หน่วยข่าวกรองยุโรปเตือนรัสเซียอาจยกระดับการเผชิญหน้า NATO ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

สนข.The Guardian รายงานเมื่อ 21 ก.ย.69 อ้าง จนท.ข่าวกรองระดับสูงของยุโรปซึ่งประเมินว่า รัสเซียอาจยกระดับการดำเนินการต่อยุโรปและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า  โดยเช็กเตือนถึงความเป็นไปได้ของการรุกล้ำดินแดน NATO ในวงจำกัด การยั่วยุ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) หรือขีปนาวุธ และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ โปแลนด์ระบุว่า รัสเซียอาจทดสอบการบังคับใช้มาตรา 5 ของ NATO  อย่างไรก็ดี ลัตเวียและเอสโตเนียเห็นว่า ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการโจมตีที่ใกล้จะเกิดขึ้น และเตือนว่า การสร้างความตื่นตระหนกอาจเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางจิตวิทยาของรัสเซีย ด้านสวีเดนประเมินว่า ยังไม่เห็นสัญญาณว่า รัสเซียมีความตั้งใจเจรจาสันติภาพกับยูเครนอย่างจริงจัง และยังมุ่งบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของตน ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองของเช็ก ลัตเวีย และสวีเดนเห็นตรงกันว่า ปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซียในยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

4 จุดแข็งของอิหร่าน ในห้วงเผชิญความขัดแย้งกับสหรัฐฯ

สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ปัจจุบันใกล้ครบ 7 เดือน ยังคงตึงเครียด แม้บางช่วงมีสัญญาณการเจรจาเพื่อหยุดยิง แต่ยังไม่มีการทำข้อตกลงสู่สันติภาพในระยะยาว แม้ว่านานาชาติจะหารือประเด็นนี้ทุกเวทีการประชุม และสนับสนุนให้คู่ขัดแย้งยุติปฏิบัติการทางทหาร เพื่อลดความเสียหายจากสงครามที่ทำให้เกิดความสูญเสียด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่คู่ขัดแย้งยังไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือนโยบาย สะท้อนว่าทั้งผู้นำอิหร่านและสหรัฐฯ มีมุมมองเหมือนกันว่าสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่แพ้ไม่ได้ โดยเฉพาะอิหร่าน ที่ประกาศต่อประชาชนของตนเองว่า นี่คือสงครามเพื่อความอยู่รอด ซึ่งรัฐและกองทัพ จะเป็นกลไกสำคัญที่ปกป้องประชาชนและอารยธรรมของอิหร่านต่อไป “รัฐและกองทัพ” จึงเป็น 1 ใน 4 จุดแข็งของอิหร่านที่ทำให้ทำสงครามยืดเยื้อกับสหรัฐฯ ได้ โดยปัจจุบันระบอบการปกครองของอิหร่านยังไม่ล่มสลายตามเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้จะมีความพยายามรายงานข่าวถึงเศรษฐกิจอิหร่านที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรมากขึ้น ขณะที่ผู้แทนระดับสูงทางการเมืองของอิหร่านสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าอิหร่านรู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะเดินหน้าการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ แม้ว่าจะเผชิญสงคราม นอกจากนี้ การวางยุทธศาสตร์สงครามแบบแบ่งแยกส่วนที่มีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเป็นหัวหอกหลัก (The Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ทำให้การบัญชาการรบของอิหร่านมีประสิทธิภาพ พร้อมกับมีกองกำลังที่เข้มแข็ง มียุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ จำนวนมากจากการผลิตเองและได้รับสนับสนุนจากประเทศอื่น ๆ จุดแข็งที่ 2 ของอิหร่าน คือ “มิตรประเทศ” หรือประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ รวมทั้งประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชีย จุดแข็งนี้อาจเคยเป็นจุดอ่อนมาก่อน ในช่วงที่ทั่วโลกทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและมีมุมมองว่าอิหร่านอาจอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนผู้ก่อเหตุร้ายบางกลุ่ม แต่หลังจากความมั่นคงโลกเปลี่ยนแปลงไป…

สหรัฐฯ ยังมีมุมมองว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งหลอกลวงออนไลน์

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับต้นของโลก ยังคงมองว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศยังคงเป็นแหล่งที่ตั้งของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ จะมีประเทศใดบ้างที่ถูกมองเช่นนั้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น กรณีดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร ปัญหาเกิดจากอะไร และสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะดำเนินมาตรการต่อเรื่องดังกล่าวอย่างไร มาติดตามกันได้ใน The Intelligence Podcast ตอน “สหรัฐฯ ยังมีมุมมองว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งหลอกลวงออนไลน์”

เวียดนามดึงดูด FDI ห้วง 8 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (NSO) ระบุว่า ห้วง ม.ค.-ส.ค.69 เวียดนามดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 17,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป หรือร้อยละ 82 ของ FDI ทั้งหมดในเวียดนาม ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามยังคงมุ่งดำเนินนโยบายส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการตลาดทุน ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ เขตการค้าเสรี เขตเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ควบคู่กับการใช้กลไกนำร่องทางการค้าที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและดึงดูดเงินทุนคุณภาพสูง

จีนปรุงกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลการหารือระหว่างผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนและผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางของจีน (SMEs) เมื่อ 20 ก.ย.69 จะปรับปรุงกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน และกลุ่มที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ  เฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์  นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับปรุงกรอบกฎหมาย นโยบาย และเพิ่มโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการ รวมถึงการสนับสนุนทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนา SMEs คุณภาพสูง ทั้งยัง ตั้งเป้าส่งเสริมการสร้างความเชี่ยวชาญให้บุคลากร เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหลักและเทคโนโลยีแกนกลาง เพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการผลิต SMEs ของจีนในระยะต่อไป

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือในอาร์กติก

สนข. Japan News รายงานเมื่อ 21 ก.ย.69 ว่า ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อจัดทำและลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก (The Arctic) โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางทะเลและการขยายการจัดหาพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่า รมว.กต. ของทั้งสามประเทศจะพบหารือนอกรอบการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และอาจร่วมลงนามใน MOU ดังกล่าว ทั้งนี้ ภายใต้ร่าง MOU ทั้งสามประเทศเห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือเกี่ยวกับสาขาความร่วมมือที่เป็นไปได้ โดยเบื้องต้นอาจใช้ชื่อว่า หุ้นส่วนไตรภาคีอาร์กติก-แปซิฟิก (Arctic-Pacific Trilateral Partnership) พร้อมทั้งจะประสานความร่วมมือกับสภาอาร์กติก (Arctic Council) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือของ 8 ประเทศในเขตอาร์กติก

ข้อเสนอเพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญให้กับสหรัฐฯ

การชี้แจงต่อฝ่ายนิติบัญญัติของ Dr. Gracelin Baskaran นักเศรษฐศาสตร์เหมืองแร่และผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงด้านแร่สำคัญ (Critical Minerals Security Program) ประจำสถาบัน  Center for Strategic and International Studies (CSIS) คลังสมองชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อต้น กันยายน 2569 เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่สหรัฐฯ ต้องสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่อย่างภูมิภาคแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียกลาง การที่สหรัฐฯ ต้องเร่งดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ สหรัฐฯ มีทรัพยากรแร่ในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความมั่นคงและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ในมิติการแข่งขันกับจีน จีนใช้เวลากว่า 20 ปีสร้างความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทานแร่และโครงสร้างพื้นฐานผ่านข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) รวมถึงคุมขั้นตอนการแปรรูปขั้นกลาง (Midstream) และใช้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่ (เช่น เจอมาเนียม แกลเลียม กราไฟต์ แอนติโมนี) เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ แร่สำคัญกระจุกตัวอยู่ในทวีปแอฟริกา เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก…

เวียดนามมุ่งดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากบริษัท Molex ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

การพบหารือระหว่างนาย Bui Hoang Phuong รมช.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม กับนาย Joe Nelligan ประธานบริษัท Molex ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า เครื่องมือการแพทย์ เครื่องจักรของสหรัฐฯ เมื่อ 17 ก.ย.69 ผู้แทนเวียดนามยืนยันจะคงสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติในระยะยาว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งฐานข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ปัญญาประดิษฐ์ เครือข่ายโทรคมนาคม และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล จึงหวังให้บริษัท Molex ขยายการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเอกชนท้องถิ่น สถาบันวิชาการและสถาบันศึกษา เพื่อพัฒนาแรงงานทักษะสูงแก่บริษัทและอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัท Molex ลงทุนและจัดตั้งโรงงานในเวียดนามรวม 2 แห่ง ในกรุงฮานอย และ จ.ฮึงเอียน

รมว.เศรษฐกิจอาเซียนจะหารือทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ฟิลิปปินส์

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ระหว่าง 19-22 ก.ย.69 จะมุ่งหารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าและความสามารถของอาเซียนในการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และจะมีทบทวนความคืบหน้าตามประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ (Priority Economic Deliverables-PEDs) ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ในปี 2569 เฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าและการลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีการประชุมกับประเทศคู่เจรจา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการปรับปรุงความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–เกาหลีใต้ รวมทั้งหารือกับญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับปรุงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมอาเซียน–ญี่ปุ่น และผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดาให้สามารถสรุปสาระสำคัญได้อย่างเป็นรูปธรรม

อิหร่านได้รับคำขอจากจีนให้ใช้อิทธิพลเพื่อยับยั้งกลุ่มฮูษีในเยเมน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 17 ก.ย.69 โดยอ้างแหล่งข่าวชาวอิหร่านไม่เปิดเผยชื่อ 3 รายว่า จีนส่งคำขอให้อิหร่านใช้อิทธิพลยับยั้งกลุ่มฮูษีในเยเมนเพื่อมิให้ความขัดแย้งในเยเมนขยายตัวออกไป หลังจากซาอุดีอาระเบียร้องขอให้จีนเข้ามาช่วยเหลือในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากการรุกคืบของกลุ่มฮูษีตามบริเวณชายฝั่งทะเลแดงและช่องแคบบาบุลมันดับ ส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและการเดินเรือในพื้นที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ จีนซึ่งพึ่งพาเส้นทางขนส่งพลังงานดังกล่าวต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า เสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาคขึ้นอยู่กับการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน