เรือบรรทุกน้ำมันของอินเดียได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เรือบรรทุกน้ำมันของอินเดียได้รับอนุญาตจากอิหร่านให้สามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย และนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน เมื่อ 10 มี.ค.69 โดยการหารือครั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันและแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) ของอินเดีย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ขณะที่ อิหร่านระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล และสหภาพยุโรป จะเผชิญข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ อินเดียพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากกลุ่มประเทศรัฐรอบอ่าวจำนวนมาก และเส้นทางเดินเรือดังกล่าวมีความสำคัญต่อความมั่นด้านพลังงานของอินเดีย

สหราชอาณาจักรห้ามเดินขบวนสนับสนุนอิหร่าน

จนท.ตร.สหราชอาณาจักรประกาศห้ามการเดินขบวนอัลกุดส์มาร์ช (Al Quds march) ที่กรุงลอนดอน ซึ่งจัดโดยองค์กร Islamic Human Rights Commission เป็นประจำทุกปีและมีกำหนดจัดขึ้นใน 15 มี.ค.69 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้าม รวมถึงความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตำรวจระบุว่าการใช้อำนาจสั่งห้ามการชุมนุมเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี

เวียดนามช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง

ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงไม่มีท่าทีจะยุติลงโดยง่าย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เร่งจัดหามาตรการบรรเทาผลกระทบด้านความมั่นคงทางพลังงานและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน วันนี้ The Intelligence จะพาไปดูว่ารัฐบาลเวียดนามมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงของประชาชนอย่างไรบ้าง ติดตามได้ที่ The Intelligence Podcast ตอนนี้เลยครับ

#น้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ราคาน้ำมันวันนี้ #สงคราม #ตะวันออกกลาง #อิหร่าน #สู้รบ #เวียดนาม #พอดแคสต์ #พอดแคสต์ไทย #theintelligence

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัยมากขึ้น

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่ปลอดภัยมากขึ้น จะยิ่งทำให้ปริมาณน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางออกสู่ในตลาดโลกลดลงไปอีก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ข่มขู่อิหร่าน เมื่อ 10 มีนาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงในการโจมตีอิหร่านขึ้นอีก 20 เท่า หากยังปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน อิสราเอลระเบิดคลังน้ำมันของอิหร่านกว่า 30 แห่ง จากที่อิหร่านระเบิดคลังน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและคูเวตเสียหายอย่างหนัก หลังคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางส่งออกน้ำมันไปสู่ตลาดโลกประมาณ ร้อยละ 20 เริ่มไม่ปลอดภัยในการขนส่งมากขึ้น เนื่องจากมีรายงานเมื่อ 11 มีนาคม 2569 ว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (Central Command-CENTCOM) ของสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือรบวางทุ่นระเบิดใต้น้ำของอิหร่าน จำนวน 16 ลำ หลังจากได้รับรายงานจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านได้เริ่มปฏิบัติการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำในบริเวณดังกล่าว เพื่อขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่าน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ออกมาตรการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ จากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมปฏิเสธข้อเรียกร้องของบริษัทขนส่งทางเรือ ที่เรียกร้องให้ส่งเรือรบไปคุมกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความเสี่ยงสูง ขณะเดียวกันยังไม่มีรายงานว่ามีประเทศใดรับข้อเสนอของอิหร่านที่เสนอก่อนหน้านี้ ว่าให้ประเทศในยุโรปและตะวันออกกลางขับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และอิสราเอลออกจากประเทศ เพื่อแลกกับสิทธิในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ…

ท่าทีทั่วโลกหลังจากอิหร่านแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่

สถานการณ์การเมืองอิหร่านมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจำนวน 88 คน เห็นชอบเมื่อ 8 มีนาคม 2569 แต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในช่วงที่อิหร่านยังเผชิญสถานการณ์สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มอจญ์ตะบา อายุ 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 8 มีนาคม 2569 เป็นบุคคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองรุ่นเก่า คาดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดครั้งนี้จะทำให้การเมืองอิหร่านมีความต่อเนื่องและสามารถรักษาอำนาจทางการเมืองได้ในระยะยาว ทั่วโลกให้ความสนใจการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ โดยมีประเทศที่แสดงความยินดีกับผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้แก่ โอมาน อิรัก และรัสเซีย นอกจากนี้ รัฐบาลอิรักแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของอิหร่านที่จะจัดการกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความอ่อนไหวสูงได้ ขณะที่รัฐบาลจีนให้ความเห็นว่าการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดครั้งนี้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของอิหร่าน และยืนยันไม่สนับสนุนการแทรกแซงการเมือง รวมทั้งอธิปไตยของประเทศอื่น ๆ กลุ่มฮูษีในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน แถลงแสดงความยินดี และประกาศว่าเป็นชัยชนะของการปฏิวัติอิหร่าน เนื่องจากมอจญ์ตะบามีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมและไม่ประนีประนอม  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีมุมมองว่า…

มาเลเซียเตือนผู้ใช้รถยนต์ไทยที่ไม่มีใบอนุญาต ICP ห้ามนำรถยนต์เข้าประเทศ

สนข.Malay mail รายงานเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่า ดาตุ๊ก เอดี ฟัดลี รามลี อธิบดีกรมการขนส่งทางบกมาเลเซีย (Road Transport Department-JPJ) เตือนผู้ใช้รถยนต์ของไทย ที่จะเดินทางเข้ามาเลเซียโดยไม่มีใบอนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนบุคคลจากต่างประเทศเข้าประเทศมาเลเซีย (International Circulation Permit-ICP) หาก จนท.ตรวจพบห่างจากจุดผ่านแดนเกิน 2 กม. จะยึดรถดังกล่าวทันที พร้อมเตือนให้ผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยต้องขอรับ ICP ที่ศูนย์ให้บริการของ JPJ ตามแนวชายแดนก่อนนำรถเข้าประเทศ โดย  สามารถใช้ได้ 90 วัน และฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น  ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก JPJ คาดการณ์ว่าจะมีรถยนต์จากไทยเดินทางเข้ามาเลเซียจำนวนมากในห้วงวันฮารีรายอ อีดิลฟิตรี (วันเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการถือศีลอดตลอดห้วงเดือนรอมฎอน) ระหว่าง 13-27 มี.ค.69

ผู้นำรัสเซียและอิหร่านหารือประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สนข.Tass รายงานเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอน ของอิหร่าน ประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน กับอิสราเอล-สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีรัสเซียย้ำจุดยืนสนับสนุนอิหร่าน  และให้แก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูต ส่วนประธานาธิบดีปิซิชก็ยอน ขอบคุณประธานาธิบดีปูตินที่ช่วยเหลือ และสนับสนุนอิหร่าน  โดยเฉพาะความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองได้มีการหารือกันเป็นระยะ ก่อนหน้า เมื่อ 6 มี.ค.69

ประธานาธิบดีทรัมป์ข่มขู่อิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงในการโจมตีอิหร่านมากขึ้น หากยังปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ กับทั้งเน้นย้ำว่าเป็นการช่วยเหลือจีน และประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าว  ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถการปล่อยขีปนาวุธ การสร้างอาวุธนิวเคลียร์และกองทัพเรือ

วุฒิสภาสหรัฐฯ แต่งตั้ง พล.อ.โจชัว รัดด์ เป็น ผอ.NSA คนใหม่

วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบให้ พล.อ.โจชัว รัดด์ เป็น ผอ.สนง.ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) และ ผบ.กองบัญชาการทหารไซเบอร์สหรัฐฯ (U.S. Cyber Command) ซึ่งควบสองหน้าที่สำคัญ ทั้งด้านการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง และด้านการปฏิบัติการทางไซเบอร์เชิงรุกและการปกป้องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์  พล.อ.รัดด์ เคยดำรงตำแหน่ง รอง.ผบ.กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (U.S. INDOPACOM, ห้วงปี 2567 – 2568)  ทั้งนี้ ตำแหน่ง ผอ.NSA ว่างตั้งแต่ เม.ย.68 หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปลด พล.อ.ทิโมธี ฮอว์ อดีต ผอ.NSA และ น.ส. Wendy Noble อดีต รอง ผอ.NSA ซึ่งแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่สนับสนุน Anthropic กรณี รมว.กห.ของสหรัฐฯ ปรับสถานะบริษัทเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ อาทิ Google, Amazon, Apple และ Microsoft ให้การสนับสนุนบริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) Anthropic และคัดค้านการตัดสินใจของ รมว.กห.ของสหรัฐฯ