โลกและไทยจะเผชิญความเสี่ยงอะไรบ้าง…..ในปี 2569

ในทุก ๆ ปี โลกของเราจะเผชิญกับความเสี่ยงต่อความเป็นอยู่ ความสงบสุข และสันติภาพ ซึ่งความเสี่ยงแต่ละเรื่องมีระดับความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์มากน้อยไม่เท่ากัน  การรู้ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นผลดีต่อการรับมือทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ รวมทั้งใช้เป็นโอกาสด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2569 โลกมีความเสี่ยงหลาย ๆ เรื่อง ที่ต้องตามติดกันหลายเรื่องทีเดียว…. เมื่อ มกราคม 2569 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง คือ World Economic Forum (WEF) ได้มีการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นความเสี่ยงระดับโลกปี 2569 จากผู้บริหารองค์กรต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญ (Executive Opinion Survey – EOS) จากทั้งหมด 116 ประเทศ ผลก็คือว่า…. ความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์  อันดับ 2 -3 คือ ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ  และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   ส่วนความเสี่ยงอันดับที่ 4 มี 2 ประเด็น ได้แก่…

ไทยเสี่ยงเป็นประเทศล้าหลังทางเศรษฐกิจของเอเชีย ตอ.ต.

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย หลังจากพรรคที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศ ในขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาขยายตัวต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงปัญหาโครงสร้างประชากร โดยไทยยังขาดแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นจากภาวะซบเซา ในขณะที่เวียดนามมีการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ มาเลเซียมุ่งเน้นด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติ แต่ไทยยังขาดเป้าหมายหลักที่จะเป็นแรงจูงใจในการระดมทรัพยากรและกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ

สิงคโปร์ย้ำจุดยืนไม่อนุญาตพลเมืองรับใช้กองทัพต่างชาติ

มท.สิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ก.พ.69 ชี้แจงกรณีรายงานจากสื่อต่างประเทศที่ระบุว่ามีพลเมืองชาวสิงคโปร์ 2 รายเข้าร่วมรบในกองทัพป้องกันอิสราเอล (IDF) ท่ามกลางความขัดแย้งในฉนวนกาซา โดยยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานชุดใดที่บ่งชี้ว่าพลเมืองสิงคโปร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบดังกล่าวจริง ทั้งนี้รัฐบาลสิงคโปร์มีจุดยืนที่เคร่งครัดตามกฎหมายและนโยบายความมั่นคง ซึ่งไม่อนุญาตให้พลเมืองหรือผู้อยู่อาศัยถาวร ไปรับใช้กองทัพต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีนโยบายไม่สนับสนุนให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางอาวุธของประเทศอื่น

สหรัฐฯ บริจาคเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับคณะกรรมการสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในการประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ครั้งแรกที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพเมื่อ 19 ก.พ.69 ว่า จะบริจาคเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งมีผู้แทนจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ กับทั้งระบุว่า บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต จะให้เงินสนับสนุนอีก 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้คำมั่นว่าคณะกรรมการชุดนี้จะร่วมมือกับ UN ในการกำกับดูแลแผนหยุดยิงในฉนวนกาซา เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและสร้างความเข็มแข็งให้กับ UN  ทั้งนี้ ตั้งแต่สหรัฐฯ ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพเมื่อ ม.ค.69 มีประเทศที่ตอบรับเป็นสมาชิกแล้วประมาณ 24 ประเทศ

รมว.กต.อิสราเอลชื่นชมและขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์

นาย Gideon Sa’ar รมว.กต.อิสราเอล แถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 19 ก.พ.69 โดยกล่าวสดุดีทหารอิสราเอลจำนวน 925 นาย ที่เสียชีวิตจากการทำสงครามกับกลุ่มฮะมาส กลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) ในฉนวนกาซา และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ขณะเดียวกัน ได้ชื่นชมและขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความริเริ่มเพื่อสันติภาพในฉนวนกาซาและในระดับสากล พร้อมทั้งระบุถึงแนวทางที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อิสราเอล และ Board of Peace วางแผนจะดำเนินการเพื่อเสริมสร้างสันติภาพในฉนวนกาซา

ไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดตรุษจีน

Nikkei Asia ระบุว่า ไทยกำลังพยายามดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเมื่อปี 2568 ลดลงร้อยละ 30 จากเหตุลักพาตัวนักแสดงจีนไปยังศูนย์หลอกลวงในเมียนมาเมื่อ ม.ค. 68 รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา   โดยไทยออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว เสนอส่วนลดค่าเดินทางและโรงแรม รวมทั้งจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ ขณะที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวในปี 2569 อยู่ที่ 7 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม และด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบประมาณ 5 ปี จึงยังไม่ชัดเจนว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้หรือไม่

กัมพูชาเนรเทศชาวต่างชาติ หลังปราบปรามขบวนหลอกลวงออนไลน์

นายซอ ซกคา รอง นรม./รมว.มท.กัมพูชา กล่าวในพิธีเปิดวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย เมื่อ 18 ก.พ.69 ว่า ตั้งแต่รัฐบาลบริหารประเทศเมื่อปี 2566 ได้เนรเทศชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ มากกว่า 48,000 คน และมีชาวต่างชาติสมัครใจเดินทางกลับประเทศ 210,000 คน ทั้งนี้ กัมพูชาเร่งดำเนินมาตรการเพื่อกู้ชื่อเสียงจากการเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมขอให้ประชาชนช่วยกวาดล้างขบวนการดังกล่าวให้หมดจากประเทศ  โดย มท.อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส นอกจากนี้ รัฐบาลป้องกันชาวกัมพูชาตกเป็นเหยื่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดข้อกำหนดเดินทางออกนอกประเทศ อาทิ ตรวจสอบหญิงอายุ 18-35 ปีที่เอกสารไม่ชัดเจน ไม่มีคนรับรองหรือเงินไม่เพียงพอ พร้อมเร่งกวาดล้างนายหน้าชาวต่างชาติและคนกัมพูชา

ญี่ปุ่นมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 60

ข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Japan National Tourism Organization-JNTO) เมื่อ 18 ก.พ.69 ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อ ม.ค.69 มีจำนวน 385,300 คน ลดลงร้อยละ 60.7 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2568 และเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเมื่อ ธ.ค.68 ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลจีนแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น หลังจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไต้หวัน รวมถึงการปรับลดจำนวนความถี่เที่ยวบินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงลดลงร้อยละ 17.9 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น เมื่อ มค.69 อยู่ที่ 3,597,500 คน ลดลงร้อยละ 4.9

สหรัฐฯ เตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากซีเรีย

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 19 ก.พ.69 ว่า สหรัฐฯ เตรียมถอนกองกำลังทั้งหมดออกจากซีเรียในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลซีเรียระบุว่าเป็นไปตามเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ที่รัฐบาลซีเรียจะปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งกองกำลังของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามในภูมิภาค การถอนกองกำลังของสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสูงขึ้น และสหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปประจำการที่ซีเรียตั้งแต่ปี 2558  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายจากกลุ่ม IS  โดยสหรัฐฯ ได้ถอนกองกำลังออกจากฐานทัพ al-Tanf และ al-Shaddadi base ในซีเรียแล้วเมื่อต้นปี 2569 ซึ่งยังคงเหลือกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียอีกประมาณ 1,000 คน

ติมอร์-เลสเตประณามเมียนมากรณีขับไล่นักการทูต

ถ้อยแถลงของรัฐบาลติมอร์-เลสเต ลว.17 ก.พ.69 ประณามเมียนมากรณีขับไล่อุปทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา และแสดงจุดยืนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวเมียนมาที่สอดคล้องกับอาเซียนและสหประชาชาติที่สนับสนุนทุกความพยายามเพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยในเมียนมา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา เคารพสิทธิมนุษยชนและแสวงหาทางออกจากวิกฤติด้วยสันติวิธี  นอกจากนี้ รัฐบาลติมอร์-เลสเตแสดงความเชื่อมั่นว่า  การเจรจาที่เคารพถึงเจตจำนงของประชาชน เป็นวิธีการเดียวที่จะคลี่คลายวิกฤติอย่างยั่งยืน