กลุ่มแบ่งแยกดินแดน BLA อยู่เบื้องหลังการโจมตีรถไฟปากีสถาน

รัฐบาลปากีสถานเผชิญความท้าทายในการรับมือกับการก่อเหตุรุนแรงโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในประเทศ โดยเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่ากลุ่ม Balochistan Liberation Army หรือ BLA ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแคว้นบาลูจิสถาน ก่อเหตุระเบิดพลีชีพบนรถไฟขณะแล่นผ่านสถานี Chaman Phatak เมือง Quetta เมืองหลวงของแคว้นบาลูจิสถาน พื้นที่ทางภาคตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 70 คน ทั้งนี้ รัฐบาลปากีสถานประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการก่อการร้าย และพยายามบ่อนทำลายบทบาทการส่งเสริมสันติภาพระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศของปากีสถาน  พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะไม่สามารถทำให้สังคมปากีสถานอ่อนแอลง กลุ่ม BLA ก่อเหตุโจมตีในปากีสถานแล้วหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานการปะทะระหว่างกองกำลังติดอาวุธของกลุ่ม BLA และกองทัพปากีสถาน นอกจากนี้ กลุ่ม BLA เคยโจมตีรถไฟหลายครั้งในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยสื่อรายงานว่ารถไฟขบวน Jaffar Express ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่ม BLA หลายครั้ง เช่น กรณีล่าสุดเมื่อ มีนาคม 2568…

จีนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้คิวบา

รัฐบาลคิวบาเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569 แสดงความขอบคุณรัฐบาลจีนที่ส่งความช่วยเหลือให้คิวบาในช่วงที่เสี่ยงเผชิญวิกฤตด้านพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร โดยจีนขนส่งข้าวให้คิวบาจำนวน 15,000 ตัน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตจีน/คิวบา ระบุว่าการส่งข้าวให้คิวบาดังกล่าวเป็นส่วนประกอบของโครงการบริจาคและมอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงทางอาหาร ที่รัฐบาลจีนตกลงว่าจะส่งข้าวให้คิวบาจำนวนทั้งหมด 60,000 ตัน เพื่อบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและความไม่มั่นคง หลังจากสหรัฐฯ กดดันคิวบามากขึ้นในปี 2569 ซึ่งนอกเหนือจากการบริจาคข้าว จีนมีโครงการจะมอบโซลาร์เซลล์ให้คิวบา เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงานในประเทศด้วย ความช่วยเหลือของจีนจะส่งสริมความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับจีน ในช่วงที่คิวบาเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและพลังงานจากนโยบายของสหรัฐฯ มากขึ้น โดยสหรัฐฯ ระงับการขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาให้คิวบาเมื่อ มกราคม 2569 ทำให้คิวบาไม่มีไฟฟ้าใช้ และได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน เนื่องจากที่ผ่านมา คิวบาพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน รวมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคจากประเทศอื่น ๆ ผู้นำคิวบาระบุว่าแรงกดดันจากสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับจีน ก่อนหน้านี้ จีนคัดค้านและวิจารณ์นโยบายของสหรัฐฯ ต่อคิวบาในเชิงลบ เนื่องจากเข้าข่ายละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่น ๆ ด้านสหรัฐฯ เชื่อว่าจีนแสดงท่าทีสนับสนุนคิวบา เนื่องจากต้องการใช้คิวบาเป็นจุดยุทธศาสตร์และฐานปฏิบัติการของสายลับจีนที่จะเข้าไปจารกรรมข้อมูลจากฐานทัพสหรัฐฯ ในรัฐฟลอริดา ที่ใกล้กับคิวบา รวมทั้งปฏิบัติการบ่อนทำลายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาคละตินอเมริกา ควบคู่กับขยายบทบาทของจีนในคิวบาและภูมิภาค ก่อนหน้านี้ เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 คิวบาระบุว่าพร้อมจะพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ…

ราคาน้ำมันโลกผันผวน ข้อตกลงยุติสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านไม่แน่นอน

