ฝรั่งเศสระงับกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์

คณะมนตรีรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมีคำวินิจฉัยระงับร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการสื่อสาร รวมถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประชาชน

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทไทยอาจแข็งค่าในระยะสั้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ ว่าการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.9 นับตั้งแต่ต้น ส.ค. 69 อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น เนื่องจาก ธปท.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ในการประชุม กนง. ใน 26 ส.ค. 69 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าสู่ระดับ 33.50 – 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 โดยภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง อีกทั้งไทยอาจเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณปัญหาการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยเฉพาะการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

การค้าอาเซียน-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 ในครึ่งแรกของปี 2569

สำนักงานศุลกากรจีน (General Administration of Customs of China-GACC) ระบุว่า การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่า 4.34 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 643,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยสินค้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น มีมูลค่า 2.86 ล้านล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการค้ารวม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่คุณค่าระหว่างอาเซียนกับจีนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การค้าระหว่างอาเซียนกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ทำสถิติสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รวมถึงการเชื่อมโยงด้านโครงข่ายคมนาคมระหว่างอาเซียน-จีน มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการค้าและการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ

เวียดนามมุ่งดึงดูด FDI คุณภาพสูงเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ส.ค.69 อ้างนาย Nguyen Hoa Cuong รอง ผอ.สถาบันศึกษานโยบายและยุทธศาสตร์ สังกัดคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ว่า เวียดนามเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการที่มีคุณภาพสูงและมีมูลค่า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสีเขียว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในห้วงปี 2569-2573 ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.-ก.ค.69 เวียดนามรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ปัจจุบันเวียดนามมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 425 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมพหุประสงค์ 299 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 92,000 เฮกตาร์ (575,000 ไร่)

ประธานาธิบดีเมียนมาจะเยือนรัสเซีย

นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะพบกับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่จะยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการใน 18 ส.ค.69 เพื่อหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือรอบด้าน สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศและภูมิภาค รวมถึงการลงนามข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันหลายฉบับ

ผู้นำรัสเซียชื่นชมพัฒนาการความสัมพันธ์กับอินโดนีเซีย

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เมื่อ 17 ส.ค.69 แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพ พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของอินโดนีเซียในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนบทบาทของอินโดนีเซียในเวทีระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้กรอบความร่วมมือ BRICS+ และการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย เมื่อ 17-18 มิ.ย.69 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินชื่นชมความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียที่พัฒนาไปได้ด้วยดี โดยรัสเซียมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับอินโดนีเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งคาดหวังว่าประธานาธิบดีซูเบียนโต จะเข้าร่วมการประชุมนานาชาติด้านเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum – EEF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 1-4 ก.ย.69 ที่เมืองวลาดีวอสตอค รัสเซีย

สหรัฐฯ ยกระดับจะเป็นเจ้าของช่องแคบฮอร์มุซ

จนถึง 17 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีความคืบหน้าในสันติภาพ หรือทางออกในการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แม้มีรายงานว่าปากีสถานกับกาตาร์ยังคงเป็นตัวกลาง และพยายามให้มีการเจรจาในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน บันทึกความเข้าใจที่ตกลงกัน และลงนามกันทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อหยุดยิง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ กลางมิถุนายน 2569 เป็นเวลา 60 วัน ก็สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 สำหรับสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงนี้ ก็เป็นการตอบโต้กันไปด้วยคำพูดที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อระหว่างกัน และเพิ่มขึ้นจากการข่มขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ด้วยการยกระดับขึ้นเป็นการเป็นเจ้าของ โดยประธานาธิบดีนัลด์ ทรัมป์ เป็นฝ่ายจุดประเด็นนี้ขึ้นมาด้วยการระบุเมื่อ 15 สิงหาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้ครอบครองช่องแคบฮอร์มุซ และจะเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในไม่ช้านี้ ซึ่งอิหร่านก็ตอบโต้ทันทีว่า อิหร่านคือเจ้าของช่องแคบฮอร์มุชมา รวมทั้งคือผู้ที่จะปิด-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันเมื่อ 16 สิงหาคม 2569 ว่า ได้ตกลงกับโอมานเรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และจะหารือกันเพิ่มเติมต่อไป…

การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดีย

การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดีย มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคงแห่งชาติ โดย Observer Research Foundation (ORF) ซึ่งเป็นคลังสมองของอินเดีย ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง India’s Push for A Chip Ecosystem Has Strategic Objectives เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 ที่เห็นว่าจุดเปลี่ยนสำคัญในการลงทุนในด้านนี้ เกิดจากการที่บริษัท Tata Electronics ของอินเดียได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท ASML ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับพิมพ์ลายวงจรบนแผ่นซิลิคอน (Lithography) ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐคุชราต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอินเดียต้องการยกระดับตัวเองจากการเป็นเพียงตลาดผู้บริโภคและผู้ประกอบชิ้นส่วน ไปสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก นอกจากนี้ อินเดียยังเห็นว่าเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ เนื่องจากเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  ดังนั้น อินเดียจึงมีความจำเป็นต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระและยกระดับอำนาจต่อรองของชาติ อินเดียยังประเมินไปข้างหน้าว่าโอกาสความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน…

สหรัฐฯ กล่าวหาจีนโดยตรงว่าปกปิดสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน

ในรายงานฉบับล่าสุดที่สหรัฐฯ เผยแพร่ออกมาใน ส.ค.69 มีการกล่าวหาจีนว่าปกปิดสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน การปกปิดดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศอื่น รวมถึงไทย หรือไม่ อย่างไร มาติดตามรับฟังกันได้ใน The Intelligence Podcast ตอน “สหรัฐฯ กล่าวหาจีนโดยตรงว่าปกปิดสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน”

สหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าสวมสิทธิ์สินค้า และมีการพาดพิงไทย

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกรายงาน เมื่อ 13 สิงหาคม 2569 ที่ชื่อว่า The Great Transshipment Scam กล่าวหาจีนโดยตรงว่าได้มีการดำเนินการปกปิดว่าสินค้าที่มีต้นกำเนิด (country of origin ) มาจากจีน เพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วยการใช้ประเทศที่ 3 สวมสิทธิ์ และมีเครือข่ายขนส่งสินค้าเงา (Shadow Transshipment Network) ระดับโลก การออกรายงานดังกล่าวนอกจากทำให้แนวโน้มความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีโอกาสจะปะทุสูงขึ้น และยังจะส่งกระทบต่อคู่ค้าของประเทศทั้งสองประเทศอีกด้วย รายงานข้างต้นจัดให้ไทยอยู่ Tier 2 จากทั้งหมด 3 กลุ่ม ที่เชื่อมโยงกับสินค้าของจีนที่สงออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (Customs and Border Protection -CBP) ของสหรัฐฯตรวจสอบสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ เข้มข้น และอาจถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จีนจะใช้ไทยสวมสิทธิ์ เพราะ CBP จะมีมาตรการ “Detective Border” ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ…