิ่งที่มาพร้อมเม็ดเงินมหาศาล อาจเป็น “ผู้บุกรุกที่มองไม่เห็น” ที่แฝงมากับน้ำอับเฉาเรือและใต้ท้องเรือ จนอาจเปลี่ยนระบบนิเวศทะเลไทยไปตลอดกาล 👀 The Intelligence Podcast ชวนทุกคนมองความมั่นคงในมุมใหม่ ผ่านคำว่า “Sea–Curity” ความมั่นคงสิ่งแวดล้อมทางทะเล ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเรือรบหรือชายแดน แต่คือความมั่นคงของมนุษย์และระบบนิเวศที่ผูกอนาคตไทยไว้กับโลก 🐋 หัวใจสำคัญคือ — ความมั่งคั่งและความมั่นคงทางชีวภาพ ต้องเดินไปคู่กัน เพราะถ้าได้ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด แต่ต้องแลกกับแหล่งอาหารและความสวยงามของทะเลไทย…มันจะคุ้มไหม? 🤔

อิหร่านยังต้องการอำนาจบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ

อำนาจในการบริหารจัดการแล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความต้องการของอิหร่าน และจะยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในการเจรจาทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านยืนยันอำนาจดังกล่าว เมื่อ 22 มิถุนายน 2569 โดยนายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านแสดงจุดยืนของอิหร่านดังกล่าว หลังเสร็จสิ้นการเจรจาครั้งที่ 1 ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็จะหารือกับโอมานที่อยู่ตรงข้ามกับอิหร่าน เพื่อร่วมมือกันในประเด็นนี้ อย่างไรก็ดี อิหร่านยืนยันว่าจะปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพในช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในภูมิภาคและระดับโลก แต่จะไม่กลับไปสู่รูปแบบเดิมก่อนเกิดสงคราม เพราะอิหร่านจะมีอำนาจในการบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้นายกอลีบาฟ และนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้เดินทางไปยังกรุงมัสกัต โอมาน เพื่อหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโอมานเกี่ยวกับมาตรการร่วมกันเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐฯ ก็พยายามล็อบบี้ประเทศในภูมิภาคเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายมาโค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต และบาห์เรน ระหว่าง 23–25 มิถุนายน 2569 เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งให้มีจุดยืนสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงการประสานงานด้านความมั่นคงทางทะเล และการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (MOU) และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความอ่อนไหวในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านต้องการอำนาจบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ อาจ ทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ…

อินโดนีเซีย และเวียดนามจะใช้ AI เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) กำลังถูกใช้ในทุกภาคส่วนทั้งเอกชน รัฐบาล หรือระดับบุคคล สำหรับในภาครัฐ หลาย ๆ ประเทศมีการวางยุทธศาสตร์และดำเนินการตามแผนในการใช้ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นสองประเทศในอาเซียนที่รัฐบาลประกาศในช่วง มิถุนายน 2569 ว่า มีแผนจะใช้เทคโนโลยี AI อย่างแข็งขัน กฎหมายเกี่ยวกับแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ในการพัฒนาประเทศ ที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกำลังจะลงนาม เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศแล้ว อินโดนีเซียยังคาดว่าเทคโนโลยี AI  จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ได้ 366,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 12 ภายในปี 2573 รวมทั้งได้กำหนดให้หน่วยงานกลางและท้องถิ่นนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระหว่างปี  2569-2572 บริษัท Big Tech ในอินโดนีเซียได้ให้ความร่วมมือในการร่างแผนข้างต้นของรัฐบาลอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน เช่น Meta IBM และ Microsoft  นอกจากนี้ ในแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ของรัฐบาลอินโดนีเซียยังจะมีข้อเสนอต่าง…