ทั่วโลกจับตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเพื่อยุติสงครามและฟื้นฟูความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากมีผลต่อราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวตามสถานการณ์ในพื้นที่ ล่าสุดเมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า ราคาน้ำมันโลกผันผวน โดยปรับราคาลดลงประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากสื่อต่างประเทศรายงานอ้างท่าทีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า รวมทั้งช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกจะเปิดให้กลับไปเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานได้ตามปกติ โดยแสดงความเห็นเชิงบวกว่าได้หารือกับผู้นำประเทศรอบอ่าวแล้วเกี่ยวกับความตกลงเพื่อรักษาสันติภาพในพื้นที่ มีสื่อต่างประเทศรายงานว่า เงื่อนไขสำคัญในข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน คือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นระยะเวลา 60 วัน จากนั้นอิหร่านต้องเข้าไปในน่านน้ำ เพื่อกำจัดหรือย้ายทุ่นระเบิดทั้งหมดออกจากช่องแคบดังกล่าว เพื่อให้การเดินเรือพาณิชย์และเรือขนส่งสินค้าปลอดภัย นอกจากนี้ มีรายงานประเมินความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในห้วง มิถุนายน-กรกฎาคม 2569 เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญแรงกดดันสูงมากจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าทีและมุมมองต่อการเจรจากับอิหร่านบ่อยครั้ง ล่าสุดให้ความเห็นว่า สหรัฐฯ ไม่รีบเร่งการทำข้อตกลงกับอิหร่าน เนื่องจากต้องพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ขณะที่ผู้แทนระดับสูงของอิหร่านชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่าอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้กำหนดท่าทีระหว่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำข้อตกลงระหว่างกันได้แล้ว เพราะสหรัฐฯ ยังมีถ้อยแถลงที่ไม่แน่นอนและย้อนแย้ง ทำให้อาจสรุปได้ว่า การบรรลุผลเจรจายังไม่แน่นอน และยังไม่มีความตกลงที่ชัดเจนระหว่างคู่ขัดแย้ง ราคาน้ำมันโลกผันผวนตามสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านตั้วแต่ มีนาคม 2569 และแม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมทั้งเริ่มการเจรจาเมื่อ…

รัสเซียยกระดับการโจมตียูเครน

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 ยังไม่ยุติ ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการโจมตีทางการทหารเพื่อทำลายขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับแสวงหาหุ้นส่วนด้านความมั่นคงจากประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ช่วยสนับสนุนการเสริมสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจ  ล่าสุด มีรายงานเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569 ว่า รัสเซียโจมตีภูมิภาคเคียฟของยูเครนอย่างรุนแรง โดยโจมตียูเครนด้วยโดรน 600 เครื่อง และขีปนาวุธ 90 ลูก ภายในคืนเดียว รวมทั้งมีการใช้ขีปนาวุธรุ่น Oreshnik ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงและมีขีดความสามารถสูงมากพอจะหลบเลี่ยงระบบสกัดกั้นขีปนาวุธของยูเครนได้ เพื่อตอบโต้กรณียูเครนโจมตีฐานที่มั่นของรัสเซียในภูมิภาคลูฮันสค์ ทางตะวันออกของยูเครนเมื่อห้วงกลาง พฤษภาคม 2569 ซึ่งรัสเซียมีมุมมองว่าเป็นการก่อการร้ายต่อประชาชนของรัสเซีย ก่อนหน้านี้ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2569 ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตีอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อว่ารัสเซียใช้เพื่อประโยชน์ด้านยุทธวิธีทางทหารในภูมิภาคลูฮันสค์ โดยยูเครนมีข้อมูลว่ารัสเซียใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานที่มั่นและตั้งสำนักงานศูนย์ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ หรือ หน่วย Rubicon พร้อมยืนยันว่ายูเครนไม่มีเจตนาหรือเป้าหมายโจมตีพลเรือน นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุถึงกรณี ยูเครนใช้โดรนโจมตีหอพักนักศึกษา บริเวณมหาวิทยาลัยในเมือง Starobelsk แคว้นลูฮันสค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ…

เส้นทางการค้าอาร์กติก : โอกาสที่จะเป็นไปได้หรือไม่ของรัสเซีย

การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่อการเดินเรือระหว่างประเทศเป็นปัจจัยเร่งให้ประเทศต่าง ๆ ต้องหาเส้นทางขนส่งทางทะเลทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกระตุ้นให้ผลักดันเส้นทางขนส่งทางทะเลสายใหม่ เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เช่นรัสเซีย ที่ต้องการผลักดันการใช้เส้นทางทะเลทางเหนือ (Northern Sea Route-NSR) เป็นอีกทางเลือกสำหรับเส้นทางการค้าเชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชียที่มีจุดแข็งทั้งการย่นระยะทางเชื่อมสองภูมิภาคและความปลอดภัย ความต้องการผลักดันให้ NSR เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระดับโลกของรัสเซียไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ามีการพูดถึงค่อนข้างน้อยด้วยมีที่ตั้งอยู่ห่างไกลคือ ภูมิภาคอาร์กติก ประกอบกับมีข่าวการสู้รบกับยูเครนยาวนานกว่า 4 ปี จนกลบจุดเด่นของเส้นทางสายนี้ แม้ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการพูดถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ขั้วโลกและภูมิภาคอาร์กติกมากขึ้นก็ตาม สำหรับการย่นระยะทางเชื่อมยุโรปกับเอเชีย มีการประเมินว่าการขนส่งผ่าน NSR จะลดระยะทางได้กว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับการขนส่งผ่านคลองสุเอซ  รัสเซียซึ่งตระหนักถึงจุดแข็งข้อนี้ จึงผลักดันการขนส่งผ่านเส้นทางสายนี้อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ มีแผนจะผลักดันการขนส่งสินค้าผ่าน NSR ถึง 80 ล้านตันภายในปี 2567 แต่ก็ติดปัญหาสำคัญคือ การรบติดพันระหว่างรัสเซียกับยูเครนตั้งแต่ปี 2565 ที่ทำให้มีการขนส่งสินค้าผ่าน NSR เพียงประมาณ 38 ล้านตัน อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนา NSR ด้วยงบประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานประจำปี 2568 ของ Bellona…

แก๊งสแกมเมอร์ย้ายฐานไปเคลื่อนไหวในศรีลังกา

แก๊งสแกมเมอร์ที่ถูกกวาดล้างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งจากกัมพูชา และเมียนมากำลังย้ายฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ ไปยังศรีลังกา เนื่องจากมีปัจจัยที่เอื้อต่อการทำธุรกิจหลอกลวง ทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต  การให้วีซ่าเข้าประเทศ และลักษณะทางกายภาพ เช่น อาคารสถานที่ และโรงแรม  อย่างไรก็ดี ฐานการปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ในศรีลังกาเป็นเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นและศรีลังกากำลังกวาดล้างอย่างหนัก ซึ่งจีนก็ให้การสนับสนุน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ในการดำเนินธุรกิจในศรีลังกา ตั้งแต่ต้นปี 2569 ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติในข้อหาการหลอกลวงออนไลน์ มากกว่า 1,000 ราย เพิ่มจากปี 2567 ที่ตลอดปีมีเพียง 430 ราย และเมื่อ มีนาคม 2569 จับกุมได้กว่า 134 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน รวมทั้งมีชาวเมียนมา และไต้หวัน พร้อมยึดอุปกรณ์ทางที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เช่น โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์  นอกจากนี้ เมื่อกลาง พฤษภาคม 2569   จับกุมชาวต่างชาติได้อีก 198 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียซึ่งเป็นการจับกุมขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ ตุลาคม 2567 ที่จับกุมคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนได้ 230 คน แก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงในศรีลังกาในขณะนี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศในเอเชีย เช่น…

ผู้นำสูงสุดเวียดนามพร้อมคณะฯ จะเยือนไทยระหว่าง 27-29 พ.ค.69

พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม พร้อมภริยา และคณะผู้นำระดับสูง จะเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่าง 27-28 พ.ค.69 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. เป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนามในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยการค้าระหว่างกันเมื่อปี 2568 มีจำนวน  22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากเมื่อปี 2567 และมีชุมชนชาวเวียดนาม ในไทยมากกว่า 100,000 คน

กัมพูชาย้ำการคุ้มครองพลเรือนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

นาย Keo Chhea ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไปของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อ 21 พ.ค.69 ในหัวข้อการคุ้มครองพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธ (Protecting Civilians in Armed Conflict) โดยย้ำหลักการและความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และการคุ้มครองพลเรือนในทุกความขัดแย้งทางอาวุธ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในกัมพูชาว่าการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเมื่อ ก.ค.68 และ ธ.ค.68 ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางมนุษยธรรมอย่างรุนแรง  พลเรือนมากกว่า 649,000 คนต้องเป็นผู้พลัดถิ่น บ้านเรือนและทรัพย์สินถูกทำลาย รวมถึง ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกของ UNESCO ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีในครั้งนี้

รัสเซียเรียกร้องให้ UNSC ประชุมฉุกเฉินกรณียูเครนโจมตีมหาวิทยาลัยในแคว้นลูฮันสค์

สนข.TASS รายงานเมื่อ 22 พ.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุถึงกรณี ยูเครนใช้โดรนโจมตีหอพักนักศึกษา บริเวณมหาวิทยาลัยในเมือง Starobelsk แคว้นลูฮันสค์วันเดียวกันว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม เพราะไม่มีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 39 คน และสูญหาย 15 คน  พร้อมทั้งร้องขอคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้จัดประชุมฉุกเฉินหารือการโจมตีดังกล่าว ขณะที่วาระการจัดประชุมฉุกเฉิน UNSC เมื่อ 23 พ.ค.69  ไม่มีข้อมติในประเด็นนี้  ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหา และอ้างว่ารัสเซียไม่มีหลักฐาน อีกทั้งรัสเซียไม่อนุญาตให้คนกลางเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ส่วนท่าทีประเทศมหาอำนาจ ที่สำคัญคือ จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการใช้กำลัง และมุ่งเจรจาเพื่อยุติสงคราม และสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียเปิดพื้นที่ให้องค์การระหว่างประเทศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่ง

นางทูลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 23 พ.ค.69 เพื่อดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูก โดยนายอารอน ลูคัส รอง DNI (อายุ 55 ปี/2569) จะรักษาการในตำแหน่ง DNI   ทั้งนี้ มีกระแสวิจารณ์ในสื่อว่า การลาออกของนางแกบบาร์ดเป็นผลจากแนวคิดของนางแกบบาร์ดที่แตกต่างจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะการแทรกแซงหรือการใช้กำลังทางทหารในต่างประเทศ  ส่วนนายลูคัสเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและมีประสบการณ์ด้านข่าวกรองกว่า 20 ปี จากการเป็นอดีตผู้เชี่ยวชาญสถาบันคลังสมอง Cato Institute รวมทั้ง จนท.ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายวิเคราะห์วิจัยของ CIA  และรอง ผอ.ฝ่ายรัสเซียและยุโรป สภาความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ห้วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก