เวียดนามมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 อ้างคำกล่าวของนาย Ha Anh Duc ผอ.กรมการบริหารจัดการกระบวนการตรวจรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ สังกัด สธ.เวียดนาม ว่าเวียดนามคาดหวังจะเป็นผู้นำระดับต้นด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวทั้งชาวเวียดนามโพ้นทะเลและชาวต่างชาติให้ได้ประมาณปีละ 750,000 คน ระหว่างปี 2569-2573 โดยมุ่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชนร่วมประสานงานอย่างจริงจัง เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล สร้างตราสินค้าการท่องเที่ยวทางการแพทย์แห่งชาติที่มีอัตราค่าใช้จ่ายแข่งกับตลาดในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศได้ รวมทั้งจัดตั้งสมาคมสนับสนุนการพัฒนาด้านดังกล่างโดยตรง

อาเซียน-อินเดียจะฝึกซ้อมร่วมทางทะเล ครั้งที่ 2

อาเซียน-อินเดียมีกำหนดจัดการฝึกทางทะเลอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Maritime Exercise-AIME) ครั้งที่ 2 ระหว่าง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ โดยมีฟิลิปปินส์และอินเดียเป็นเจ้าภาพร่วม และจะมีกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียเข้าร่วมฝึก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Anchored in Trust, United at Sea” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การประสานงานด้านการปฏิบัติการ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งนี้ AIME 2026 จัดขึ้นในภายใต้ปีแห่งความร่วมมือทางทะเลอาเซียน–อินเดีย 2569 (ASEAN-India Year of Maritime Cooperation 2026) ซึ่งผู้นำอาเซียนและอินเดียเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลระหว่างกัน

จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศ SCO

จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ระหว่าง 14-16 ก.ย.69 ที่เมืองอูรุมชี ทาง ตต.น. ของเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ คาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน  การประชุมจะประกอบด้วยการประชุมเฉพาะระดับรัฐมนตรี (close-door meeting) การประชุมใหญ่ และการประชุมย่อย 4 วงประชุม โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีจะมีการหารือเพื่อจัดทำวาระความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของ SCO ห้วงปี 2569-2570 และแนวทางการทำงานหลังจากปีนี้ ขณะที่ วงประชุมย่อยคาดว่าจะหารือถึงแนวทางเชื่อมต่อทางการค้า การลงทุน การกำกับดูแล และแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

จีนเปิดตัวเทคโนโลยีผ่าตัดฝังชิปในสมอง

จีนกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface – BCI) โดยบริษัทประกันภัยของรัฐบาลจีน (Property and Casualty Company Limited – PICC)

การขยายตัวเศรษฐกิจไทยชะลอลงจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.7-1.8 แต่ชะลอตัวจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569

กัมพูชาแต่งตั้งบุตรสาวอดีตผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้แทนพิเศษของ นรม.กัมพูชา

พระบาทสมเด็จพระบรมนารถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา ทรงตราพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้ง น.ส.กึม โมโนวิทยา (อายุ 45 ปี/ปี 2569) บุตรสาวนายกึม สุขา อดีตประธานพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า เป็นผู้แทนพิเศษของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา และมีตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรี  การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและศักยภาพได้ร่วมงานกับรัฐบาล  ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก นรม.กัมพูชา พบหารือกับ น.ส.กึม โมโนวิทยา เมื่อ 14 ส.ค.69 และ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานพรรค CPP พบหารือกับนายกึม สุขา และ น.ส.กึม โมโนวิทยา เมื่อ 16 ส.ค.69 สำหรับนายกึม สุขา ต้องโทษกักขังภายในบ้านพักเป็นเวลา 27 ปี จากความผิดฐานกบฏ และได้รับพระราชทานอภัยโทษ…

สศช.เผยแพร่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเมื่อไตรมาส 2/2569

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส เมื่อ 2/2569 และประเมินทั้งปี 2569 เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 โดยเศรษฐกิจไทย เมื่อ ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอตัวลดลงจากร้อยละ 2.8 เมื่อไตรมาส 1/2569 ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569  คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.0-2.5  จากร้อยละ 2.4 เมื่อปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวสูงของการลงทุนภาคเอกชน  การบริโภคครัวเรือน   และการส่งออกสินค้าที่คาดว่ามูลค่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 15.1 สำหรับเศรษฐกิจไทย เมื่อ ไตรมาส 2/2569 การใช้จ่าย และการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 3.3 ในไตรมาสก่อน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส นับตั้งแต่ปลายปี 2565 การลงทุนภาครัฐกลับปรับตัวลดลงร้อยละ 1.6 เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3…

จับตามองการพบหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ

การดำเนินนโยบายกลับมาใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เวทีระหว่างประเทศต้องจับตามองว่าสหรัฐฯ จะทำให้ภูมิภาคเอเชีย เฉพาะอย่างยิ่งคาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ และปลอดความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ได้หรือไม่ หลังจากทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางร้อนแรง โดยยังไม่สามารถลดความขัดแย้งกับอิหร่าน และทำให้อิหร่านปลอดนิวเคลียร์ได้ รวมทั้งยังทำให้ร้อนแรงขึ้น ด้วยการขู่ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการบางประการต่อโอมานที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด หลังจากอิหร่านอ้างว่าบรรลุข้อตกลงกับโอมานในการดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุชจะเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า จะมีการพูดคุยกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันก็สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม/กลาโหมของสหรัฐฯ ลดขนาดการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ที่เริ่มฝึกเมื่อ 18  สิงหาคม 2569 รวม 10 วันโดยให้เหตุผลว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเกาหลีใต้ไม่ได้ให้การช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งการฝึกร่วมกับเกาหลีใต้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการที่สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือจะมีการพูดคุยกัน ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ตอบรับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือ โดยมีการกำหนดเงื่อนไขใด ๆ…

อินโดนีเซียจะช่วยเหลือฝึกทักษะการใช้อาวุธแก่กำลังพลกัมพูชา

ถ้อยแถลงของนาย Krishnajie Partadiredja รักษาการอุปทูต ประจำ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงพนมเปญ เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า ในปี 2569 อินโดนีเซียจะเน้นไปที่การฝึกอบรมทักษะกำลังพลทหารและตำรวจกัมพูชา ให้สามารถใช้งานอาวุธที่อินโดนีเซียจัดสรรให้ในห้วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะอย่างยิ่ง อาวุธปืนขนาดเล็กและกระสุนปืนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านกลาโหมของอินโดนีเซีย PT Pindad มากกว่าการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่ นอกจากนี้ นาย Partadiredja ยังระบุถึงความก้าวหน้าของความสัมพันธ์  ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการเยือนกรุงจาการ์ตาของนายฮุน มานี รอง นรม.กัมพูชา มูลค่าการค้าระหว่างกันที่เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รวมถึงการผลักดันให้เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่น พนมเปญ-จาการ์ตา พนมเปญ-บาหลี และเสียมราฐ-บาหลี

สหรัฐฯ ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินของสถาบันการศึกษากับหน่วยงานต่างชาติ

กห.สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 17 ส.ค.69 สั่งสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ 30 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส  มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก   และมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์  ให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินกับหน่วยงานต่างชาติบางแห่ง โดยเฉพาะจากจีน อิหร่าน และรัสเซีย รวมถึงสถาบันขงจื๊อ  ตาม Section 1286 ของกฎหมายงบประมาณกลาโหมประจำปี 2562  เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลาง โดยสหรัฐฯ มุ่งปกป้องงานวิจัยและเงินทุนด้านการวิจัยจากภาษีของชาวอเมริกัน รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องประเมินความเสี่ยงและจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการยุติความร่วมมือกับหน่วยงานต่างชาติที่มีความเสี่ยง และต้องแจ้งต่อ กห.สหรัฐฯ ภายใน 31 ส.ค.69