กู้ชีพไทย : จากผู้ป่วยแห่งเอเชียเป็นผู้แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการเติบโต

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเผยแพร่บทความเรื่อง กู้ชีพคนป่วยแห่งเอเชียด้วยแนวคิด Productivism เมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 กล่าวถึงไทย ที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าและไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขันกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค จนเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม ขณะที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนยากจะตามทัน ซึ่งการนำแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) มาใช้ จะมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูปัญหาดังกล่าวได้ ปัจจุบันไทยประสบปัญหาการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศรายได้สูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม การใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณภาครัฐที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากการนำไปสนับสนุนการลงทุน ที่ยากต่อการพัฒนาเป็นขีดความสามารถใหม่ของไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจได้ในระดับต่ำ การจะทำให้ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าว อาจต้องอาศัยแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) ของนาย Dani Rodrik นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง สถาบัน Harvard Kennedy School สหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้สามารถสร้างงานที่ดี ยกระดับธุรกิจในประเทศสู่ระดับที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เพียงปล่อยให้พัฒนาไปตามความต้องการของตลาด โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างสอดประสานในด้านการผลิต การลงทุน การพัฒนาทักษะ และการสร้างนวัตกรรมจะมีส่วนสำคัญ การดำเนินการลักษณะดังกล่าวเปรียบได้กับการเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ จากการพิจารณาหรือทบทวนการจัดสรรทรัพยากร แรงงาน และการลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะการไม่มุ่งเฉพาะการมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี…

อินโดนีเซียมุ่งมั่นจะเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ด้วยการจะนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญด้านการวิจัย และพัฒนาด้วย เพื่อให้มีอัตราการเพิ่มของผลผลิตทางการเกษตร ประธานาธิบดีซูเบียนโตแสดงทัศนะเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ด้วยว่า ประเด็นความมั่นคงทางอาหารที่อินโดนีเซียกำลังผลักดันนั้น จะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างมั่นคง และมีระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในการจะรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบัน อินโดนีเซียสามารถผลิตข้าวและข้าวโพดได้เป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าผลผลิตข้าวอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 4 ของโลก รองจากอินเดีย จีน และบังกลาเทศ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายอย่างยั่งยืนที่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการที่เกษตรกรต้องมีสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ FAO คาดว่า ในฤดูการผลิต 2569-2570 อินโดนีเซียจะมีปริมาณข้าวสำรองอยู่ที่ 7.8 ล้านตัน จากที่รัฐบาลระบุว่ามีประมาณ มากกว่า 5 ล้านตันในช่วงนี้ ขณะที่ผลผลิตข้าวก็จะเพิ่มขึ้นจากที่ผลิตได้ 34.69 ล้านตัน เมื่อปี 2568 ซึ่งเพิ่มจากปี 2567 ร้อยละ 13.2…

ไทยมีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

Bloomberg ของสหรัฐฯ อ้างรายงานวิเคราะห์แนวโน้มการค้าโลกของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงของสหราชอาณาจักร ว่าไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา มีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในห้วงที่บริษัทต่าง ๆ มองไกลกว่าเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ แต่มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่น โดยในส่วนของไทยความเสี่ยงหลายด้านลดลงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง แม้มีปัญหาแรงงานสูงอายุและต้นทุนแรงงานสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ไทยจึงเหมาะสมสำหรับหลายอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตร เป็นครั้งแรกของโลก

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.69 ว่าบริษัท IBM ของสหรัฐฯ ประกาศถึงความสำเร็จในการวิจัยเทคโนโลยีการผลิต และสร้างชิปที่มีขนาดเพียง 0.7 นาโนเมตร หรือ 7 อังสตรอม ซึ่งเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้เทคนิคการสร้างชิปรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Nanostack” ทั้งนี้ ทางบริษัท IBM จะเริ่มการก่อสร้างสายการผลิตชิปด้วยเทคโนโลยีข้างต้นภายในเวลา 5 ปี และมีข้อตกลงที่จะขายลิขสิทธิ์การใช้ตัวเทคโนโลยีนี้กับบริษัท Samsung และ Rapidus แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีหุ้นส่วนในการร่วมผลิตชิปกับบริษัทอื่น ๆ แต่อย่างใด อนึ่ง เทคโนโลยีการผลิตชิปที่มีขนาดเล็กนี้ จะนำไปใช้ผลิตกับตัวชิประดับสูง อย่างชิปของ Groq ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัท Nvidia และชิปของ Cerebras Systems ที่จะพึ่งพาสายการผลิตจากบริษัท TSMC

อินเดียผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ

เว็บไซต์ The Hindustan Times รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.69 อ้างแถลงการณ์จากกระทรวงพลังงานและก๊าซธรรมชาติของอินเดีย ว่าอนุมัติการผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas-LPG) กว่าร้อยละ 50 ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจซึ่งถูกจำกัดการจัดสรรในห้วงเผชิญความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณก๊าซ LPG มีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสถานการณ์การจัดส่งก๊าซมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน สามารถกลับมาจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของอินเดียได้ในระดับปกติ ขณะที่ภาคครัวเรือนรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นว่าการผลิต LPG สำหรับภาคครัวเรือนจะไม่ลดลงและอยู่ในระดับคงที่ อย่างไรก็ดี อินเดียยังคงมุ่งส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติแบบท่อ (Piped Natural Gas-PNG) ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า สามารถผลิตได้ในประเทศ และจัดหาจากแหล่งที่หลากหลาย

อาเซียน-ญี่ปุ่น กระชับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์รอบด้าน

ที่ประชุม ASEAN-Japan Forum ครั้งที่ 41 ที่สิงคโปร์ เมื่อ 26 มิ.ย.69 ย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนและญี่ปุ่นในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน  เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยที่ประชุมยินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินการตามเอกสารถ้อยแถลงวิสัยทัศน์ว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น รวมถึงแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 81 ขณะที่ญี่ปุ่นย้ำถึงการสนับสนุนต่อความร่วมมือภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ การค้าและการลงทุน การยกระดับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น  ความมั่นคงทางไซเบอร์ ความร่วมมือทางทะเล และการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมกับย้ำความสำคัญของสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่เปิดกว้าง ครอบคลุม โปร่งใส และอิงกฎเกณฑ์ โดยมีอาเซียนเป็นแกนกลาง เพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ซูเปอร์เอลนีโญมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดขึ้น

Council on Foreign Relations (CFR) คลังสมองและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐฯ ด้านนโยบายต่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง A Super El Niño Looks Likely This Year. Here’s How to Limit the Worst of Its Deadly Heat เมื่อ 22 มิถุนายน 2569 โดยประเมินว่าปรากฏการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดขึ้นในช่วง พฤศจิกายน 2569 -มกราคม 2570 ซึ่งเมื่อรวมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว จะทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและวิถีชีวิตของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก ความร้อนจัดเป็นภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศที่อันตรายที่สุด ทำให้ทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตผู้คนอย่างน้อย 545,000 คนต่อปี และคาดว่าจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2573 หากไม่มีการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ…

ตลาดหุ้นไทยได้ประโยชน์จากการเติบโตของ AI

  Bloomberg รายงานระบุว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ในปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 ด้านนักวิเคราะห์ของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า แม้ไทยไม่ใช่ตลาด AI โดยตรง แต่การมีบทบาทของไทยในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI ทำให้นักลงทุนมีมุมมองใหม่ต่อหุ้นไทย นอกเหนือจากภาคการท่องเที่ยว ธนาคาร และการบริโภคภายในประเทศ

อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเชียงรายเพื่อเป้าหมายปลอดหมอกควัน

การประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ (ไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม) เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Meeting of the Sub-Regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution in the Mekong Sub-Region-MSC Mekong)  ครั้งที่ 14 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว เมื่อ25 มิ.ย.69 เห็นพ้องให้ขยายกรอบการดำเนินงานของแผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 (Chiang Rai Action Plan 2017) ไปจนถึงปี 2573 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควัน ฉบับที่ 2 (Second Haze-Free Roadmap 2566-2573) และยุทธศาสตร์อาเซียนหลังปี 2568 พร้อมมอบหมายให้สำนักเลขาธิการอาเซียนอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงแผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 โดยไทยแสดงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสนับสนุนให้เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีทั้งในระดับชาติ อนุภูมิภาค…

เมียนมาเตรียมรับหน้าที่เลขาธิการ BIMSTEC ในปี 2570

สนข. DVB News รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.69 ว่า นายอินทระ มณิ ปาณเฑย์ เลขาธิการกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) เยือนกรุงเนปยีดอ เมียนมา และพบกับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เมื่อ 22 มิ.ย.69 เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือกับเมียนมาและประเทศสมาชิก BIMSTEC ทั้ง 7 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน เนปาล ศรีลังกา อินเดีย เมียนมา และไทย พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมกรณีผู้แทนจากเมียนมาจะรับหน้าที่เลขาธิการ BIMSTEC ในปี 2570 ซึ่งตรงกับช่วงครบรอบ 30 ปี การก่อตั้ง BIMSTEC และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี