ไทยเตรียมรับมือกับภาวะขาดแคลนแรงงานต่างด้าว

ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวของไทย แม้จะไม่อยู่ในระดับวิกฤต แต่ไทยก็ต้องเตรียมทุกแนวทางในการรับมือกับปัญหานี้ เนื่องจากต้องเป็นที่ยอมรับว่า แรงงานต่างด้าวจะเข้าไปทำงานในไทยในงานที่แรงงานไทยไม่ค่อยทำ เช่น แรงงานที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ไทยยังไม่รับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจากความขัดแย้งชายแดน อย่างไรก็ดี ไทยยังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยในระดับหนึ่ง ไทยจึงมีการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานต่อไปอีก 1 ปี  ทั้งนี้ ไทยมีคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568  ประมาณ 720,000 คน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามที่อนุญาตให้อยู่และทำงานอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ถึง 11 ธันวาคม 2569 (แต่ยังไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและไปดำเนินการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยผ่อนผันให้อยู่และทำงานได้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จ่ายค่าธรรมเนีนม และทำประกันสุขภาพ ให้ทันเวลาตามที่กำหนด…

กัมพูชากับญี่ปุ่นส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา และนาย Ueno Atsushi ออท.ญี่ปุ่น/กัมพูชา ลงนามความร่วมมือโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น ณ กห.กัมพูชา ราชธานีพนมเปญ เมื่อ 19 ก.ค.69 โดยญี่ปุ่นจะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านเยน (ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมการจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่ ทบ.กัมพูชา และเรือตรวจการแก่ ทร.กัมพูชา เป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา รวมถึงสนับสนุนเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวียดนามรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 ห้วงครึ่งแรกของปี 2569

ในห้วงครึ่งแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.69) เวียดนามรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 26.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ส่วนนักท่องเที่ยวเวียดนามมีจำนวนประมาณ 18.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 ขณะที่ความต้องการใช้การขนส่งทางอากาศในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มสูง จึงหวังให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องปรับปรุงประสิทธิผลของระบบการจัดการความปลอดภัย และบังคับใช้แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับลงทุนด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร และนำเทคโนโลยีดิจิทัลใช้ในการบริหารจัดการ การกำกับดูแล และการวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 20 ก.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับการโจมตีตอบโต้กันในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราวร้อยละ 20 ของโลก โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 2.69 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 90.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 2.19 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 84.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน Barclays ประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจทำให้ปริมาณน้ำมันคงคลังตึงตัวและผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น

OpenAI ใช้ช่องโหว่ Zero-Day พยายามหลุดจาก Sandbox ไปยังแพลตฟอร์มอื่น

นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ได้ตรวจพบเหตุการณ์สำคัญ เมื่อโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นทดลองของ OpenAI (รวมถึง GPT-5.6 Sol) ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ Zero-Day

EP 2/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย  

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และส่งเสริมการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI มหาวิทยาลัย Cambridge ในสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความเรื่อง “God has helped us, and so will AI”: How the Terrorist Group Boko Haram Uses Frontier AI” เปิดเผยหลักฐานเชิงประจักษ์ (การสัมภาษณ์อดีตแกนนำกลุ่ม Boko Haram จำนวน 27 ราย) ที่บ่งชี้ว่า กลุ่มก่อการร้าย Boko Haram และกลุ่มสาขา (กลุ่ม…

EP 1/2  : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) มีความเชื่อมโยง และเกื้อหนุนการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งมีบทวิเคราะห์ของสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจในทั้ง 2 EP โดย EP 1/2 เป็นบทวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพรวมของผู้ก่อการร้ายกับ AI ส่วน EP 2/2  เกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย Boko Haram ใช้ AI สำหรับ EP 1/2 : เทคโนโลยี AI กับการก่อการร้าย เป็นบทวิเคราะห์เรื่อง Artificial Intelligence and the Future of Terrorism ของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายและคลังสมอง ด้านการต่างประเทศ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ระดับโลกของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงผู้ก่อการร้ายใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ…

การประชุม รมว.กต.อาเซียน ที่ฟิลิปปินส์

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ด้านกิจการอาเซียนเปิดเผยเมื่อ 16 ก.ค.69 ว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 59 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) จะมีขึ้นที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ระหว่าง 19-24 ก.ค.69 โดยการหารือจะครอบคลุมประเด็นความร่วมมือระดับภูมิภาค การเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) การส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ตลอดจนประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงความคืบหน้าการให้สัตยาบันความตกลงว่าด้วยความมั่นคงด้านปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement-APSA) เพื่อรับมือกับความท้าทายของสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาส 2/2569 ยังขยายตัว

สนง.สถิติมาเลเซีย ว่า เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาส 2/2569 ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง ที่ร้อยละ 5.8 แม้เผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยมีปัจจัยหนุนจากภาคการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ภาคการบริการ และการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อลดลงจากร้อยละ 2 เมื่อ พ.ค.69 เป็นร้อยละ 1.9 เมื่อ มิ.ย.69 ทั้งนี้ เมื่อคำนวณรวมกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 1/2569 ที่ร้อยละ 5.4 ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจมาเลเซียช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2568 ที่ร้อยละ 4.5

อินเดียดำเนินการมาตรการ Seafarer-First response

  นาย Sarbananda Sonowal รมว.การขนส่งทางน้ำ ของอินเดีย เป็นประธานการประชุมระดับสูงเพื่อทบทวนและติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ตอ.กลาง เมื่อ 14 ก.ค.69 และสั่งการให้ดำเนินการมาตรการ ‘Seafarer-First’ response โดยจะจัดตั้งระบบรายงานข้อมูลการปฏิบัติงานสำหรับเรือแต่ละลำแบบครบวงจร (Dashboard) เพื่อบันทึกข้อมูลของลูกเรือชาวอินเดียทุกคนบนเรือทุกลำ โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติเรือ ครอบคลุมพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน Dashboard จะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับตำแหน่งเรือ เจ้าของเรือ สินค้า จำนวนลูกเรือ สวัสดิการลูกเรือ การประเมินภัยคุกคาม เส้นทางการเดินทางที่วางแผนไว้ ท่าเรือต่อไปที่จะแวะจอด และความพร้อมใช้งานของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนเรือ พร้อมกับตั้ง จนท.ประสานงานเฉพาะกิจ สำหรับให้ความช่วยเหลือลูกเรือชาวอินเดียที่ประสบภัยจากเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์