รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก พ.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก พฤษภาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

สหรัฐฯ มีมุมมองว่าไทยยังมีปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

สหรัฐฯ ใช้การเผยแพร่รายงานทบทวนนโยบายการค้าของประเทศอื่น ๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณกดดันให้ประเทศคู่ค้า ปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนและนักธุรกิจชาวอเมริกัน โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯ ปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก หรือ America First ล่าสุด USTR หรือสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อ 30 เมษายน 2569 เผยแพร่รายงาน 2026 Special 301 Report หรือรายงานการประเมินนโยบายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property-IP) ของคู่ค้าสหรัฐฯ ทั่วโลกมากกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งไทย เพื่อเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณา และให้นักธุรกิจอเมริกันใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเพิ่มพูนความร่วมมือกับต่างประเทศ ประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก และเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ USTR จัดให้สหภาพยุโรป (EU) อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) เป็นครั้งแรก เนื่องจาก EU ออกกฎหมาย General Pharmaceutical Legislation ที่อาจขัดขวางบริษัทยาของสหรัฐฯ ไม่ให้สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ใน EU รวมทั้งอาจบังคับให้บริษัทสหรัฐฯ ต้องเผยแพร่ข้อมูลมากขึ้น…

CyberXplore ปักษ์แรก พ.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์แรกเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

กัมพูชาปราบปรามสแกมเมอร์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ 

กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศและป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุดเมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 โฆษกรัฐบาลกัมพูชาระบุว่าสามารถจัดกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ได้ 40 ราย จากการปฏิบัติการปราบปรามเมื่อ 11 พฤษภาคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม รวมทั้งผู้ที่สนับสนุนเงินทุนให้กับสแกมเมอร์ ปัจจุบัน กัมพูชาจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนจำนวน 38 ราย และชาวกัมพูชาจำนวน 2 ราย ในจังหวัด Tbong Khmum จังหวัด Preah Sihanouk และจังหวัด Battambang ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์และฐานการก่ออาชญากรรมทางการเงิน รัฐบาลกัมพูชามีกฎหมายใหม่สามารถดำเนินคดีต่อชาวต่างชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางการเงินได้ รวมทั้งสามารถดำเนินคดีข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย สะท้อนว่า รัฐบาลกัมพูชาใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความมั่นคงและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ขยายตัวมากขึ้น และทำให้นานาชาติมีมุมมองเชิงลบต่อความปลอดภัยในกัมพูชา กัมพูชาเร่งแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ เนื่องจากที่ผ่านมา กัมพูชาเผชิญกระแสวิจารณ์ว่าเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ หรือ “Scam hub” จนทำให้กระทบต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของกัมพูชา รวมทั้งอาจไม่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดระหว่างกัมพูชา-ไทย บริเวณชายแดน เนื่องจากกัมพูชามีภาพลักษณ์ที่ไม่น่าเชื่อถือจากปัญหาสแกมเมอร์ ดังนั้น ปัจจุบัน รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งปราบปรามสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างประเทศว่ากัมพูชาต่อต้านการก่ออาชญากรรมทางการเงิน การหลอกลวง และพร้อมร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อรักษาความมั่นคง

อินเดียจัดการประชุมกลุ่ม BRICS ระดับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ

อินเดียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มความร่วมมือในกรอบ BRICS ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย โดยการประชุมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือของสมาชิกกลุ่ม BRICS และหุ้นส่วน ที่สำคัญคือกลุ่มประเทศโลกใต้ หรือ Global South และไทย  เป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS ด้วย  การประชุมดังกล่าวจะหารือประเด็นสถานการณ์สำคัญระดับโลก ได้แก่ สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน สำหรับสมาชิกสำคัญของกลุ่ม BRICS คือประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ จากนั้นมีการเพิ่มสมาชิก ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) และอินโดนีเซีย ด้านซาอุดีอาระเบียสนใจสมัครเป็นสมาชิก แต่ยังอยู่ในกระบวนการเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ประเด็นที่น่าสนใจในการประชุม BRICS ครั้งนี้ คือ ท่าทีของประเทศสมาชิกต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะมีผู้แทนจากทั้งอิหร่านและ UAE เข้าร่วม นอกจากนี้ กลุ่ม BRICS จะหารือกันด้านความร่วมมือและการส่งเสริมความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤต…

ผู้นำจีนระบุความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วน

บรรยากาศการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เป็นไปในเชิงบวก  ผู้นำจีนใช้โอกาสนี้ลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดยระบุว่าจีนกับสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วน (partner) ระหว่างกัน และไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน (rival)  ท่าทีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการเจรจาหารือระหว่างกันใน 14-15 พฤษภาคม 2569 ที่อาจมีประเด็นสำคัญทั้งความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาระดับโลก ประธานาธิบดีทรัมป์ชื่นชมประธานาธิบดีสี จิ้นผิงว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนดีขึ้น ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจกรณีผู้นำทั้ง 2 ประเทศจับมือทักทายกันท่ามกลางบรรยากาศที่ดี ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์พาคณะนักธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะการเยือนดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย ทำให้คาดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้จีนอนุมัติการลงทุนขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ แม้ว่าบรรยากาศในช่วงเริ่มต้นการพบหารือครั้งนี้จะเป็นเชิงบวก แต่จีนกับสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือกันในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การขึ้นภาษีตอบโต้ การกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยี สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่จีนกับสหรัฐฯ มีท่าทีและจุดยืนที่แตกต่างกัน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยี ที่ผูกพันกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศอย่างแน่นแฟ้น การพบหารือระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ในระยะยาว ความสัมพันธ์ของทั้ง 2…

ญี่ปุ่นยืนยันมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

 ถ้อยแถลงของนายโคบายาชิ เค็น ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japan Chamber of Commerce and Industry) เมื่อ 13 พ.ค.69  ยืนยันว่าญี่ปุ่นมีพลังงานเพียงพอ เนื่องจากรัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น นำน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันออกมาใช้ และแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ภาคธุรกิจและภาคประชาชนห่วงกังวลมากขึ้นว่าญี่ปุ่นจะมีแนฟทา (Naphtha) ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางยืดเยื้อ

กห.สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการจัดหายุทโธปกรณ์กับบริษัทค้าอาวุธ

เว็บไซต์ กห.สหรัฐฯ รายงานเมื่อ 13 พ.ค.69 ว่า ได้บรรลุข้อตกลงการจัดหายุทโธปกรณ์กับบริษัท Anduril บริษัท CoAspire บริษัท Leidos และบริษัท Zone 5  ที่จะเริ่มพัฒนาและผลิตขีปนาวุธราคาต่ำบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ (Low-Cost Containerized Missles – LCCM) ในจำนวนมากกว่า 10,000 ชุดภายในปี 2572  รวมทั้งข้อตกลงกับบริษัท Castelion ที่จะจัดส่งระบบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “Blackbeard” จำนวน 500 ลูกให้กับกองทัพในระยะเวลา 2 ปี หากสามารถทำการทดสอบระบบอาวุธดังกล่าวได้สำเร็จ และพยายามขออนุมัติเพิ่มการจัดซื้อระบบอาวุธดังกล่าวเป็น 12,000 ลูก ในอีก 5 ปีข้างหน้า

รัสเซียผ่านร่างกฎหมายให้กองทัพปฏิบัติการนอกประเทศเพื่อปกป้องพลเรือน

สนข. Tass รายงานเมื่อ 13 พ.ค.69 ว่า สภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (สภาดูมา) มีมติเอกฉันท์อนุมัติร่างกฎหมายให้ประธานาธิบดีรัสเซียมีอำนาจสั่งการกองทัพรัสเซียในการปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศเพื่อปกป้องพลเรือนรัสเซียในต่างประเทศ อาทิ กรณีถูกจับกุมหรือควบคุมตัว และถูกดำเนินคดีทางอาญาหรือภายใต้กฎหมายอื่นในศาลต่างประเทศ รวมถึงให้อำนาจสั่งการหน่วยงานของรัฐตามดุลยพินิจในการดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องพลเรือนในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 10 วันหลังประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ลงนาม

คิวบาขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิง

เว็บไซต์ นสพ. The Guardian และ El País รายงานเมื่อ 14 พ.ค.69 อ้างนายบีเซนเต เด ลา โอ เลบี รมว.กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่คิวบา ยอมรับว่า คิวบาขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสิ้นเชิง หลังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าจากต่างประเทศล็อตสุดท้ายหมดแล้ว ส่วนระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากขาดพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงฮาวานา ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเวลานาน 20- 22 ชม. ต่อวัน และสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คิวบาจะยังพยายามเจรจากับประเทศที่สามารถส่งออกเชื้อเพลิงให้คิวบาได้ แม้สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมและคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อคิวบา