อินเดียวางบทบาทการเป็นศูนย์กลางการผลิตโลกและมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ

นาย Vinay Mohan Kwatra ออท.อินเดีย/สหรัฐฯ ระบุระหว่างการประชุม The US-India Strategic Partnership Forum (USISPF) ครั้งที่ 9 ที่กรุงวอชิงตัน ดี. ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 29 มิ.ย.69 ว่า อินเดียวางบทบาทการเป็นจุดหมายสำหรับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องการกระจายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ ซึ่งอินเดียสามารถเป็นเสาหลักของการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลกในห้วงที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อินเดียเร่งเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด และการผลิตเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของอินเดีย นอกจากนี้ พร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรกลุ่ม G20

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง มิ.ย.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง มิถุนายน 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

เกษตรกรไทยกังวลโรงไฟฟ้าก๊าซอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น

  Mongabay ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าบูรพา โรงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าอาจทำให้ปัญหาขาดแคลนน้ำและมลพิษทางอากาศในพื้นที่รุนแรงขึ้น จากเดิมที่เผชิญปัญหาจากการการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมอยู่แล้ว โดยกลุ่มผู้คัดค้านและนักวิเคราะห์เห็นว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรองล้นระบบ การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มจึงไม่มีความจำเป็น และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซ LNG อาจทำให้ไทยติดกับดักการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าล่าช้า

อินโดนีเซียเสนอส่งออกข้าว 10,000 ตัน ไปยังสิงคโปร์

รมว.กษ.อินโดนีเซีย แถลงผลการหารือกับ นาง Grace Fu รมว.ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ เมื่อ 29 มิ.ย.69 ที่กรุงจาการ์ตา ว่า อินโดนีเซียได้เสนอการจัดหาสินค้าเกษตรแก่สิงคโปร์์เพิ่มขึ้น รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะข้อเสนอส่งออกข้าว จำนวน 10,000 ตัน ไปยังสิงคโปร์ รวมถึงไก่ ไข่ น้ำมันปาล์ม มะพร้าว และสินค้าอื่น ๆ โดยอ้างถึงความพร้อมที่อินโดนีเซียมีปริมาณสำรองข้าว จำนวน 5.1 ล้านตัน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์และเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ จึงวางแผนที่จะส่งออกข้าวเพื่อเสริมสร้างบทบาทผู้จัดหาอาหารระดับภูมิภาคต่อไป ขณะที่นาง Fu ระบุว่าถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขยายความร่วมมือ เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดมากและมีศักยภาพในการจัดหาอาหาร ขณะที่สิงคโปร์พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นส่วนใหญ่

การปราบปรามการทุจริตในจีน จะเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองภายในประเทศ

นสพ. Taipei Times รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.69 อ้างการประเมินของสภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (MAC) ว่า จีนกำลังทำให้การดำเนินมาตรการปราบปรามการทุจริตกลายเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองภายในประเทศ โดยสะท้อนจากกรณีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งดำเนินการสอบสวนและปลด จนท.ระดับสูง รวม 20 ราย ฐานละเมิดวินัยและทุจริตเมื่อห้วงไตรมาสแรกของปี 2569 (10 ราย/ม.ค.69, 5 ราย/ก.พ.69 และ มี.ค.69 อีก 5 ราย) ซึ่งเป็นอัตราความถี่ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยการปลด จนท.ระดับสูง เมื่อห้วงปี 2566-2568 ที่จำนวนเฉลี่ย 57.7 รายต่อปี โดยมาตรการดังกล่าวช่วยให้ประธานาธิบดีสี สามารถรวมศูนย์อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมีอำนาจเหนือคณะกรรมาธิการถาวรประจำกรมการเมือง พคจ. อีกทั้งสามารถแต่งตั้ง จนท. ที่จงรักภักดีให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนและปลด จนท. อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้นำจีนเสื่อมเสีย เพราะผู้ที่ถูกปลดส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ประธานาธิบดีสี แต่งตั้งเอง

ฟิลิปปินส์เร่งผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง

เว็บไซต์ข่าว GMA รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.69 ว่า นาย Frederick Go รมว.กค.ฟิลิปปินส์ พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เพื่อเร่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งซึ่งมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 901 เมกะวัตต์ บริเวณอ่าว San Miguel จ.Camarines Sur เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งแห่งแรกในประเทศและภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ทั้งนี้ นาย Go ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพลังงานปี 2566-2593 ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว

CyberXplore ปักษ์หลัง มิ.ย.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังหลังมิถุนายน 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

