ญี่ปุ่นมีคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

คำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 (1 เม.ย.70-31 มี.ค.71) ของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ของญี่ปุ่น คาดว่าจะประมาณ  130 ล้านล้านเยน (ประมาณ 26.80 ล้านล้านบาท) สูงกว่าปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ที่ 122 ล้านล้านเยน เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายในการส่งเสริมการลงทุน  ทั้งนี้ กค.ญี่ปุ่น จะพิจารณาจัดทำงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 สำหรับคำของบประมาณที่สำคัญ ได้แก่ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม เสนอคำของบประมาณเพื่อการลงทุนตามยุทธศาสตร์การเติบโต อาทิ การพัฒนา AI และเซมิคอนดักเตอร์ กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสนอของบประมาณ เพื่อมุ่งพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล ขณะที่ กห.ญี่ปุ่น เสนอของบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 8.9 ล้านล้านเยน เพื่อจัดหาโดรนสกัดกั้นและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหม และ กต.ญี่ปุ่น เสนอของบประมาณประมาณ 1.2 ล้านล้านเยน เพื่อขยายโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) และโครงการความช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (OSA)

ยูเครนกล่าวว่ารัสเซียต้องการเกณฑ์ทหารเพิ่มเติมอีก 300,000 นาย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 23 ส.ค.69 ว่า รัสเซียกำลังวางแผนที่จะเกณฑ์ทหารเพิ่มอีก 300,000 นาย ภายหลังการเลือกตั้งรัฐสภาในรัสเซียที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 18-20 ก.ย.69 และอาจเกณฑ์ทหารเพิ่มอีก เพื่อให้บรรุลเป้าหมาย 500,000 นาย ภายในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเป้าการระดมพลทหารจากภูมิภาคตะวันออกไกลมากกว่าตามเมืองใหญ่ของรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียกำลังเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธเพื่อเสริมกำลังในสนามรบด้วยสงครามทางอากาศที่รุนแรงขึ้น โดยตั้งเป้าหมายผลิตขีปนาวุธมากถึง 1,300 ลูกต่อปี

ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ EP.1

เมื่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่กำลังเปลี่ยนสมรภูมิความมั่นคงโลก นานาประเทศต่างก็ต้องปรับวิธีการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้น รวมถึงญี่ปุ่นที่กำลังปรับเกมจากการป้องกันหรือการตั้งรับไปสู่การดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น เพื่อรับมือโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังทำอะไรอยู่ และทำอะไรไปแล้วบ้าง มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ EP.1”

จีนเปิดเผยสูตรสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

สื่อมวลชนจีนเมื่อ 24 สิงหาคม 2569 รายงานเกี่ยวกับความสำเร็จของจีนที่จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระหว่างหุ่นยนต์ที่เลียนแบบท่าทางมนุษย์ ครั้งที่ 2 หรือ “World Humanoid Robot Games” ประจำปี 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 22-23 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวทำให้ทั่วโลกเห็นพัฒนาการอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนที่เติบโตและมีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว แม้ว่าปัจจุบัน จีนจะเผชิญกับมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ จนทำให้มีข้อจำจัดเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์ แต่จีนสามารถพัฒนาระบบการควบคุม ซอฟต์แวร์สั่งการ และการออกแบบหุ่นยนต์ที่มีท่าทางเลียนแบบมนุษย์ได้ดีขึ้น จนสามารถทำความเร็วในการเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น รักษาสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวได้ และทำให้นักพัฒนาหุ่นยนต์รุ่นต่อไปได้ทดสอบศักยภาพของหุ่นยนต์ได้อย่างเต็มที่ ปัจจัยที่ทำให้จีนประสบความสำเร็จ หรือมีความคืบหน้าในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในช่วงที่เผชิญแรงกดดันจากต่างประเทศนั้น สื่อมวลชนจีนระบุว่า “สูตรสำเร็จ” คือ การมีระบบอุตสาหกรรมที่ดีภายในประเทศ มีห่วงโซ่การผลิตขนาดใหญ่ที่พร้อมตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศ ทั้งระบบเซนเซอร์ ระบบการควบคุมและสั่งการ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนที่สำคัญ ข้อมูลสำหรับการฝึกฝนหุ่นยนต์ โรงงานประกอบหุ่นยนต์และโรงงานบำรุงรักษา การที่รัฐบาลจีนสนับสนุนให้ภาคเอกชนสร้างและพัฒนาห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดนี้ในประเทศ ทำให้จีนได้เปรียบประเทศอื่น ๆ รวมทั้งทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายจากการจัดกิจกรรมแสดงสินค้า รวมทั้งกิจกรรม World Humanoid Robot Games แต่ละครั้งด้วย…

กัมพูชาจะจัดการประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านสแกมเมอร์ใน ก.ย.69

กัมพูชาแสดงบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ โดยรัฐบาลกัมพูชาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม International Conference on Combating Online Scams หรือ ICCOS 2026 ระหว่าง 23-24 กันยายน 2569 ที่โรงแรม Sofitel กรุงพนมเปญ ภายใต้หัวข้อ “Acting Together Towards Breaking the Chain and Eradication of Online Scams” โดยจะมีสมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกัมพูชามีเป้าหมายเพื่อให้นานาชาติ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เห็นว่ากัมพูชาจะให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ สำหรับการประชุมดังกล่าวจะมีผู้แทนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี สถาบันวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เดินทางไปเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหา แนวปฏิบัติที่ดี (best practices) ในการจัดการและป้องกันปัญหา รวมทั้งแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต…

ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนืออาจไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงในเอเชียตะวันออก

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 ว่าจะพบหารือกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือภายในปี 2569 อาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ความสัมพันธ์ด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ รวมทั้งนโยบายของสหรัฐฯ จะขาดเอกภาพ เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณหลายครั้งผ่านถ้อยแถลงและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ที่อาจทำให้เกาหลีเหนือเข้าใจว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับให้เกาหลีเหนือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และไม่มีเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์จากคาบสมุทรเกาหลีอีกต่อไป ต่างจากท่าทีของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืนยันเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์ สำหรับคำกล่าวที่เสี่ยงบั่นทอนความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี ได้แก่ การระบุว่านายคิม จอง-อึน มีพลังอำนาจด้านนิวเคลียร์ และครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ท่าทีที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจทำให้ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือนำไปใช้ประโยชน์และเป็นข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรมในการกำหนดนโยบายความมั่นคงทั้งระดับในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งอาจเป็นข้ออ้างในการเคลื่อนไหวด้านการทหารเมื่อสหรัฐฯ – เกาหลีใต้จัดการฝึกร่วมระหว่างกัน ตลอดจนเรียกร้องให้สหรัฐฯ และนานาชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งประเทศที่จะได้รับผลกระทบอย่างมาก คือ เกาหลีใต้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง หากสหรัฐฯ ปรับนโยบายไปในทิศทางที่เอื้อต่อเกาหลีเหนือด้วยการลดขนาดการฝึกร่วมทางทหาร หรือดำเนินนโยบายต่อเกาหลีเหนือโดยไม่ประสานงาน หรือแจ้งให้เกาหลีใต้ทราบล่วงหน้า ก็จะไม่เป็นผลดีต่อการเตรียมนโยบายและการกำหนดท่าทีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกาหลีใต้ ตลอดจนทำให้เกาหลีใต้เสี่ยงสูญเสียอำนาจต่อรองกับเกาหลีเหนือด้วย การเปลี่ยนแปลงท่าทีของสหรัฐฯ อาจทำให้เกาหลีใต้ต้องเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการป้องกันประเทศ โดยเน้นการพึ่งพาตนเองและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค แทนการพึ่งพาสหรัฐฯ เนื่องจากนโยบายความมั่นคงของสหรัฐฯ ไม่มีเอกภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่าท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะยาวจะไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงและยุทธศาสตร์มหาอำนาจของสหรัฐฯ…

ผู้นำสหราชอาณาจักรย้ำการสนับสนุนความมั่นคงยูเครน

นายกรัฐมนตรีแนดี เบิร์นแฮม ของสหราชอาณาจักรเยือนกรุงเคียฟ ของยูเครนใน 24 สิงหาคม 2569 โดยเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำสหราชอาณาจักร สะท้อนว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรยังคงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและช่วยเหลือยูเครนรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายจากรัสเซีย นอกจากนี้ การเยือนดังกล่าวยังมีขึ้นในช่วงที่ยูเครนจัดงานฉลองครบรอบ 35 ปีวันประกาศอิสรภาพ หรือ Independence Day ใน 24 สิงหาคม ของทุกปีด้วย เป็นสัญญาณว่าสหราชอาณาจักรและนานาชาติจะยังคงสนับสนุนเอกราชและความมั่นคงเหนืออธิปไตยของยูเครนต่อไป แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์สงครามจะตึงเครียดและรุนแรงมากขึ้นอีกครั้ง และรัสเซียขู่ว่าหากยูเรนใช้อากาศยานไร้คนขับจากสหราชอาณาจักรในการโจมตีรัสเซีย รัสเซียก็พร้อมจะตอบโต้ทันที ก่อนหน้านี้ มีรายงานเมื่อ 16 สิงหาคม 2569 อ้างสื่อมวลชนรัสเซียว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับของสหราชอาณาจักรในปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย ทำให้รัสเซียไม่พอใจอย่างมาก ขณะที่สหราชอาณาจักรย้ำว่าให้อาวุธแก่ยูเครนเพื่อเสริมความสามารถในการป้องกันตนเองจากสงครามผิดกฎหมาย ที่ผู้นำรัสเซียเป็นฝ่ายเริ่มต้น สำหรับกำหนดการที่สำคัญของนายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม ได้แก่ การเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือ “coalition of the willing” ที่มีสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสเป็นผู้นำ และจะร่วมประกาศความร่วมมือกับฝรั่งเศสเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งเพิ่มการผลิตขีปนาวุธรุ่น Scalp หรือขีปนาวุธร่อนที่มีระยะทำลายล้างไกล เพื่อใช้ในการสนับสนุนให้ยูเครน ที่ผ่านมา รัฐบาลสหราชอาณาจักรสนับสนุนอาวุธและความช่วยเหลือด้านการทหารให้ยูเครน เฉพาะอย่างยิ่งอากาศยานไร้คนขับและขีปนาวุธ โดยยังไม่สนใจคำขู่ของรัสเซียที่ให้สหราชอาณาจักรยุติการสนับสนุนยูเครน

สหรัฐฯ เพิ่มเครื่องมือด้านเศรษฐกิจกดดันอิหร่าน

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 สิงหาคม 2569 ว่า จะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบเพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขยุติสงคราม รวมทั้งเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่ปลอดภัย ด้านอิหร่านตอบโต้ว่าหากสหรัฐฯ จะทำสงครามเศรษฐกิจ (economic war) กับอิหร่าน ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เนื่องจากอิหร่านจะปิดช่องทางขนส่งน้ำมันจากอ่าวอาหรับทั้งหมด และไม่อนุญาตให้มีการขนส่งหรือส่งออก “น้ำมันสักหยดเดียว” ออกจากกลุ่มประเทศรอบอ่าว นอกจากนี้ อิหร่านจะเหมารวมว่าประเทศที่สนับสนุนมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นศัตรูของอิหร่านด้วย ตลอดจนมีมุมมองว่าการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการทำสงคราม ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านประเมินว่าอิหร่านอาจดำเนินยุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอน เพื่อรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยอันดับแรก จะให้ความสำคัญกับการเจรจาหารือกับประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มจะร่วมมือกับสหรัฐฯ กดดันอิหร่าน โดยอิหร่านจะโน้มน้าวให้ประเทศกลุ่มดังกล่าวไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ แลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ด้านน้ำมันและพลังงาน รวมทั้งความปลอดภัยการเดินเรือทั้งในช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางอื่น ๆ ส่วนยุทธศาสตร์ขั้นตอนอื่น ๆ ของอิหร่านเพื่อปฏิบัติการเชิงรุกและป้องปรามภัยคุกคาม ได้แก่ การชิงความได้เปรียบก่อน (preemption) และการโจมตีแบบไม่เป็นสัดส่วน (disproportionate retaliation) เพื่อทำให้ประเทศอื่น ๆ เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจริง หากแสดงท่าทีที่ไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของอิหร่าน สถานการณ์ที่ตึงเครียดทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โอมาน เป็นประเทศที่ยังคงติดต่อโดยตรงกับอิหร่านได้…

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยเตรียมผ่อนปรนกฎเกณฑ์ เพื่อดึงดูดให้บริษัทข้ามชาติในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้น ด้านผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ แสดงความเห็นว่า การประเมินมูลค่าหุ้น และสภาพคล่อง  ยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ไทยต้องเผชิญในการดึงดูดการลงทุน เนื่องจากตลาดในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยยังไม่คุ้นเคยกับความเสี่ยงและผลตอบแทนของกลุ่มบริษัทดังกล่าว

ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนจากกรณีสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 24 ส.ค.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและปรับลดลงจากแรงขายทำกำไรก่อนสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน ลดลง 1.22 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 93.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ลดลง 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 85.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งสองสัญญาซื้อขายปรับขึ้นกว่าร้อยละ 5  ในห้วงสัปดาห์ก่อนจากความกังวลว่าการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดชะงัก ทั้งนี้ สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งรุนแรงที่สุด ขณะที่อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการยกระดับความรุนแรง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานและราคาพลังงาน แม้ประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอน ของอิหร่าน จะยังเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาผ่านช่องทางการทูต