จีนเผยแพร่มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ  

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ของจีนเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 เผยแพร่มาตรฐานการใช้รถยนต์ประเภทที่ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ปลอดภัย มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ใน 1 กรกฎาคม 2570 เพื่อทำให้การใช้รถยนต์ระบบดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี กฎหมายจราจร และส่งเสริมอุตสาหกรรมการพัฒนาระบบอัตโนมัติของจีนให้ยั่งยืน จีนระบุว่าจะใช้มาตรฐานดังกล่าวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งของชาวจีนและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศ เนื่องจากต้องการให้นักธุรกิจต่างชาติเห็นว่าจีนใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ และจีนพร้อมจะต้อนรับนักลงทุนและบริษัทต่างชาติที่จะดำเนินการตามระเบียบของจีน จีนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่และบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว เนื่องจากอุตสาหกรรมและความต้องการรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้จีนเล็งเห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการใช้งานจริงด้วย ด้านนักวิชาการในจีนเชื่อว่ามาตรฐานของรัฐบาลที่ประกาศใช้ทั่วประเทศ จะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้บริษัทผู้พัฒนารถยนต์ประเภทดังกล่าวให้ความสำคัญกับการวิจัยและลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประชาชนและการยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมของจีน มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติประเภทยานพาหนะสำหรับบรรทุกผู้โดยสาร และยานพาหนะบรรทุกสินค้า ที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3 ซึ่งยังต้องมีผู้ขับขี่ และระดับ 4 ซึ่งไม่ต้องมีผู้ขับขี่ควบคุม โดยสาระสำคัญ คือ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถหรือผู้ใช้ถนนรายอื่น ๆ รวมทั้งผู้พัฒนาและผลิตรถยนต์ต้องให้ความสำคัญกับการให้บริการด้านการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนการทดสอบรถยนต์อย่างเข้มงวดทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนจำหน่ายในตลาดด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนระบุว่า จีนยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามมาตรฐานสากล แต่ต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานในประเทศ รวมทั้งพิจารณาปัจจัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงปรับปรุงและเผยแพร่มาตรฐานฉบับล่าสุด โดยก่อนหน้านี้ จีนเคยประกาศมาตรฐานการพัฒนารถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเมื่อ กันยายน 2567

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ร่วมกันจัดการผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษ

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ปฏิบัติการร่วมกันในช่องแคบอังกฤษ เพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยร่วมกันช่วยเหลือและกู้ภัยกรณีเรือผู้อพยพจำนวน 173 คน ได้รับความเสียหายระหว่างพยายามเดินทางข้ามจากเมืองทางตอนเหนือของฝรั่งเศสไปยังสหราชอาณาจักร ผลการปฏิบัติการสามารถช่วยเหลือผู้อพยพได้ทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเตรียมส่งกลับฝรั่งเศส ทั้งนี้ มีรายงานว่าระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัย มีผู้อพยพบางส่วนปฏิเสธความช่วยเหลือ เนื่องจากมุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร แม้ว่าเรือขนส่งจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากเหตุเพลิงไหม้เครื่องยนต์ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศตกลง เมื่อ เมษายน 2569 จะเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลและการตรวจตราเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งผู้อพยพจำนวนมากนิยมใช้เป็นเส้นทางเดินเรือ ทั้งนี้ นอกจากมาตรการลาดตระเวนทางทะเลแล้ว ฝรั่งเศสกับสหราชอาณาจักรยังปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสกัดกั้นเรือประเภท “taxi boat” ของเครือข่ายและขบวนการค้ามนุษย์ที่จะลักลอบนำพาผู้อพยพผ่านช่องแคบอังกฤษด้วย ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสพบว่าความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรประสบความสำเร็จในการปราบปรามและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายที่ใช้เส้นทางดังกล่าวลดลงจากเมื่อปี 2568 ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรย้ำว่าการอพยพผิดกฎหมายมีความเสี่ยงอันตรายสูงมาก และขบวนการค้ามนุษย์ยังคงเป็นความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางทะเลและความมั่นคงชายแดนของประเทศต่าง ๆ  พร้อมประกาศว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพร้อมร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อยับยั้งและสกัดกั้นการเดินทางของผู้อพยพในรูปแบบที่อันตราย

สหรัฐฯ จะปิดทำการสถานกงสุล 5 แห่ง รวมทั้งในอินโดนีเซียและญี่ปุ่น

รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 แจ้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ว่าต้องการปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐฯ จำนวน 5 แห่งใน 5 ประเทศ ได้แก่ 1) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/เกรนาดา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในทะเลแคริเบียน 2) สถานกงสุลในเมืองนาโงยา ญี่ปุ่น 3) สถานกงสุลในเมืองเมดาน อินโดนีเซีย 4) สถานีทางการทูต (American Presence Post) ในเมือง Winnipeg แคนาดา และ 5) สำนักงานสถานเอกอัครราชทูต สาขาย่อยในเมือง Douala แคมเมอรูน เพื่อลดงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลและดำเนินงานของสำนักงานดังกล่าว โดยคาดว่าจะช่วยลดงบประมาณได้ประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนว่าสหรัฐฯ เดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลให้กระชับและคล่องตัวมากขึ้น ตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ ปิดสำนักงานด้านการทูตและการต่างประเทศในบางพื้นที่ เพื่อให้พร้อมต่อการจัดสรรงบประมาณในการตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศและพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์มหาอำนาจของสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า สหรัฐฯ ยังเดินหน้าแผนการฟื้นฟูและตั้งสำนักงานการทูตในลิเบีย ซีเรีย และเวเนซุเอลา ต่อไป สถานเอกอัครราชทูต…

อิหร่านส่งสัญญาณเชิงบวก หลังเจรจากันโอมานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยผลการเจรจากับโอมานประเด็นการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซร่วมกันเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าทิศทางการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทำให้ทั่วโลกคาดหวังว่าอิหร่านกับโอมานจะสามารถบริหารเส้นทางเดินเรือดังกล่าวได้ รวมทั้งทำให้เปิดเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานตามปกติ ทั้งนี้ ท่าทีของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในห้วงเดียวกันว่าอาจมีข้อตกลงด้านความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซจะมีความคืบหน้าและสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็fu ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงตึงเครียดและเปราะบาง ขณะที่ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานยังไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ รวมทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้เจรจากันโดยตรง มีกาตาร์ละปากีสถานเป็นตัวกลางทางการทูต ตลอดจนมีความเสี่ยงสูงที่คู่ขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งอิหร่านและสหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทางทหารระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังไม่มีรายละเอียดข้อตกลงว่าอิหร่านจะมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะคัดค้าน รวมทั้งยังมีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐฯ เช่น บริษัท ExxonMobil และบริษัท Chevron รวมทั้งบริษัท Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย อาจสูญเสียผลประโยชน์ด้านกำไร หากช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่สภาวะปกติ ปัจจุบัน กองเรือของกองบัญชาการสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังปฏิบัติการในพื้นที่ตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ เน้นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเรือขนส่งสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นฝ่ายปิดช่องแคบดังกล่าว ตามที่รัฐบาลอิหร่านโจมตี มีรายงานว่าอิหร่านพร้อมจะทำสงครามกับสหรัฐฯ อีกครั้ง หากการเจรจาประเด็นการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซล้มเหลว โดยพบว่าปัจจุบัน…

ฟิลิปปินส์ยืนยันการฝึกทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ไม่กระทบการอ้างสิทธิของฟิลิปปินส์

โฆษก ทร.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า การซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศของจีนใกล้สันดอนสการ์โบโรห์เมื่อ 1 ส.ค.69 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายลักษณะทางทะเลหรือสิทธิทางทะเลของฟิลิปปินส์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ  กองทัพฟิลิปปินส์ได้เฝ้าระวังและติดตามการฝึกดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องดินแดน ควบคู่กับการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลที่สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการปี 2559 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ฮ่องกงจะออกมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G

นสพ. The Standard ของฮ่องกง รายงานเมื่อ 4 ส.ค.69 อ้างสุนทรพจน์ของนายแอลเจอร์นอน เยา ผู้บริหารเขตพิเศษฮ่องกงด้านพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ระบุว่า รัฐบาลฮ่องกงจะพัฒนาเขตเมืองทางตอนเหนือให้เป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ พร้อมกับจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารระดับภูมิภาค โดยจะออกมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G ที่สำคัญได้แก่ การช่วยเหลืออุตสาหกรรมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของใยแก้วนำแสงและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ การลดหย่อนภาษีผู้ประกอบการโทรคมนาคม และการปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลดาวเทียมวงโคจรต่ำและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ  ทั้งนี้ ฮ่องกงกำหนดให้เขตเมืองทางตอนเหนือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจและเป็นฐานเทคโนโลยีภายใต้ยุทธศาสตร์ South-North Dual Engine (การเงิน-เทคโนโลยี)

เกาหลีใต้จัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองใหม่ หลังปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคงทางทหาร

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 ส.ค.69 ว่า นายอัน คยู-แบ็ก รมว.กห.เกาหลีใต้ เป็นประธานพิธีเปิดหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่ ที่เมืองควาช็อน จ.คย็องกี โดยหน่วยงานมีภารกิจรับมือภัยคุกคามด้านการจารกรรม การก่อการร้าย และภัยคุกคามทางไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ และประเทศอื่น ๆ โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของความลับทางทหาร คุ้มครองอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สนับสนุนโครงการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ร่วมกับ ทร.สหรัฐฯ และปกป้องเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์  และระบบดาวเทียม ทั้งนี้ การจัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ โดยเตรียมจัดตั้งอีก 2 หน่วยงาน อาทิ หน่วยสนับสนุนความมั่นคงภายในกองทัพ และหน่วยสอบสวนอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สหรัฐฯ เตรียมประกาศปิดสถานที่ทำการทางการทูต

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 4 ส.ค.69 อ้างแหล่งข่าวว่า กต.สหรัฐฯ ยื่นเอกสารแจ้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ถึงแผนการปิดที่ทำการทางการทูตในกรุงเซนต์จอร์เจส เกรนาดา สำนักงานย่อยของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ   ณ เมืองดูอาลา แคเมอรูน และสถานกงสุล 3 แห่ง คือ 1) เมืองวินนิเพก แคนาดา 2) เมืองนาโกยา ญี่ปุ่น และ  3) เมืองเมดัน อินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางของ กต.สหรัฐฯ ที่จะลดขนาดกำลังพลภาครัฐ ในประเทศที่สหรัฐฯ พิจารณาว่าไม่จำเป็น และไม่คุ้มค่า  อย่างไรก็ดี กต.สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าการปฎิบัติงานด้านการต่างประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบ  เนื่องจากกังวลว่าการรักษา และปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ รวมทั้งมีขีดความสามารถการทำงานที่ลดลง

สหภาพยุโรปเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดน ถอดบทเรียนวิกฤตผู้อพยพสเปน

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มมาตรการป้องกันความมั่นคงชายแดนอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อรับมือกับวิกฤตผู้อพยพจากโมร็อกโdไปยังเมือง Ceuta ของสเปน ซึ่งเป็นวิกฤตด้านความมั่นคงและผู้อพยพตั้งแต่ปลาย กรกฎาคม 2569 โดยท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหภาพยุโรปจัดการประชุมวาระฉุกเฉินแบบออนไลน์ เพื่อหารือประเด็นดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำให้สเปนร่วมมือในการปกป้องชายแดนของสมาชิกทุกประเทศ และพร้อมสนับสนุนการสร้างแนวป้องกันชายแดนที่เป็นรูปธรรม สเปนรายงานว่าปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแล้ว โดยผู้อพยพอย่างน้อย 69,500 ราย ได้เดินทางกลับไปยังโมร็อกโกแล้ว ขณะที่จำนวนผู้อพยพที่เสียชีวิตระหว่างพยายามเดินทางข้ามไปเมือง Ceuta อยู่ที่ 72 ราย พร้อมกับชี้แจงว่าวิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะขบวนการค้ามนุษย์ที่เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ บิดเบือนข้อมูลจากนโยบายของสเปน จนทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก ด้านประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอในการประชุมให้สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับการป้องกันความมั่นคงชายแดนและรับมือกับสถานการณ์ผู้อพยพ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ความร่วมมือระหว่างรัฐหุ้นส่วน 2) ยกระดับความมั่นคงชายแดน 3) ใช้ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า 4) เร่งปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ และ 5) สนับสนุนให้ผู้อพยพจากภูมิภาคแอฟริกา เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย สถานการณ์วิกฤตผู้อพยพที่สเปน ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เนื่องจากประเทศอื่น ๆ กังวลว่าจะเผชิญปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายที่ใช้สเปนเป็นเส้นทางผ่าน ทั้งนี้ มีรายงานว่าอิตาลีสั่งยกเลิกมาตรการวีซ่าเชงเก้น (Schengen)…

อิหร่านย้ำไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ แต่หารือกับโอมานประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความตึงเครียดสูง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเปิดเผยเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ว่า อยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน และจะระงับการโจมตีอิหร่านไว้เพื่อสร้างความไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เจรจากับสหรัฐฯ แต่จะหารือกับโอมานเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หรือเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ร่วมกันต่อไป พร้อมวิจารณ์สหรัฐฯ เชิงลบว่าเป็นฝ่ายทำให้การเดินเรือและความมั่นคงไม่แน่นอน เนื่องจากกองเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเส้นทางดังกล่าวไว้ อิหร่านขู่กองเรือสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง หากยังคงมาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือของอิหร่านไว้ พร้อมเตือนให้สหรัฐฯ เปลี่ยนยุทธวิธีจัดการความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ยอมรับเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่านต่อทิศทางและแนวโน้มการเจรจาที่ขัดแย้งกันมากครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน โดยปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถทำได้บางส่วน แต่จำนวนน้อยกว่าปกติอย่างมาก ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากขึ้น ล่าสุด ผลสำรวจชาวอเมริกันยอมรับผลงานของผู้นำสหรัฐฯ เพียงร้อยละ 35 ตกต่ำลงเรื่อย ๆ จากร้อยละ 37 เมื่อ กรกฎาคม 2569 ซึ่งนอกจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง ชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่พอใจผลงานด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้ นักวิชาการในต่างประเทศประเมินว่าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญความขัดแย้งกับสมาชิกพรรครีพับลิกัน จากกรณีประธานาธิบดีทรัมป์มักจะสื่อสังคมออนไลน์ประกาศคำข่มขู่และชี้แจงนโยบาย มากกว่าที่จะใช้กลไกรัฐบาล…