สหรัฐฯ ตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

  กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อ 27 มิ.ย.69  ว่า กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศเพิ่มเติมจากเมื่อ 26 มิ.ย.69 ต่อโครงสร้างทางการทหารอิหร่านที่ใช้สอดแนม ระบบสื่อสาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ คลังเก็บโดรนและเรือวางทุ่นระเบิดใต้น้ำต่าง ๆ จำนวน 10 จุด ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน M/T Kiku ที่ชักธงชาติปานามาเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ กับทั้งยืนยันจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับเรือพาณิชย์สามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ  ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่าน truth social ว่าการตอบโต้ครั้งนี้ เป็นเพราะอิหร่านได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง ซึ่งอาจถึงจุดที่สหรัฐฯ ไม่สามารถประนีประนอมกับอิหร่านได้อีกต่อไป และต้องกลับมาใช้กำลังทางทหารกับอิหร่านอีกครั้ง

รัสเซียปฏิเสธข้อเสนอหยุดโจมตีระยะไกลร่วมกันของยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์เมื่อ 28 มิ.ย.69 ว่า รัสเซียจะยังคงดำเนินการตามเป้าหมายยึดครอง 4 ภูมิภาคด้านตะวันออกของยูเครน ได้แก่ แคว้นลูฮันสค์ โดเนตสค์ ซาโปริซเซีย และเคอร์ซอนอย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเสนอของยูเครนที่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหยุดโจมตีระยะไกลร่วมกัน เนื่องจากรัสเซียมองว่าเป็นการลดแรงกดดันต่อฝ่ายยูเครน อีกทั้งรัสเซียจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพในการป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อรับมือการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่รุนแรงขึ้นและมุ่งเป้าหมายไปที่อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นหลัก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ดี รัสเซียอ้างว่าสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ รัสเซียคาดหวังให้สหรัฐฯ กลับมาแสดงบทบาททางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนอีกครั้ง ภายหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านคลี่คลายลง

ผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา เพิ่มขึ้นเป็น 1,450 คน

น.ส.เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนเซุเอลา และนายฮอร์เฆ โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติ (รัฐสภา) เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในเวเนซุเอลา เมื่อ 24 มิถุนายน 2569 จนถึว 29 มิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นเป็นกว่ 1,700 คน ผู้บาดเจ็บ เกือย 4,000 คน ขณะที่ประชาชนที่เป็นผู้พลัดถิ่น มีจำนวน 12,721 คน และมีอาคารพังถล่ม จำนวน 774 หลัง โดยรัฐบาลเวเนซุเอลายังคงเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้พลัดถิ่นi รวมทั้งประกาศระงับการเรียนการสอนในสถานศึกษาทั่วประเทศต่ออีก 1 สัปดาห์ ขณะที่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าในรัฐลากวยรา (La Guaira) ทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้รับการซ่อมแซม ทำให้ประชาชนประมาณร้อยละ 75 ในพื้นที่กลับมามีไฟฟ้าใช้แล้ว ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากนานาประเทศ รวมกว่า 2,600 คน เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในเวเนซุเอลา แต่การปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ประสบปัญหาขาดเครื่องจักรกลหนัก และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐมีอย่างจำกัด ขณะที่ประชาชนยังคงกังวลกับอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นหลายร้อยครั้งต่อเนื่อง

เหตุแผ่นดินไหวกับการเมืองเวเนซุเอลา

เวเนซุเอลาเผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงและเหตุอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้งเมื่อ 24-27 มิถุนายน 2569 มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 1,430 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สหประชาชาติ (UN) ประเมินว่าชาวเวเนซุเอลามากกว่า 7 ล้านคน จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีอาคารขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะในรัฐ  La Guaira ทางตอนเหนือของกรุง Caracas ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด พร้อมย้ำให้นานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศให้ความช่วยเหลือแก่เวเนซุเอลาโดยเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งภารกิจค้นหาและกู้ภัย ปัจจุบันมีรายงานว่า UN รวบรวมงบประมาณช่วยเหลือเวเนซุเอลาได้จำนวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างพื้นที่หลบภัย สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่ม ด้านสหรัฐฯ ส่งทหารจากกองบัญชาการภาคพื้นทวีปใต้ (SOUTHCOM) พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการบรรเทาวิกฤตหลังเกิดเหตุภัยพิบัติเข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้ว รัฐบาลเวเนซุเอลา เป็นผู้นำด้านการตอบสนองกับภัยพิบัติดังกล่าว นำโดยนาง Delcy Rodríguez รักษาการประธานาธิบดี แต่รัฐบาลเวเนซุเอลาเผชิญความท้าทายสูงมากในปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ ค้นหาและกู้ภัย เนื่องจากมีพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ทำให้เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงความไม่พอใจ และวิจารณ์การดำเนินงานของรัฐบาลเชิงลบว่าล่าช้า ไม่มีการเตรียมเครื่องมือรับมือกับวิกฤตล่วงหน้า รวมทั้งไม่เพียงพอ จนทำให้ประชาชนเสี่ยงอันตรายเพิ่มขึ้น สถานการณ์ในเวเนซุเอลาสะท้อนว่าที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติที่รุนแรงมากพอ…

จีน-รัสเซียฝึกร่วมทางทหารบริเวณน่านฟ้าทะเลตะวันออก

กระทรวงกลาโหมจีน-รัสเซียเปิดเผยเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ว่า กองทัพจีน-รัสเซียเสร็จสิ้นการฝึกร่วมทางอากาศ เหนือน่านฟ้าทะเลตะวันออก และแปซิฟิกตะวันตก เมื่อ 27 มิถุนายน 2569  การฝึกร่วมครั้งนี้เป็นไปตามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงของ 2 ประเทศ และจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันทางอากาศทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ได้แก่ ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นระยะเวลา 6 ชั่วโมง การช่วยเหลือและสนับสนุนระหว่างปฏิบัติการ และการเตรียมความพร้อมปฏิบัติการตอบโต้เมื่อเผชิญเหตุ โดยจีนส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6K เครื่องบินรบรุ่น J-16, J-10C และ J-11B รวมทั้งเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น KJ-500A ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเครื่องบินที่รัสเซียส่งเข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น Tu-95 และเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น Tu-142 กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่าการฝึกร่วมดังกล่าวจะส่งเสริมความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค และย้ำว่าการปฏิบัติการของจีนและรัสเซียสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการทหารของจีนตั้งข้อสังเกตว่า จีนส่งเครื่องบินหลากหลายรุ่นเพื่อใช้ในการปฏิบัติการและฝึกร่วมกับกองทัพประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการและการปฏิบัติภารกิจร่วมกับต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งภารกิจลาดตระเวนร่วมที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นภารกิจที่ช่วยให้จีนได้สำรวจความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค รวบทั้งได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของจีน ซึ่งการที่จีนส่งเครื่องบินรุ่น KJ-500A ซึ่งมีความสามารถในการแจ้งเตือน และรวบรวมข่าวกรอง…

ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง และปรากฏการณ์ “Omega Block”

สถานการณ์ภูมิอากาศในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเผชิญคลื่นความร้อนสูงต่อเนื่องตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2569 ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ และมีโอกาสเสียชีวิต โดยเฉพาะในฝรั่งเศส ที่มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดแล้วประมาณ 1,000 คน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสประกาศเตือนให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 65 ปีขึ้นไป ระมัดระวังผลกระทบจากคลื่นความร้อน สำหรับปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในยุโรป เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับปรากฏการณ์ “Omega Block” หรือปรากฏการณ์ที่ความกดอากาศแตกต่างกันเกิดขึ้นในพื้นที่ จนทำให้เกิดพื้นที่ความกดอากาศสูงขนาดใหญ่ สภาพอากาศร้อนจัด บริเวณกลาง และมีพื้นที่ความกดอากาศต่ำล้อมรอบ จนทำให้มีสภาพคล้ายโดมความร้อนรูปร่างเหมือนตัวอักษรโอเมกา (Ω) ในภาษากรีก คาดว่าปรากฎการณ์ Omega Block จะอยู่ในภูมิภาคยุโรปต่อเนื่องจนถึงกลาง กรกฎาคม 2569 โดยชาวยุโรปมากกว่า 100 ล้านคนต้องเผชิญอากาศประมาณ 35 องศาเซลเซียส หรือสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย สถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงในพื้นที่อื่น ๆ ของยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สาธารณรัฐเชก ฮังการี โปแลนด์ และสหราชอาณาจักร ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความมั่นคงทางพลังงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ…

สหรัฐฯ-อิหร่านจะเจรจากันที่กาตาร์ หาแนวทางลดความตึงเครียด

สถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่แน่นอน จากกรณีมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายใช้การโจมตีทางทหารตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงหยุดยิง สะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเจรจาหยุดยิงที่เป็นขั้นตอนสู่การสร้างสันติภาพในระยะยาว โดยตั้งแต่สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงระดับบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อกลาง มิถุนายน 2569 เพื่อหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ แต่ยังคงมีรายงานความเคลื่อนไหวด้านการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ทั้งนี้ เช่น กรณีเรือพาณิชย์ติดธงชาติปานามา ถูกโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 สหรัฐฯ กับอิหร่านต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่าละเมิด MoU หยุดยิงก่อน ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังไม่แน่นอนและยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันในพื้นที่ ซึ่งอาจสะท้อนว่ากองทัพของทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความพร้อมเพียงพอที่จะใช้กำลังทหารตอบโต้กัน มีข้อสังเกตว่า นอกจากความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ กรณีอิสราเอลยังคงโจมตีกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตึงเครียด เพราะเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้อิหร่านไม่พอใจ และพร้อมจะใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการทหาร ควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่แจ้งสหรัฐฯ ล่วงหน้า ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าอิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรองและกดดันสหรัฐฯ ให้ไปยุติปฏิบัติการของอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าอิหร่านจะใช้ช่องแคบฮอร์มุซ กดดันสหรัฐฯ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีท่าทีว่าจะยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือต้องทำตามแรงกดดันจากอิหร่าน พิจารณาจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์…

รัสเซีย-ยูเครนยกระดับการปะทะบริเวณพรมแดน

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อและไม่มีสัญญาณว่าจะยุติได้ในเร็ว ๆ นี้ ผลจากกรณียูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีรัสเซียอย่างรุนแรงและต่อเนื่องตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2569 ทั้งในพื้นที่สำคัญทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และพรมแดนระหว่างกัน ทำให้รัสเซียจำเป็นต้องตอบโต้ ปัจจุบัน พื้นที่ปะทะสำคัญอยู่ที่บริเวณพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ ภูมิภาค Leningrad ภูมิภาค Bryansk กับภูมิภาค Dnipro และมีรายงานว่าพลเรือนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียได้รับความเสียหาย รวมทั้งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะและโจมตีใกล้เคียงโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Zaporizhzhia ซึ่งปัจจุบันกองทัพรัสเซียควบคุมพื้นที่อยู่ด้วย การที่ยูเครนยกระดับการโจมตีรัสเซียในห้วงนี้ อาจเป็นไปเพื่อกดดันผู้นำรัสเซียให้ยอมรับและเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่ผู้นำยูเครนเคยเสนอ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 5 ปี และไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ ปฏิบัติการโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับของยูเครน ยังทำให้ทั่วโลก รวมทั้งรัสเซียเห็นว่ายูเครนยังมีขีดความสามารถและยุทโธปกรณ์ในการต่อสู้ เฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมอากาศยานไร้คนขับจากระยะไกล สามารถทำให้รัสเซียตกอยู่ในอันตรายและไม่ปลอดภัยได้ แม้ว่ายูเครนจะยังไม่สามารถยึดคืนพื้นที่ในภาคตะวันออก ที่รัสเซียควบคุมไว้ก่อนหน้านี้ รัสเซียยืนยันว่าสามารถสกัดกั้นอากาศยานไร้คนขับของยูเครนส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ผู้นำยูเครนประกาศชัดเจนว่ายุทธศาสตร์การต่อต้านรัสเซียต่อจากนี้ไป จะเน้นการใช้ปฏิบัติการโจมตีจากระยะไกล เพื่อกดดันรัสเซียให้ยุติสงคราม โดยเชื่อว่าการโจมตีด้วยยุทธศาสตร์นี้จะตัดเส้นทางการขนส่งด้านการทหารและพลังงานของรัสเซียได้ และจะทำให้รัสเซียไม่มีขีดความสามารถหรือความพร้อมในการปฏิบัติการเชิงรุกช่วงฤดูร้อน หรือ Summer Offensive จึงอาจเป็นโอกาสให้ยูเครนได้เปรียบในเชิงพื้นที่ พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนระบุว่าการยกระดับการโจมตีครั้งใหญ่นี้เป็นไปเพื่อตอบโต้รัสเซียที่โจมตีทำลายวิหารเปเชอร์สค์…

ช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีก

การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสาเหตุทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีกครั้ง ทั้งที่การเจรจาด้านเทคนิคเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพยังดำเนินอยู่ และทั้งสองฝ่ายยืนยันว่ายังยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง โดย เมื่อ 26 มิถุนายน 2569  กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) ได้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน เช่น ที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงฐานเรดาร์ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน บริเวณเมือง Sirik และเกาะ Qeshm เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือ M/V Ever Lovely ที่ชักธงชาติสิงคโปร์ ด้วยโดรนพลีชีพเมื่อ 25 มิถุนายน 2569 ขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ เมื่อ 26 มิถุนายน 2569   CENTCOM ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน หลังจากอิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือพาณิชย์อีกครั้ง ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งติดธงปานามา ขณะกำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล และย้ำว่า สหรัฐฯ ได้เปิดโอกาสให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่อิหร่านเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตาม การบริหารจัดการบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มที่จะยังทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ยินยอมกัน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า…

สถานการณ์ยาเสพติดโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น

รายงาน World Drug Report 2026.ของ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) ที่เผยแพร่เมื่อ 26 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์ยาเสพติดโลกมีแนวโน้มมีความรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น จากการที่เครือข่ายอาชญากรรมแสวงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์  รวมทั้งมีการใช้วิธีการ และเส้นทางขนส่งใหม่ ๆ พร้อมกับมีการพัฒนายาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายและขยายตลาด แต่ความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดก็มีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และสังคมด้วย รายงานชี้ให้เห็นความสูญเสียจากยาเสพติด ทั้งเสียชีวิตก่อนอันควร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยิ่งยวด รวมทั้งนำไปสู่ความรุนแรง และความไม่มั่นคงในสังคม ขณะที่จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลก เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อปี 2567 มีประมาณ 331 ล้านคน ซึ่งประชากรอายุ 15–64 ปี ในกลุ่มดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.2 เพิ่มจาก ร้อยละ 5.2 เมื่อปี 2557…