มาเลเซียเผชิญภาวะทุเรียนล้นตลาด 

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ให้ความสนใจรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าในมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเผชิญภาวะ “ทุเรียนล้นตลาด” จนทำให้ผู้ค้าทุเรียนในประเทศต้องลดราคาร้อยละ 50 หรือจัดกิจกรรมแจกจ่ายทุเรียน ตั้งแต่ห้วงกลาง มิถุนายน 2569 ซึ่งแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แต่ผู้ค้าขายและเกษตรกรอาจได้รับผลกระทบเนื่องจากสูญเสียกำไร ก่อนหน้านี้ เกษตรกรชาวมาเลเซียให้ความสนใจและเลือกปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีราคาสูงและสามารถส่งออกไปยังจีนได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกและผลิตทุเรียนจำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันสูงทั้งด้านราคาและคุณภาพ ขณะที่จีนและตลาดรับซื้อทุเรียนเกรดส่งออก จะคัดเลือกสินค้าอย่างเข้มงวด ทำให้ทุเรียนที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานส่งออก ตกค้างในประเทศปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ เกษตรกรต้องตัดสินใจขายสินค้าดังกล่าวในราคาที่ไม่ได้กำไร โดยแม้ว่าจะเป็นทุเรียนสายพันธุ์ Musang King ที่ได้รับความนิยมสูง แต่ราคาก็ตกต่ำลงเช่นกัน สื่อต่างประเทศให้ความสนใจวิธีการจัดการกับปัญหาทุเรียนล้นตลาดของร้านค้า Durian Ninja ในสิงคโปร์ ซึ่งแจกจ่ายทุเรียนไม่จำกัดจำนวนในราคา 24 ดอลลาร์สหรัฐ และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการระบุว่าต้องการคืนกำไรให้ผู้บริโภค และคาดหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มฐานผู้บริโภคทุเรียนมากขึ้น ควบคู่กับทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจกับราคาทุเรียน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทุเรียนเป็นผลผลิตเกษตรกรรมที่มีราคาค่อนข้างสูงในประเทศ จึงมีข้อจำกัดในการขยายฐานผู้นิยมบริโภคผลไม้ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากความท้าทายจากการจัดการกับภาวะทุเรียนล้นตลาดแล้ว เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในมาเลเซียยังเผชิญความท้าทายในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและแปรปรวนด้วย เฉพาะอย่างยิ่งเหตุฝนตกหนัก ลมแรง และสภาพอากาศเย็นกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตในปี…

สหรัฐฯ แคนาดาและเม็กซิโกทบทวนข้อตกลงการค้า USMCA

ผู้แทนจากรัฐบาลสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกจะรวมตัวกันเพื่อทบทวนและหารือประเด็นความร่วมมือด้านการค้าในกรอบ USMCA หรือข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา ใน 1 กรกฎาคม 2569 โดยทั่วโลกกำลังจับตามมองท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจไม่ต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้าและเพิ่มพูนอำนาจต่อรองทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อแคนาดาและเม็กซิโก ตามนโยบาย America First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ทั่วดลกคาดการณ์ว่าแคนาดากับเม็กซิโกต้องการต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นกรอบป้องกันมาตรการการค้าหรือมาตรการภาษีฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศทบทวนข้อตกลงดังกล่าวเมื่อปี 2568 และใช้การเจรจาทวิภาคีกับแคนาดาและเม็กซิโก เพื่อปรับปรุงอุปสรรคการค้า เนื่องจากรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่าการเจรจาทวิภาคีจะได้ผลดีมากกว่าการเจรจรา 3 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกัน ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่สนับสนุนให้รัฐบาลต่ออายุข้อตกลง USMCA ต่อไป โดยผลสำรวจความคิดเห็น พบว่าชาวอเมริกัน ร้อยละ 75 มีมุมมองว่าข้อตกลง USMCA เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดามีแนวโน้มเป็นอุปสรรคในการต่ออายุข้อตกลง USMCA เนื่องจากที่ผ่านมามีความคืบหน้าน้อย ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโกมีผลผลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯ ต้องการให้แคนาดาเปิดตลาดผลิตภัณฑ์จากนม ยกเลิกภาษีธุรกิจและอุตสาหกรรมการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Streaming) และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ด้านแคนาดาต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการภาษีต่อสินค้าสำคัญ…

การชุมนุมต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้

ชาวแอฟริกาใต้ที่ไม่พอใจนโยบายการจัดการผู้อพยพของรัฐบาล เตรียมชุมนุมประท้วงใน 30 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองและสังคม โดยต้องการกดดันผู้อพยพที่เดินทางเข้าแอฟริกาใต้อย่างผิดกฎหมาย ให้เร่งเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวเป็นสาเหตุปัญหาสังคมและเศรษฐกิจในแอฟริกาใต้ ควบคู่กับต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลสวัสดิการชาวแอฟริกาใต้เป็นอันดับแรก ปัจจุบันแอฟริกาใต้มีผู้อพยพประมาณ 2.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่เดินทางไปจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม การที่ชาวแอฟริกาใต้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้ชาวแอฟริกาใต้มีมุมมองเชิงลบต่อผู้อพยพว่าเข้าไปเพิ่มปัญหาและแย่งชิงทรัพยากรทางเศรษฐกิจและสังคมจากประชาชน โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ขณะที่กลุ่ม Operation Dudula ที่เป็นภาคประชาสังคมและเป็นผู้นำการต่อต้านผู้อพยพในแอฟริกาใต้ ใช้กระแสความไม่พอใจดังกล่าว ประกอบกับทัศนคติที่เชื่อว่าชาวต่างชาติจะครอบงำแอฟริกาใต้ เป็นประเด็นหลักในการโจมตีนโยบายสวัสดิการของรัฐบาล รวมทั้งเคลื่อนไหวจนทำให้ได้รับการสนับสนุนจากชาวแอฟริกาใต้จำนวนมาก กระแสต่อต้านผู้อพยพที่รุนแรงและตึงเครียดในแอฟริกาใต้ ทำให้ผู้อพยพที่เดินทางไปจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกาวิตกกังวล และทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะประเทศกานา มาลาวี โมซัมบิก ไนจีเรีย และซิมบับเว เนื่องจากกระแสต่อต้านผู้อพยพและชาวต่างชาติในแอฟริกาใต้เคยนำไปสู่เหตุความรุนแรงเมื่อปี 2551 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 คน รัฐบาลแอฟริกาใต้เปิดโอกาสให้มีการชุมนุมเพื่อแสดงสิทธิ ทั้งในกรุง Johannesburg เมือง Durban และเมืองอื่น ๆ พร้อมย้ำเตือนผู้จัดการชุมนุม หรือ Operation Dudula รวมทั้งผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการชุมนุม…